Android Galaxy Note 10 samsung Samsung Galaxy ซัมซุง ซัมซุงกาแล็คซี่ มือถือ มือถือ Android มือถือ samsung สมาร์ทโฟน แอนดรอยด์

รีวิว Galaxy Note 10 และ Galaxy Note 10+ แถมปากกาวาดเขียนบนอากาศได้

Home / review-device / รีวิว Galaxy Note 10 และ Galaxy Note 10+ แถมปากกาวาดเขียนบนอากาศได้

หลังจากที่เปิดตัวเรือธงจากค่าย Samsung รุ่นใหม่ ไปแล้วทั้ง 2 รุ่น อย่างที่เรารู้กันดีนั้นก็คือ Samsung Galaxy Note 10 และ Samsung Galaxy Note 10+ ที่ต่างก็ลุ้นว่าตัวเครื่องจะเป็นอย่างไร สเปคจะแรงหรือไม่ และราคาละ…จะสบายกระเป๋าหรือเปล่า แน่นอนว่ากระแสการตอบรับและยอดจองถือว่าดีมาก ซึ่งเหล่าสาวก Samsung ต่างก็ต่อคิวสั่งซื้อ/จองล่วงหน้ากันทั้งนั้น ทั้งๆ ที่ยังไม่เห็นตัวเครื่องกันเลย งานนี้ขอบอกเลยว่า ใจไม่ถึงไม่กล้าซื้อจริงๆ วันนี้ จะมารีวิวให้ดูว่าทั้ง 2 รุ่น นั้นมีความแตกต่างกันแค่ไหน สเปคจะเป็นอย่างไร จะคุ้มหรือไม่ไปดูกันคะ

ภายในกล่องทั้ง 2 รุ่น บอกเลยว่าเหมือนกันเป๊ะ ซึ่งภายในกล่องจะประกอบไปด้วย

  • ซิลิโคนนิ่มที่คลุมขอบทั้งหมดของตัวเครื่อง เหมาะมาสำหรับคนที่ชอบวางเครื่องทั้งแบบคว่ำหน้าจอและหงายหน้าจอ ทั้งนี้ เคสที่แถมมาให้ยังป้องกันไม่ให้เลนส์และหน้าจอเกิดจากรอยขูดอีกด้วย
  • ทั้ง Samsung Galaxy Note 10 และ Galaxy Note 10+ มี Adapter รองรับการชาร์จเร็ว 25 วัตต์ มาให้ในกล่อง แต่ Samsung Galaxy Note 10+ สามารถรองรับการชาร์จเร็ว 45 วัตต์ แต่ก็สามารถซื้อเพิ่มในราคา 1,290 บาท
  • หูฟัง AKG แบบอินเอียร์พอร์ต USB-C มาใช้งาน
  • สายชาร์จ USB Type-C to Type-C
  • ฟิล์มกันรอยที่ติดมาบนหน้าจอแสดงผลอ
  • ที่ครีบและหัวปากกาอีก 1 อัน

การดีไซน์ของ Samsung Galaxy Note 10 ตัวเครื่องจะเป็นทรงเหลี่ยม ที่มีความบาง จับแล้วถนัดมือ ไม่ใหญ่และไม่เล็กจนเกินไป ตัวเครื่องดูแล้วมีความพรีเมียมสุดๆ หน้าจอไร้ขอบ ตัวกล้องอยู่บนหน้าจอฝั่งอยู่บริเวณกึ่งกลาง และไร้ปุ่ม Bixby ที่ทาง Samsung ตัดออกไป ทั้ง Samsung Galaxy Note 10 และ Galaxy Note 10+ จะมาพร้อมกับกระจก Corning Gorilla Glass 6 ทั้งด้านหน้าและด้านหลังเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความทนทานที่มากขึ้น ซึ่งจากเดิมใช้ Gorilla Glass 6 ด้านหน้า และด้านหลังใช้ Gorilla Glass 5

นอกจากนี้ ทั้ง 2 รุ่น ยังมาพร้อมกับปากกา S Pen หรือเรียกอีกอย่างว่า ไม้กายสิทธิ์ ที่ได้เปรียบเป็นดั่งอาวุธข้างกายของ Galaxy Note 10 ที่ได้เนรมิตให้มีความล้ำเข้าไปอีก ไม่ว่าจะเป็นการสั่งตอนที่เราต้องการอยากจะถ่ายรูป, สั่งเปลี่ยนโหมด, สั่งกล้องให้ซูม และสั่งให้สลับกล้องให้เป็นกล้องหน้าเป็นกล้องหลัง-กล้องหลังเป็นกล้องหน้าโดยไม่ต้องสัมผัสที่หน้าจออีกต่อไป นอกจากนี้ ยังสามารถเปลี่ยนลายมือให้กลายเป็นข้อความก็ยังได้ (Transcribe) ซึ่งฟีเจอร์นี้สามารถใช้ใน Create Note และสามารถส่งออกให้เป็นไฟล์ Word, PDF, txt ได้อีกด้วย ซึ่งผู้ใช้งานจะได้รับความสะดวกสบายอย่างแน่นอน  

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ Samsung Galaxy Note 10 และ Galaxy Note 10+สามารถเชื่อมต่อกับ Windows 10 ด้วย Quick Panel เพียงคลิ๊กเดียว เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเห็นการแจ้งเตือน, ส่งและรับข้อความ ซึ่งเราสามารถเชื่อมต่อระหว่างสมาร์ทโฟนกับคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน อย่างเช่น เมื่อเราถ่ายรูปจากกล้องสมาร์ทโฟนเสร็จ รูปภาพที่เราถ่ายจะถูกส่งไปยังคอมพิวเตอร์ในทันทีเลย นี่แหละที่ใครหลายคนตามหา เหมาะมากสำหรับคนที่ทำงานในยุคปัจจุบัน อะไรที่ง่ายๆ สะดวกสบาย ที่คนไทยตามหา

นอกจากนี้ทาง Samsung ยังได้ปรับปรุงในเรื่องการสแกนลายนิ้วที่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม และขยับขึ้นไปเพื่อที่จะให้ผู้ใช้งานสแกนลายนิ้วมือได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม รวมถึงทาง Samsung ก็ได้ตัดช่องหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตรออกไปนะจ๊ะ แล้วมาเปลี่ยนเป็นช่อง USB Type-C แทน แถมทั้ง 2 รุ่นนี้ ยังได้รับการติดฟิล์มกับรอบที่มีคุณภาพดี เมื่อเวลาเราใช้ปากกา S Pen ปากกอัจฉริยะ เขียนลงไปบนหน้าจอแสดงผลจะไม่เกิดรอบย่นตามมา ก็ถือว่าฟิล์มที่ติดมาให้สามารถกันรอยและมีคุณภาพที่ดี ดังนั้นแล้วใครที่ซื้อมาก็ลองทดลองใช้งานก่อนแล้วค่อยคิดที่จะเปลี่ยนฟิล์มกันรอยตัวใหม่

 Samsung Galaxy Note 10 จะมาพร้อมกับนวัตกรรม Zoom-In Mic ที่จะช่วยเน้นเสียงในเฟรมที่ต้องการให้มีความชัดมากขึ้น และในขณะเดียวกันก็จะช่วยลดเสียงของพื้นหลังออกไปด้วย และฟีเจอร์ Super Steady ในรูปแบบใหม่จะช่วยป้องกันการสั่นไหวในขณะที่เราถ่ายวีดีโอ โดยการใช้ AI ในการคาดการณ์การสั่นล่วงหน้า นอกจากนี้ ยังมี AR Doodle และ 3D Scanner เทคโนโลยี AI และ 3D Scanner ที่สามารถใช้ปากกา S Pen ในการสร้างสรรค์รูปภาพ, วาดเอฟเฟค หรือภาพเคลื่อนไหวลงบนภาพถ่ายได้ด้วย AR Doodle ส่วน 3D Scanner จะมาพร้อมกับสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy Note 10+ ครั้งแรก และกล้อง Depth Vision ที่สามารถสแกนวัตถุ และเปลี่ยนให้ภาพสามารถเคลื่อนไหวเป็นแบบ 3 มิติได้อีกด้วย

หลังจากที่ลองใช้งานแล้ว และลองทดสอบทุกอย่างในการใช้งานของทั้ง 2 รุ่นนี้แล้ว ส่วนตัวคิดว่าทั้ง Samsung Galaxy Note 10 และ Galaxy Note 10+ ก็ถือว่าตอบโจทย์ให้กับคนรุ่นใหม่ โดยฉพาะคนวัยทำงานได้อย่างดีเพราะเนื่องจากเรามีปากกา S Pen ที่สามารถวาดเขียนบนอากาศได้อย่างง่ายดาย แถมยังทำให้เราสะดวกสบายมากขึ้นไปอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 รุ่นก็มีข้อดีก็แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการถ่ายภาพ, การออกแบบตัวเครื่อง, สเปกที่ให้มา และราคาที่ขาย ซึ่งการถ่ายภาพของ Samsung Galaxy Note 10+ ถือว่าได้ภาพออกมาที่คมชัดและสวยกว่า เพราะเนื่องจากกล้องให้ความละเอียด แบบ WQHD+ ส่วน Samsung Note 10 ให้ความละเอียด FHD+ เท่านั้น ส่วนตัวเครื่อง Samsung Galaxy Note+ มีขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่า เหมาะมากสำหรับคอเกมที่เล่นเกมได้อย่างเต็มหน้าจอเลยทีเดียว ส่วน Samsung Galaxy Note 10 ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะมีขนาดที่เล็กกว่า แต่ขอบอกเลยว่าจับถนัดมือมากเลยทีเดียว ในขณะที่มืออยู่ในมือหรือเวลาถ่ายภาพ รวมถึงการเล่นเกมและการเปิด-ปิดแอพพลิเคชั่นของทั้ง 2 รุ่น ถือว่าลื่นไหลได้เป็นอย่างดี ไม่กระตุก ไม่สะดุดเลย และภาพกราฟิกสวยงาม (ถ้าจะกระตุกก็น่าจะเป็นที่อินเทอร์เน็ต) เอาเป็นว่า ใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ หรือกำลังคิดว่าซื้อดีหรือไม่ เจ้าตัว Samsung Galaxy Note 10 ทั้ง 2 รุ่น ก็ถือว่าตอบโจทย์ให้กับคนรุ่นใหม่ โดยฉพาะคนวัยทำงานได้อย่างดี

ภาพถ่ายกล้องหน้าของ Galaxy Note 10

ภาพถ่ายกล้องหลังของ Galaxy Note 10

ภาพถ่ายกล้องหน้าของ Galaxy Note 10 +

ภาพถ่ายกล้องหลังของ Galaxy Note 10+

สเปค Samsung Galaxy Note 10

  • หน้าจอ Dynamic AMOLED ขนาด 6.3 นิ้ว แบบ FHD+ ให้ความละเอียด 2280 x 1080 พิกเซล
  • ชิปเซต Exynos 9825 ตัวใหม่ หรือ Snapdragon 855 (ในบางประเทศ)
  • RAM 8GB
  • ROM 256GB
  • กล้องหน้า ให้ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 3 ตัว โดยกล้องหลักให้ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล กล้องตัวที่ 2 (Telephoto) ให้ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และกล้องตัวสุดท้าย (Ultra Wide) ให้ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล
  • แบตเตอรี่ขนาด 3,500 mAh รองรับการชาร์จเร็ว 25 วัตต์
  • รองรับระบบปฎิบัติการ Android 9.0 Pie
  • เชื่อมต่อ Bluetooth v5.0, ANT+, USB Type-C, NFC, Location (GPS, Galileo, Glonass, BeiDou)
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแสดงผล
  • มีระบบจดจำใบหน้า
  • รองรับ 2 ซิม ::: 1 Nano SIM และ 1 Nano SIM
  • มีทั้งหมด 3 สีด้วยกัน ได้แก่ Aura Glow, Aura Pink และ Aura Black
  • ราคา 32,900 บาท

สเปค Samsung Galaxy Note 10+

  • หน้าจอ Dynamic AMOLED ขนาด 6.8 นิ้ว ให้ความละเอียด แบบ WQHD+ (3040 x 1440 พิกเซล)
  • ชิปเซต Exynos 9825 ตัวใหม่ หรือ Snapdragon 855 (ในบางประเทศ)
  • RAM 12GB
  • ROM 256GB รองรับหน่วยความจำสูงสุดถึง 512GB
  • กล้องหน้า ให้ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 4 ตัว โดยกล้องหลักให้ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล กล้องตัวที่ 2 (Telephoto) ให้ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล กล้องตัวที่ 3 (Ultra Wide) ให้ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และกล้องตัวที่ 4 เป็น 3D ToF หรือเรียกอีกอย่างว่า Depth Vision
  • แบตเตอรี่ขนาด 4,300 mAh รองรับการชาร์จเร็ว 45 วัตต์
  • รองรับระบบปฎิบัติการ Android 9.0 Pie
  • เชื่อมต่อ Bluetooth v5.0, ANT+, USB Type-C, NFC, Location (GPS, Galileo, Glonass, BeiDou)
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแสดงผล
  • มีระบบจดจำใบหน้า
  • รองรับ 2 ซิม ::: 1 Nano SIM และ 1 Nano SIM หรือ MicroSD สูงสุดที่ 1TB (เทราไบท์)
  • มีสีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Aura Glow, Aura White และ Aura Black
  • ราคาในรุ่น 12GB + 256GB อยู่ที่ 37,900 บาท ส่วนในรุ่น 12GB + 512GB ราคาอยู่ที่ 40,900 บาท

บทความโดย Tech.MThai