ขยันซักผ้าหน้าฝน ไร้กังวลเรื่องกลิ่นอับชื้น และเคล็ดลับการดูแลทำความสะอาดเครื่องซักผ้า

Home / Tips & Technic / ขยันซักผ้าหน้าฝน ไร้กังวลเรื่องกลิ่นอับชื้น และเคล็ดลับการดูแลทำความสะอาดเครื่องซักผ้า

หน้าฝนแล้ว มีหลายปัญหาที่น่ากังวลและควรใส่ใจเป็นพิเศษ หนึ่งในปัญหาคลาสสิคคือการซักผ้า นอกจากฟ้าฝนจะไม่เป็นใจจนต้องผลัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยจนกระทั่งเลี่ยงไม่ได้แล้ว ในวันที่ต้องซัก ผ้ากองโตเท่าภูเขาก็ยังเกิดปัญหาเรื่องการตากผ้าอย่างไรไม่ให้เหม็นอับ อีกทั้งต้องคอยกังวลว่าฝนจะตกหรือไม่ แล้วผ้าจะแห้งเมื่อไหร่ วันนี้ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีเคล็ดลับดีเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาฝาก รับรองว่าไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นอับชื้นบนเสื้อผ้าที่มาพร้อมสายฝนอีกต่อไป

LG Washing Machine

ซักผ้าในปริมาณน้อยแต่บ่อยขึ้น – ไม่ควรเก็บเสื้อผ้าไว้นาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสื้อผ้าที่สัมผัสกับละอองฝน แบคทีเรียที่มักจะสะสมอยู่ในเสื้อผ้า เมื่อรวมตัวกับความเปียกชื้นก็จะทำให้เกิดปัญหากลิ่นอับติดเสื้อผ้า บางครั้งอาจก่อให้เกิดเป็นคราบสกปรกต่างๆ ฝังแน่นบนเสื้อผ้าและทำให้เสื้อผ้าหมองและเก่าเร็วขึ้น และอาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองแก่ผิวหนังได้ อีกทั้ง การซักผ้าแต่ปริมาณน้อย จะช่วยเพิ่มพื้นที่ในการตากผ้า ไม่ต้องแขวนผ้าเบียดกัน ช่วยให้ผ้าแห้งเร็ว และไม่มีกลิ่นอับ

สารส้มช่วยคุณได้ – ใช้สารส้มแกว่งในน้ำก่อนจะใช้ซักผ้าประมาณ 10 นาที แล้วค่อยซักตามปกติ หากคุณชอบใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม ควรเลือกพิจารณาน้ำยาปรับผ้านุ่มที่มีกลิ่นอ่อนๆ เพราะน้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นหอมแรงจะเป็นตัวกระตุ้นให้กลิ่นผ้าที่เหม็นอับอยู่แล้วส่งกลิ่นยิ่งเยอะกว่าเดิม

สารซักฟอกชนิดน้ำป้องกันกลิ่นอับชื้น – การซักผ้าด้วยผงซักฟอก แล้วผงซักฟอกละลายไม่หมด ทำให้เกิดสารตกค้างบนเสื้อผ้า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่จะทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโต ฉะนั้นควรใช้สารซักฟอกชนิดน้ำที่ใช้กับเครื่องซักผ้า เพื่อป้องกันกลิ่นอับชื้นไม่พึงประสงค์อันเกิดจากผงซักฟอกละลายไม่หมด

ขยันรีดผ้า – ควรรีดผ้าทุกชิ้นที่สามารถรีดได้ เพราะความร้อนจะช่วยฆ่าเชื้อโรคและขจัดกลิ่นอับและความชื้นที่ค้างอยู่ในผ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

LG Sapience 1

อย่างไรก็ตาม ปัญหาการตากผ้าไม่แห้งและกลิ่นอับ มักจะเป็นปัญหาสำคัญสำหรับคนที่อาศัยตามห้องพักเล็กๆ คอนโด ห้องเช่าต่างๆ ที่มีพื้นที่ไม่เพียงพอกับการตากผ้า หรือไม่มีโอกาสที่จะได้รับแสงแดดอย่างเพียงพอ การหาเครื่องซักผ้าที่มีระบบอบผ้าในตัวจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีในการแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ เครื่องซักผ้าที่ดีควรมีเทคโนโลยีทำความสะอาดผ้า เช่น เทคโนโลยีทรูสตรีม (TrueStreamTM) ที่ใช้พลังงานไอน้ำร้อนบริสุทธิ์ที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส ช่วยขจัดเชื้อโรค ไรฝุ่น ขนสัตว์และสารก่อภูมิแพ้ได้อย่างหมดจดถึง 99.9% มอบสุขอนามัยที่ดีให้แก่ผู้ใช้ หรือเทคโนโลยี Steam Refresh ด้วยพลังไอน้ำร้อนที่ทำงานเสมือนเตารีดไอน้ำ ช่วยลดรอยยับและขจัดกลิ่นอับได้อย่างรวดเร็วทันใจภายใน 20 นาที และด้วยอนุภาคไอน้ำขนาดเล็กถึง 1/1600 เท่าของน้ำ จึงแทรกซึมทุกอณูของเนื้อผ้าได้มากขึ้น ผู้ใช้จึงมั่นใจได้ว่าเนื้อผ้าสะอาดหมดจดอย่างแท้จริง

นอกเหนือจากความสะอาดที่ต้องการแล้ว เครื่องซักผ้าที่ดีควรช่วยเรื่องประหยัดพลังงานและประหยัดค่าใช้จ่ายด้วย ปัจจุบันมีเทคโนโลยีทรงประสิทธิภาพ “ซิกส์ โมชั่น อินเวอร์เตอร์ ไดเร็ค ไดร์ฟ” (6 Motion Inverter Direct Drive) เพราะมอเตอร์ต่อตรงเข้าสู่ตัวถังซัก ช่วยลดแรงสั่นสะเทือน และยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานยิ่งขึ้น ที่สำคัญตัวถังซักสามารถเคลื่อนที่ได้ถึง 6 ทิศทาง จึงช่วยซักผ้าได้สะอาดหมดจดเสมือนซักด้วยมือ ทั้งยังถนอมผ้า ลดปัญหาเสื้อผ้าพันกัน เหมาะสำหรับการซักผ้าทุกประเภท

ที่สำคัญที่สุดคือ คุณต้องคาดคะเนเวลาในการซักผ้าให้ดี หากเช้าวันไหนมีปริมาณแสงแดดที่พอเหมาะ ควรรีบซักผ้า ตากให้แห้ง และรีบเก็บทันที ก่อนที่ฝนจะตกลงมาสร้างความชุ่มชื้นให้เสื้อผ้าที่คุณเพิ่งซักอีกครั้ง

แต่หากซักผ้าก็แล้ว ตากผ้าก็แล้ว อบผ้าก็แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ผล เสื้อผ้ายังมีกลิ่นอับอยู่ แนะนำให้กลับไปหาต้นต่อของกลิ่นอับเหล่านั้น เช่น ตู้เสื้อผ้า หากเคยเก็บผ้าที่มีกลิ่นอับไว้ในตู้เสื้อผ้า ไม่แปลกที่ผ้าชุดใหม่ที่คุณเก็บเข้าไปจะได้รับกลิ่นอับ ดังนั้นการนำเสื้อผ้าออกจากตู้ทั้งหมด แล้วทำการทำความสะอาดใหม่โดยการดูดฝุ่น เช็ดด้วยผ้าหมาดๆ และเปิดตู้ระบายทิ้งไว้ จะทำให้ตู้เสื้อผ้าของคุณไม่มีกลิ่นอับและพร้อมที่จะกลับมาเก็บผ้าอีกครั้งหนึ่ง

ท้ายที่สุด แอลจียังมี เคล็ดลับการดูแลทำความสะอาดเครื่องซักผ้า ที่ถูกวิธีง่ายๆ มาฝาก ดังนี้

ถังซักผ้า – ควรล้างทำความสะอาดเดือนละครั้งหรือสูงสุด 3 เดือนครั้ง โดยใช้โปรแกรมความสะอาดถังซัก (Tub Clean) กับน้ำยาฟอกผ้าขาว (สามารถใช้ได้ทั้งชนิดผงและน้ำ) สำหรับเครื่องซักผ้าฝาหน้า ถ้าใช้แบบน้ำให้เติมน้ำยาลงตรงช่องใส่ผงซักฟอกตามปกติ แต่ถ้าเป็นแบบผงให้ละลายน้ำก่อน จึงค่อยเทใส่ช่องใส่ผงซักฟอก ส่วนเครื่องซักผ้าฝาบน ห้ามใส่น้ำยาฟอกผ้าขาวบริเวณช่องใส่ผงซักฟอก ควรรอให้น้ำเต็มเข้ามาครึ่งถังซัก และใส่น้ำยาลงไป และใช้มือคนให้เข้ากัน แค่นี้ถังซักของคุณก็จะสะอาดหมดจด

ช่องใส่ผงซักฟอก /น้ำยาปรับผ้านุ่ม – ควรถอดออกมาล้างเป็นระยะๆ โดยใช้แปรงสีฟันขัดทำความสะอาด

ตัวกรอง – ควรทำความสะอาดเดือนละ 1-2 ครั้ง ดูตำแหน่งของเครื่องกรองจากคู่มือ นำสิ่งตกค้างในตัวกรองออกให้หมดแล้วถอดนำไปล้างทำความสะอาด

ตัวถังภายนอก – ควรใช้ฟองน้ำหรือผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดทันทีหลังใช้งานเสร็จแล้ว และควรไม่ให้เครื่องซักผ้าโดนฝน หรือแดด เพราะจะทำให้สีซีดจางได้