smartphone สมาร์ทโฟน

FM Radio บนมือถือจะเป็นอย่างไรต่อไป เมื่อผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว?

Home / Scoop / FM Radio บนมือถือจะเป็นอย่างไรต่อไป เมื่อผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว?

วิทยุ FM Radio บนมือถือ ในยุคนึงถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่ขาดไม่ได้ ที่หากขาดไปอาจทำให้มือถือรุ่นนั้นถึงกับขายไม่ได้เลยในอดีตที่ผ่านมา เพราะวิทยุ FM นี้ทำให้คุณสามารถฟังเพลง ข่าวสาร ฟังผลบอล หรือทอร์คโชว์ต่างๆ บนวิทยุได้ฟรี ช่วยแก้เบื่อเวลาเดินทางได้เป็นอย่างดี และสามารถฟังได้ฟรี ไม่จำเป็นต้องใช้ดาต้าอินเทอร์เน็ตในการฟังอีกด้วย

จุดสูงสุดของวิทยุ FM ดูเหมือนจะเป็นในช่วงปี 2008 – 2010 ครับ ในยุคนั้นมือถือแทบทุกรุ่นเลยจะต้องใส่ฟีเจอร์นี้มาด้วย โดยเฉพาะ Samsung, LG, และ Nokia ที่ใส่มาให้แทบทุกรุ่นเลยครับ ตามกราฟด้านล่างนี้เลย

แต่ในปัจจุบันความต้องการวิทยุ FM ได้ลดลงไปตามกาลเวลาครับ เพราะมือถือรุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบันลดความสำคัญของฟีเจอร์นี้ลง แล้วไปเน้นเรื่องกล้อง เรื่องเกมแทน แล้วเป็นเพราะอะไรล่ะ ที่ทำให้ฟีเจอร์ FM Radio หมดความน่าสนใจลงไป?

มีหลายปัจจัยครับที่ทำให้ FM Radio ลดบทบาทลงไป หนึ่งในนั้นต้องบอกว่า เป็นเพราะค่าย Apple ด้วย เพราะเป็นเจ้าแรกๆ ที่ตัดพอร์ตหูฟัง 3.5 มม. ออกไป เพราะว่าการใช้งานวิทยุนั้นจำเป็นต้องใช้หูฟังเพื่อเป็นเสาอากาศรับสัญญาณวิทยุด้วย

นอกจากนี้สาเหตุหลักจริงๆ แล้ว น่าจะมาจากเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มีราคาถูกลงครับ การฟังเพลงผ่านการสตรีมเป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะราคาดาต้ามีราคาถูกลงมากว่าแต่ก่อนนั่นเอง รวมถึงเทรนด์สมาร์ทโฟนระดับเรือธงของหลายๆ ค่าย โดยเฉพาะ Samsung รุ่นท็อปๆ เช่น Galaxy S หรือ Galaxy Note ก็ไม่ให้วิทยุมาอีกเช่นกัน (ยกเว้นรุ่นเรือธงของบางค่าย ยังใจดีให้ FM Radio มาด้วย อย่างเช่น LG, Asus, หรืออื่นๆ )

เชื่อว่าอ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงคิดว่าแล้วสถานีวิทยุ FM ล่ะจะมีแนวโน้มเป็นอย่างไรในยุคที่คนฟังเพลงผ่าน Stream มากขึ้น จุดนี้ก็คงต้องยอมรับกับความเปลี่ยนแปลง แล้วก็ปรับตัวให้ทันครับ หรือจะให้ตอบแบบกำปั้นทุบดิน ก็คงต้องบอกว่า หากคนฟังเพลงกันในออนไลน์มากขึ้น ก็เอาตัวเองไปอยู่ในออนไลน์ซะก็สิ้นเรื่อง เพราะอย่างไรหากคอนเท็นต์ของคุณดีจริง ยังไงก็จะมีคนตามไปฟังคุณแน่นอนครับ

ยกตัวอย่างเช่นในประเทศนอร์เวย์ ตอนนี้ได้ประกาศหยุดให้บริการคลื่นวิทยุ FM ทั่วประเทศแล้ว และสนับสนุนให้คนหันไปฟังวิทยุแบบดิจิทัลแทน หรือที่เรียกว่า DAB (Digital Audio Broadcasting) ซึ่งนอร์เวย์นี้ถือเป็นประเทศแรกของโลกเลยที่ทำแบบนี้ครับ นอกจากนี้ยังมีสวิตเซอร์แลนด์ที่มีนโยบายเช่นเดียวกันนี้ และจะเริ่มต้นภายในปี 2020 เช่นเดียวกับหลายประเทศในยุโรปที่กำลังพิจารณาอยู่เช่นกัน

สำหรับในมุมของผู้บริโภคแล้ว การที่เทคโนโลยีดีๆ มีราคาถูกลง แน่นอนว่าเป็นผลดีกับเราแน่นอนครับ เพราะอย่างไรก็ตามการฟังเพลงแบบดิจิทัลนั้นมีความคมชัดกว่าการฟังผ่านสัญญาณวิทยุอย่างแน่นอน แต่มาคิดๆ ดูก็น่าใจหายนะครับที่ต่อไปอีก 10-20 ปี อาจไม่มีวิทยุ FM ให้เราได้หมุนหน้าปัดหาคลื่นฟังเพลงกันเหมือนสมัยก่อนแล้วก็เป็นได้

บทตวามโดย Tech.MThai