Amazon drone หุ่นยนต์

เทคโนโลยี Delivery Robot หุ่นยนต์ส่งของอัตโนมัติ ปัจจุบันไปถึงไหนแล้ว

Home / Scoop / เทคโนโลยี Delivery Robot หุ่นยนต์ส่งของอัตโนมัติ ปัจจุบันไปถึงไหนแล้ว

เพราะบางครั้งการขนส่งที่ต้องใช้มนุษย์นั้น สามารถทำได้ยากลำบากในบางสถานการณ์ครับ ยกตัวอย่างเช่น ยามเกิดภัยธรรมชาติ หรือยามเกิดสงครามก็ตาม บริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆ จึงเกิดไอเดียการขนส่งสิ่งของที่ไม่จำเป็นต้องใช้คน หรือเรียกง่ายๆ ว่าให้หุ่นยนต์เข้าไปส่งของตามสถานที่ต่างๆ ที่ยากจะเข้าถึงแทน

โดยบริษัทที่ดูจะจริงจังกับคอนเซ็ปต์นี้ที่สุดบริษัทหนึ่งก็คือ Amazon ซึ่งผู้ก่อตั้งอย่างนาย Jeff Bezos เปิดเผยขึ้นครั้งแรกในปี 2013 ว่าบริษัทกำลังมีแผนที่จะใช้หุ่นยนต์ในการขนส่งสินค้าที่มีน้ำหนักเบาไปส่งตามบ้านของผู้ที่สั่งของจากเว็บไซต์ Amazon.com

ซึ่งแน่นอนว่าใครที่มีความคิดใหม่ๆ แปลกแยกในช่วงแรกก็มักจะโดนวิจารณ์อย่างหนักครับ โดยมีคนแสดงความคิดเห็นกันว่า การส่งของด้วยหุ่นยนต์นั้นอาจเจอปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาด้านกฎหมาย ความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ การโจรกรรมสินค้า หรือปัญหาด้านการขนส่งอื่นๆ อีกมากมาย

แต่ในปีเดียวกันนั้นเอง ในเดือนธันวาคม 2013 บริษัท Deutsche Post AG บริษัทลูกของ DHL ได้ทำการวิจัยในการส่งโดรนเครื่องต้นแบบขนาดเล็กชื่อว่า Parcelcopter ในการขนส่งเวชภัณฑ์เพื่อบรรเทาภัยพิบัติในเยอรมนีเช่นกัน

ต่อมาในปี 2014 ก็มีอีกหลายบริษัทที่เริ่มให้ความสนใจกับการขนส่งไร้มนุษย์นี้ครับ เช่น บริษัท Google ที่เปิดเผยว่ากำลังทดสอบ UAV (Unmanned Aerial Vehicle) หรืออากาศยานไร้คนขับในออสเตรเลีย ซึ่งโปรเจ็คนี้มีชื่อว่า Project Wing ที่ตั้งเป้าขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ได้ หรือแม้แต่ FedEx บริษัทขนส่งชื่อดังของโลก ก็ทดสอบการใช้โดรนขนส่งสินค้าเช่นกัน

บริษัทในเอเชียเองก็ไม่น้อยหน้าครับ ยกตัวอย่างเช่น AliBaba บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนก็เริ่มทดสอบการส่งชาให้กับลูกค่ากว่า 450 รายในจีนด้วยโดรนในปี 2015 และในปี 2016 บริษัทญี่ปุ่น Rakuten ก็เริ่มทดลองส่งสินค้าถึงบ้านลูกค้าด้วยโดรนแล้วเช่นกัน

จนถึงล่าสุดในปี 2019 ในเดือนมกราคมนี้เลย ที่ทาง Amazon หลังจากได้ลงทุนพัฒนาระบบมาเป็นเวลานาน ในที่สุดบริษัทก็ได้ประกาศเริ่มใช้หุ่นยนต์ส่งของที่มีชื่อว่า Amazon Scout จำนวน 6 ตัวในการส่งของอย่างเป็นทางการ โดยจะเริ่มขนส่งสินค้าถึงหน้าบ้านลูกค้าในบางพื้นที่ในสหรัฐ

โดยเจ้า Scout นี้มีลักษณะเป็นเหมือนถังน้ำแข็งติดล้อครับ สามารถเคลื่อนที่ไปบนทางเท้าได้ด้วยตัวเอง สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวางอย่างเช่น คนเดิน หรือสัตว์เลี้ยงได้ และตัวกล่องจะเปิดได้เมื่อถึงที่หมายเท่านั้น รวมถึงจะเปิดให้กับผู้รับเท่านั้น แต่ทาง Amazon ไม่ได้ระบุว่าใช้เทคโนโลยีอะไรในการระบุตัวผู้รับ และอย่างไรก็ตามการทำงานจะต้องมีพนักงาน 1 คนคอยกำกับดูแลในกรณีที่อาจเกิดปัญหานั่นเอง

เท่านั้นยังไม่พอครับ ในอนาคต Amazon มีแผนที่ยกระดับการขนส่งให้สามารถนำสินค้าเข้าไปวางไว้ในบ้านให้คุณได้ แม้คุณจะไม่อยู่บ้าน ซึ่งโปรเจ็คนี้ชื่อว่า Amazon Key ซึ่งเมื่อของถึงหน้าบ้าน ระบบจะส่งสัญญาณไปที่สมาร์ทโฟนของคุณ จากนั้นคุณจะต้องกดอนุญาตให้ประตูปลดล็อคเพื่อให้เจ้าหน้าที่ (ในอนาคตอาจเป็นหุ่นยนต์) เข้าไปวางของในบ้านได้ โดยคุณสามารถตรวจสอบความเรียบร้อยขณะส่งได้แบบ real-time ผ่านกล้องวงจรปิดในบ้าน

และแน่นอนว่าในปี 2019 นี้ก็น่าจะมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยให้การขนส่งให้รวดเร็ว และปลอดภัยยิ่งขึ้นครับ เห็นมั้ยครับว่าเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนชีวิตเราง่ายขึ้นจริงๆ ครับ และยิ่งในยุคที่คนสั่งซื้อในอินเทอร์เน็ตมากขึ้นแบบนี้ คงจะได้เห็นหุ่นยนต์วิ่งหรือบินส่งของกันมากขึ้นในหลายประเทศครับ

บทความโดย Tech.MThai