Jawbone Up24 รีวิว : Gadget อันลงตัวของคนรักสุขภาพ

Home / Review / Jawbone Up24 รีวิว : Gadget อันลงตัวของคนรักสุขภาพ

ในยุคนี้ การออกกำลังกายกลายเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ หลายบริษัทจึงออก Gadget เพื่อเอาใจตลาดคนรักสุขภาพดังที่เราเห็นในจอทีวีเป็นประจำ และในวันนี้ทางทีมงานได้มีโอกาสรีวิว Jawbone Up24 ซึ่งเป็น Gadget คู่ใจคนออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศ หากอยากรู้ว่าเจ้า Jawbone Up24 นี้มันคืออะไร? มันทำอะไรได้บ้าง? และมันจะเหมาะกับคนไทยมากแค่ไหน? เราไปหาคำตอบกันเลยดีกว่า!

main

Jawbone Up24คืออะไร?

UP 24 เป็น Gadget สำหรับเก็บข้อมูลการทำกิจกรรมต่างๆของเราในแต่ละวัน ด้วยเซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวที่มีความแม่นยำสูงมาก บวกกับสูตรการคำนวณที่มีประสิทธิภาพ มันจึงสามารถเก็บข้อมูลได้ว่า เรากำลังทำกิจกรรมอะไร ต่อเนื่องเป็นเวลานานแค่ไหน และเผาผลาญแคลลอรี่เป็นจำนวนเท่าไหร่ในแต่ละวัน

data

อันที่จริง Up ไม่ได้หมายถึงเฉพาะสายรัดข้อมือที่อยู่ในกล่องเท่านั้น Up คือระบบที่ช่วยให้เราสามารถดูแลสุขภาพของเราได้ดียิ่งขึ้น เพราะ App ที่ใช้อ่านข้อมูลไม่ได้ทำหน้าที่เพียงบอกข้อมูลที่สายรัดอ่านมาได้เพียงอย่างเดียว Up ยังคอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพมาให้เราอ่านในแอพกันแบบวันต่อวัน นั่นหมายความว่านอกจากมันจะเก็บข้อมูลของเราเอาไว้เพื่อให้เราตรวจสอบได้อย่างต่อเนื่องแล้ว Up ยังให้ความรู้ต่างๆเพื่อให้เราสามารถปรับปรุงแผนการดูแลสุขภาพได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

with-charger

แกะกล่อง

รูปลักษณ์ของเจ้า Up 24 นี้ดูเผินๆเหมือนเป็นสายรัดข้อมือธรรมดาเพียงแต่หนาขึ้นมาอีกหน่อย ตัวอุปกรณ์ทำจากยางเอาไว้คล้องตรงข้อมือ มี 3 ขนาดให้เลือกได้แก่เล็ก,กลาง,ใหญ่(ตัวที่ทางทีมงานได้มารีวิวเป็นขนาดใหญ่) ซึ่งถ้าวัดขนาดกันกันคร่าวๆไซส์เล็กจะเหมาะกับคนสูง 150-160 ซม. ไซส์กลาง 160-170 ซม. และไซส์ใหญ่จะพอดีกับข้อมือคนสูง 170 ซม.ขึ้นไป แต่เพื่อความมั่นใจลองเช็คขนาดกับพลาสติกข้างหลังกล่องดูก็ได้ครับ

เชื่อมต่อกับ SmartPhone ก่อนใช้งาน

ผู้ใช้งานต้องโหลด App UP มาก่อนถึงจะสามารถเชื่อมต่อ Up เข้ากับสมาร์ทโฟนได้ App นี้ต้องการ Android เวอร์ชัน 4.3 ขึ้นไปสำหรับคนใช้หุ่นเขียวหรือ iPhone รุ่นตั้งแต่ 4s ขึ้นไปสำหรับคนใช้ค่ายผลไม้ หลังจากโหลด App มาแล้วให้ทำการเปิด Bluetooth เพื่อทำการเชื่อมต่อ UP เข้ากับสมาร์ทโฟนตามขั้นตอนที่แอพบอกไว้ได้เลย

jb-main

สิ่งสำคัญคือควรจะใส่ข้อมูลส่วนบุคคลให้ตรงกับความเป็นจริงทั้งเพศ วันเกิด น้ำหนัก และส่วนสูง เพราะข้อมูลตรงนี้จะถูกนำไปใช้ในการคำนวณแคลลอรี่จากทุกกิจกรรมของเราในแต่ละวัน

step

เปิดเครื่อง

ในขั้นตอนการเชี่อมต่อหลังจากที่เรากดปุ่มค้างเอาไว้ Up ก็จะทำจับคู่กับสมาร์ทโฟนผ่านทาง Bluetooth วิธีการใช้งานขั้นพื้นฐานก็คือ ถ้ากดปุ่ม 1 ครั้ง UP จะเข้าสู่ Awake Mode(ไอคอนรูปพระอาทิตย์จะสว่าง) เพื่อเก็บข้อมูลกิจกรรมในตอนกลางวัน และเมื่อกดปุ่มค้างเอาไว้จะเป็น SleepMode(ไอคอนรูปพระจันทร์จะสว่าง) ซึ่งเอาไว้เก็บข้อมูลว่าเรานอนดิ้นหรือหลับสนิทมากน้อยเพียงใด แต่ถ้าไม่ถนัดจะเปลี่ยนโหมดเอาใน Smartphone ก็ได้เช่นกัน

mode

หากยังใหม่กับ UP อยู่ ก็ใช้แค่ 2 โหมดนี้ไปก่อนก็ได้ จำง่ายๆ ตื่นมากด 1 ครั้ง จะเข้านอนก็กดค้าง เพียงเท่านี้ข้อมูลที่จำเป็นต่อการวางแผนด้านสุขภาพก็จะถูกเก็บไว้อย่างครบถ้วน

goal

ที่ขาดไม่ได้อีกอย่างคือการวางเป้าหมายเพื่อสุขภาพที่ดีควรตั้งเวลานอนไว้ที่ 7-9 ชม. และกำหนดจำนวนก้าวเดินในแต่ละวันให้เป็น 10,000 ก้าวต่อวันเอาไว้ด้วย เพราะสองอย่างนี้ถือเป็นความต้องการขั้นพื้นฐานมากๆ สำหรับคนที่ต้องการมีสุขภาพที่ดี

charge

แบตเตอรี่อยู่ได้นานแค่ไหน?

สำหรับ Gadget แนวเก็บข้อมูลผู้ใช้เช่นนี้หากต้องชาร์จบ่อยๆคงไม่ดีแน่ หลังจากที่ชาร์จแบต Up จนเต็มแบตเตอรี่จะอยู่ได้ราว 7 วัน แต่ถ้าตั้งเตือน ตั้งปลุก ที่ต้องใช้พลังงานในการสั่นบ่อยๆ แบตเตอรี่ก็จะหมดเร็วขึ้น การชาร์จ ทุกๆ 7 วันจึงเสี่ยงแบตหมดได้เหมือนกัน อาจเลือกชาร์จทุก 5-6 วันแทนก็ได้เพื่อความปลอดภัย

track

การใช้งานกับแอพ UP

เมื่อนำ Up Jawbone มาใช้งานคู่กับแอพ UP ที่มีให้โหลดทั้งใน iOS และ Android (4.3 ขึ้นไป) แล้วพบว่า นี่มันคือเพื่อนคู่ใจในเรื่องสุขภาพชัดๆ เพราะมันจะเก็บข้อมูลการนอน การเดิน รวมไปถึงการนับแคลลอรี่จากอาหารการกินเอาไว้ทั้งหมด(แต่อาหารไทยอาจจะลำบากหน่อยเพราะข้อมูลส่วนมากเป็นอาหารฝรั่ง) รวมไปถึงสามารถเอาข้อมุลที่เก็บมาแล้วมาคาดเดาแนวโน้มเวลานอนและการออกกำลังด้วยการเดินในวันถัดๆไปได้อีกด้วย

สรุปความคุ้มค่า

สำหรับคนที่รักสุขภาพ ต้องการตรวจสอบเวลาในการนอน จำนวนก้าวเดินในแต่ละวันของตัวเองแล้ว UP 24 ถือว่าคุ้มค่ามากในการใช้งาน แม้ว่าจะไม่สามารถอ่านผลที่ได้ในแต่ละวันจากตัวเครื่องโดยตรง แต่เราทุกคนก็มีสมาร์ทโฟนติดตัวทุกคนอยู่แล้ว ดังนั้นการต้องมาอ่านผลจากบน SmartPhone ถือว่าไม่ได้ลำบากอะไรมากมาย

oapp

อีกทั้งแอพ UP ยังสามรถเชื่อมต่อข้อมูลกับแอพสุขภาพตัวอื่นๆได้อีกหลายตัว การแชร์ข้อมูลกันจากหลายๆแอพจึงช่วยให้เราสามารถวางแผนในการดูแลรักษาสุขภาพได้ดียิ่งขึ้นด้วย

trend

หาซื้อได้ที่ไหน? ราคาเท่าไหร่?

UP 24 สามารถหาซื้อได้ตามร้าน Gadget ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เช่น iStudio,Jmart ฯลฯ สนนราคาอยู่ที่ 6290 บาทเท่านั้นครับ