Facebook เปิดตัวสองฟีเจอร์ใหม่ ให้คุณไลฟ์และแชทไปพร้อมกับเพื่อนของเราได้

Home / Software & App / Facebook เปิดตัวสองฟีเจอร์ใหม่ ให้คุณไลฟ์และแชทไปพร้อมกับเพื่อนของเราได้

ก่อนหน้านี้ Facebook ได้อัพเดทฟีเจอร์สำหรับการไลฟ์อย่าง ไลฟ์เฉพาะเสียง ไปแล้ว สำหรับผู้ที่ต้องการไลฟ์ในสไตล์ Podcast คราวนี้ เฟซบุ๊กออกฟีเจอร์อัพเดตใหม่ ให้เราสามารถไลฟ์โดยมีเพื่อนมาอยู่ข้างๆ และสามารถแชทกับเพื่อนที่ชมไลฟ์เดียวกันได้ โดยไม่รบกวนคอมเมนต์ของผู้อื่น

Live With

ฟีเจอร์แรกที่เพิ่มเข้ามา ใช้ชื่อว่า Live With คือการไลฟ์โดยที่คนที่เข้ามาดูเราขณะไลฟ์ สามารถร่วมการไลฟ์เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือพูดคุยกับคุณได้ โดยการกดเชิญชวนเพื่อนที่เรามีอยู่ใน Friend List หรือจะเลือกจากคอมเมนต์ที่ส่งเข้ามาในช่วงเวลาไลฟ์ ระบบจะส่งคำเชิญเพื่อให้กดยอมรับ แล้วใบหน้าของผู้ที่เข้ามาร่วมไลฟ์จะปรากฎขึ้นมาเป็นกรอบเล็กๆ บนหน้าจอ

หรือจะแบ่งเป็นครึ่งต่อครึ่งก็ทำได้เช่นกัน สามารถใช้ฟีเจอร์นี้ได้ทั้งผู้ใช้งานทั่วไป และเพจต่างๆ แต่มีข้อแม้อย่างหนึ่ง คือ คุณจะต้องไลฟ์ในรูปแบบเต็มจอเท่านั้น จะแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้

ฟีเจอร์นี้ คล้ายๆ การนำ Video Call และ Hangout ของ Google (ซึ่งย้ายไปใช้งานบนยูทูป) มาใส่ในรูปแบบไลฟ์ของเฟซบุ๊ก และฟีเจอร์ดังกล่าวนี้ ในก่อนหน้านี้ มีให้ใช้งานบ้างแล้ว แต่เฉพาะแอพ Facebook Mention เท่านั้น (แอปเฟซบุ๊กสำหรับเหล่าเซเลป) โดยที่ผู้ที่ต้องการร่วมไลฟ์ จะต้องส่ง Request มาที่เจ้าของไลฟ์ก่อน ถึงจะได้ขึ้นจอพร้อมกัน

Live Chat with Friends

ฟีเจอร์ที่สองนี้ คือการโต้ตอบสนทนา หรือการแชทระหว่างเพื่อที่รับชมไลฟ์ในเวลาเดียวกัน บางครั้งที่ชมไลฟ์ของคนอื่นๆ แล้วบังเอิญว่าเพื่อนของคุณชมไลฟ์นี้อยู่พอดี จะทักผ่านช่องคอมเมนต์รวมก็ดูไม่ดี คราวนี้ให้คุณสามารถพูดคุยเป็นการส่วนตัวได้แล้ว

โดยที่คุณและเพื่อนของคุณจะต้องรับชมไลฟ์เดียวกันก่อน แล้วจึงจะเลือกเพื่อนที่ต้องการพูดคุยส่วนตัวได้ จาก Chat Head ที่ปรากฎบนมุมขวาของจอ หรือเลือกได้ผ่านการแจ้งเตือนบนหน้าแชทรวม ที่จะคอยแจ้งว่าเพื่อนคนนี้ เข้ามารับชมด้วยในเวลานี้

นอกเหนือจากนี้ ยังสามารถชวนเพื่อนคนอื่นๆ ที่รับชมไลฟ์ในเวลาเดียวกันมากกว่า 1 คน เข้ามาพูดคุยในแบบกรุ๊ปย่อยได้ และยังสามารถชวนเพื่อนคนอื่นๆ ที่ไม่ได้รับชมไลฟ์ เข้ามาพูดคุยและรับชมไลฟ์ไปพร้อมๆ กันได้

แน่นอนว่าทั้งสองฟีเจอร์ที่กล่าวมา มีเฉพาะสมาร์ทโฟนเท่านั้นที่สามารถใช้งานได้ ทั้ง iOS และ Android และคาดการณ์ว่าจะเริ่มให้ผู้ใช้งาน สามารถใช้งานได้ในช่วงซัมเมอร์ที่จะถึงนี้

ที่มา: Facebook Newsroom