รีวิว Nokia X ก้าวแรกสู่โลก Android ราคาน่าคบหา สีสันโดนใจ

Home / Review / รีวิว Nokia X ก้าวแรกสู่โลก Android ราคาน่าคบหา สีสันโดนใจ

ในที่สุดก็มีวันนี้ครับ สำหรับ Nokia ที่กระโดดเข้ามาร่วมวงการสมาร์ทโฟน Android ที่ไม่เคยมีใครคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้น และเชื่อว่าสาวก Nokia ก็คงแอบลุ้นให้เป็นแบบนี้นานแล้ว (เฮียก็เป็นหนึ่งในนั้นนะ ที่อยากใช้มือถือสวยๆ จาก Nokia และชอบ Android OS) กับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เลย “Nokia X” ที่ก่อนเปิดตัว มีข่าวลืออย่างมากมายว่า Nokia จะเอาจริงเหรอกับ Android OS เพราะว่าตัวเองก็มี Nokia Asha และ Nokia Lumia อยู่ในตลาดอยู่แล้ว

Nokia X Review 032

แต่ถ้ามองกันจริงๆ Nokia ยังมีช่องว่างในตลาดอยู่อีกนะครับ ซึ่ง Nokia Asha จะเป็นกลุ่มรุ่นราคาเริ่มต้น คือราคาต่ำกว่า 4,000 บาทลงมา ส่วน Nokia Lumia จะมีราคาเริ่มตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป (Lumia 520 รุ่นถูกสุด เปิดราคาครั้งแรกที่ 5,850 บาท) ดังนั้นจะเหลือช่องว่างของราคาอยู่ ดังนั้นจึงเป็นที่มาของ Nokia X สมาร์ทโฟนกุหลาบเขียวที่เป็นไวรัลอยู่ในโลกอินเตอร์เน็ตก่อนวางขายในช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา

วันนี้เราจะมาลองทำความรู้จัก Nokia สมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ “Nokia X Software Platform 1.0” ที่มีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android กันดีกว่าครับ มาดูกันครับว่าจะมีข้อดี ข้อเสียอย่างไรกันบ้าง แต่ก่อนอื่นเลย ต้องขอขอบคุณทาง Nokia ประเทศไทยก่อนเลยครับ ที่สนับสนุน Nokia X เครื่องนี้ให้เราได้รีวิวกัน

Nokia X Review 034

รีวิว Nokia X วันนี้ผมขอใช้เครื่องสีแดงในการรีวิวแล้วกันนะครับ เพราะคงเห็นสีเขียวกันบ่อยละ โดยตัวบอดี้จะเป็นพิมพ์เดียวกันกับ Nokia Asha รวมไปถึงกล่องเองก็เป็นกระดาษรีไซเคิลแบบเดียวกันเช่นกัน

Nokia X Review 020

วิธีการแกะฝาหลัง วิธีที่ง่ายที่สุดทาง Nokia แนะนำว่าให้แกะบริเวณด้านบนของตัวเครื่องนะครับ โดยใช้นิ้วโป้งดันบริเวณกล้อง และใช้ปลายนิ้วกดบริเวณขอบของกรอบ เท่านี้ฝาหลังก็จะหลุดออกมา แรกๆ อาจยากนิดนึง แต่ถ้าทำบ่อยๆ จนคล่องแล้วก็จะง่ายเอง

Nokia X Review 021

วิธีใส่ซิมการ์ดจะต้องใส่ตอนที่ยังไม่ได้ใส่แบตเตอรี่ครับ โดยช่องที่ใส่จะเรียงจากซ้ายไปขวาดังนี้ จากภาพช่องแรกเป็น SIM 2, microSD Card, และสุดท้าย SIM 1 โดยชนิดของซิม Nokia X จะใช้ microSIM เท่านั้น

เมื่อใส่ซิมเรียบร้อยก็ลองไปดูตัวเครื่องรอบๆ กันฮะ

Nokia X Review 014

ดีไซน์รวมๆ แล้วจะคล้ายกับมือถือ Nokia ตระกูล Asha มากเลยครับ จะต่างกันก็เพียงระบบการทำงานภายในแค่นั้น

Nokia X Review 022

ขนาดตัวเครื่องกำลังพอดีมือ สามารถใช้งานได้ด้วยมือข้างเดียวถนัด

Nokia X Review 019

ต้องบอกว่าขนาดเป็นเครื่องสีแดง แต่สีสันก็แสบจี๊ดไม่แพ้รุ่นสีเขียวรุ่นโปรโมทเลยฮะ

Nokia X Review 018 Nokia X Review 017

ด้านบนมีช่องเสียหูฟังขนาด 3.5 มิลเมตร์ขนาดมาตรฐาน สามารถใช้หูฟังปกติทั่วไปมาเสียบฟังเพลงได้สบาย

Nokia X Review 016

ด้านซ้ายไม่มีปุ่มใดๆทั้งสิ้น

Nokia X Review 015

ด้านล่างมีช่อง microUSB สำหรับชาร์จไฟ และโอนถ่ายข้อมูล

Nokia X Review 014

ส่วนด้านขวามีปุ่มเพิ่มลดเสียง และปุ่ม power สำหรับเปิด/ปิดเครื่อง และล็อคหน้าจอ ปุ่มทั้งหมดอยู่ฝั่งเดียวกัน

Nokia X Review 038

อุปกรณ์ที่ให้มากับ Nokia X ในกล่องประกอบไปด้วยสายชาร์จ, หูฟัง, คู่มือ และเอกสารการรับประกันตามที่เห็นในภาพนะครับ ส่วนหูฟังนั้นจะมีให้เพียวแต่สีแดงเท่านั้น สีไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเครื่องที่เลือก

ต่อไปเรามาดูระบบการทำงานภายในของ Nokia X กันบ้าง

Nokia X Review 024

อย่างที่เกริ่นไปที่ด้านบนว่า Nokia X มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Nokia X Software Platform 1.0 ที่มีพื้นฐานมาจากตัว Android OS ที่ถูกปรับแต่งจากเดิม ซึ่งโดยปกติแล้ว Android OS จะต้องใช้บริการพื้นฐานต่างๆ ของ Google แต่ทาง Nokia จัดการเปลี่ยนบริการต่างๆ ให้มาใช้งานร่วมกับบริการของ Microsoft แทน

จากภาพทางด้านบน จะเห็นว่าหน้าตา Interface ของ Nokia X จะคล้ายกับ Live Tiles บน Nokia Lumia มาก แถมยังมีฟีเจอร์สำคัญที่ทำให้คุณสามารถเข้าใช้งานแอพต่างๆ ที่เราเคยใช้ได้ง่ายเช่นเคย ด้วยฟีเจอร์ “Fastlane” เหมือนที่อยู่บน Nokia Asha Series นั่นเอง

สเปค Nokia X Dual SIM

– มาพร้อมหน้าจอขนาด 4 นิ้ว ความละเอียด 800×480 พิกเซล (233ppi)
– ชิปประมวลผล Dual-Core Cortex A5 ความเร็ว 1GHz
– ชิปกราฟฟิก Adreno 203
– หน่วยความจำภายใน 4GB รองรับ microSD Card ได้สูงสุด 32GB
– RAM 512MB
– รองรับ 3G 900/2100MHz
– รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดแบบ microSIM
– ขนาด 115.5x63x10.4 มิลลิเมตร
– น้ำหนัก 128.7 กรัม
– แบตเตอรี่ 1500mAh
– กล้องดิจิตอลความละเอียด 3 ล้านพิกเซล ถ่ายวีดีโอได้ที่ความละเอียด 854×480 พิกเซล 30fps
– ไม่มีกล้องหน้า
– มีวิทยุ FM ในตัว

Screenshot_2014-04-08-11-52-26 Screenshot_2014-04-01-19-04-06

ตัว Fastlane (ฟาสต์เลน) เป็นฟีเจอร์ที่เริ่มแรกมาพร้อมกับ Nokia Asha ที่จะจดจำการใช้งานแอพต่างๆ บนเครื่องของเราไว้ทั้งหมด เรียงลำดับลงไปเรื่อยๆ และถ้าปัดหน้าจอลงด้านล่างจะมีนัดหมายในอนาคตแสดงขึ้นมา เรียกว่าแอพอะไรที่ใช้งานบ่อยๆ เราไม่จำเป็นต้องไปเปิดดูที่หน้าแอพหลักเลยครับ รวมไปถึงนัดหมาย หรือการแจ้งเตือนในอนาคตต่างๆ ก็สามารถเปิดดูได้ที่หน้า Fastlane ที่เดียวจบ สะดวกมาก

การเปิดหน้าจอ Fastlane ทำได้หลายวิธีครับ แต่วิธีที่ง่ายที่สุดคือ เมื่ออยู่ที่หน้าจอหลัก ให้ปัดนิ้วไปด้านข้าง หรือแตะปุ่ม Back บนตัวเครื่องหนึึ่งครั้งก็ได้เช่นกัน

ส่วนที่หน้าจอ lock screen หากมีการแจ้งเตือนใหม่เข้ามาก็จะแสดงขึ้นมาที่หน้านี้เลยฮะ คุณสามารถเปิดการแจ้งเตือนนั้นดูได้ทันทีด้วยการแตะค้างที่การแจ้งเตือนนั้น และปัดหน้าจอไปทางขวา จากนั้นการแจ้งเตือนนั้นจะแสดงขึ้นมาทันที

Nokia X Review 004

ที่ค่อนข้างรักเลย ก็ต้องเป็นฟีเจอร์นี้ครับ MixRadio ที่อยู่บน Nokia Lumia รุ่นระดับบน แอพพลิเคชั่นนี้ก็ถูกนำมาใส่ไว้ใน Nokia X เช่นกัน โดย MixRadio เป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับฟังเพลง โดยเราสามารถเลือกศิลปินที่เราชื่นชอบ มาสร้างเพลย์ลิสต์ส่วนตัว ระบบจะสุ่มเลือกเพลงดังของศิลปินท่านนั้นมาเล่นให้คุณฟังกันได้แบบยาวๆ ไม่มีโฆษณาคั่นให้เสียอารมณ์

Screenshot_2014-04-01-18-30-22 Screenshot_2014-04-01-18-30-31 Screenshot_2014-04-01-18-30-39 Screenshot_2014-04-01-18-30-55

นอกจากนี้คุณยังสามารถเลือกให้ MixRadio สุ่มเพลงตามอารมณ์ หรือเลือกเพลงตามแนวเพลงก็ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการฟังเพลงขณะที่กำลังเล่นฟิตเนส ก็ให้เลือกไปที่ Categories และ Fitness เท่านี้ระบบจะเลือกเพลงที่ฟังแล้วกระตุ้นให้คุณอยากออกกำลังกาย เบิร์นพลังงานส่วนเกิน ทำให้การออกกำลังกายสนุกขึ้นอีกเยอะ

Screenshot_2014-04-01-18-31-38 Screenshot_2014-04-01-18-32-53

เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อคุณสร้างเพลย์ลิสต์เพลงโปรดไว้แล้ว คุณก็ไม่จำเป็นต้องฟังผ่านอินเตอร์เน็ตเสมอไปนะครับ สามารถดาวน์โหลดเพลงเหล่านั้นมาเก็บไว้ในเครื่องเพื่อฟังแบบ offline ได้ ใช้ WiFi ที่บ้านโหลดเพลงเก็บไว้ในเครื่องเพื่อเอามาฟังข้างนอก ประหยัดค่าเน็ตอีกต่างหาก

Screenshot_2014-04-01-18-05-28 Screenshot_2014-04-01-18-05-43

หนึ่งในแผนที่ที่ดีที่สุดอย่าง HERE Maps ของ Nokia ก็มีให้ใช้บน Nokia X ด้วยครับ ให้คุณใช้มือถือเป็น GPS นำทาง หรือค้นหาจุดสนใจต่างๆ ก็ได้ ไปไหนไม่มีหลงแน่นอน

Nokia X Review 002

Screenshot_2014-04-01-18-29-38 Screenshot_2014-04-01-18-29-48

ความสามารถด้าน Social Network รุ่นนี้ก็ไม่ขาดตกบกพร่องครับ ด้วยความที่ใช้แอพพลิเคชั่นของ Android OS ได้ ทำให้มีแอพต่างๆ ให้เลือกใช้มากมาย ทั้ง Facebook, Twitter, Line, Instagram หรืออื่นๆ มีให้เล่นเพียบ

Screenshot_2014-04-01-18-33-24 Screenshot_2014-04-01-18-33-16

แอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่มากับเครื่องก็มีโหลดมาให้แล้วมากมายครับ โดยเฉพาะพวกเกม และตัวอย่างเกม ถ้าเท่านี้ไม่พอก็สามารถไปดาวน์โหลดเพิ่มได้เองผ่านทาง Nokia Store หรือจะเป็น 1Mobile Market ที่มีแอพ Android ให้เลือกเพียบ ที่สำคัญใครที่คิดถึง Flappy Bird ก็มีให้โหลดมาเล่นด้วยนะครับ (ขนาด Play Store เองก็ยังไม่มีเลยนะเนี่ย)

Screenshot_2014-04-01-18-33-43 Screenshot_2014-04-01-18-33-51

แอพพลิเคชั่นบนเครื่องที่โหลดมา จะเรียงลงไปเรื่อยๆ นะครับ แต่ไม่ต้องห่วงว่าถ้าหากโหลดมาเยอะๆ แล้วมันจะยาวเกินไป เพราะว่าคุณสามารถสร้างโฟลเดอร์เพื่อจัดหมวดหมู่แอพของคุณให้เป็นระเบียบได้ รวมไปถึงยังสามารถย่อหรือขยายตัวไทล์ให้ใหญ่หรือเล็กได้ตามต้องการเช่นเดียวกับบน Windows Phone ทำได้โดยการแตะค้างไว้ที่แอพที่ต้องการ จากนั้นแตะที่ปุ่มลูกศรเพื่อปรับขนาด หรือแตะที่เมนูรูปโฟลเดอร์เพื่อสร้างโฟลเดอร์ใหม่ หรือแตะปุ่มข้างๆ เพื่อเพิ่มวิดเจ็ตบนหน้าจอ

Screenshot_2014-04-01-18-37-25 Screenshot_2014-04-01-18-38-18

การท่องเว็บเล่นเน็ตก็ทำได้สวยงามทั้งแนวตั้งและแนวนอน

Screenshot_2014-04-01-18-48-39 Screenshot_2014-04-01-18-49-15

ถ้าอยากดูรายการ หรือคลิปออนไลน์ก็มีแอพ TubeMate ให้ใช้ ซึ่งนอกจากจะดูได้แล้ว ยังสามารถดาวน์โหลดคลิปมาเก็บไว้ในเครื่องเพื่อดูแบบ Offline ได้ด้วย

Screenshot_2014-04-01-18-40-23 Screenshot_2014-04-01-18-40-45

เกมฟุตบอลชื่อดังบนมือถืออย่าง Real Football 2014 ก็มีให้เล่นนะ แต่เป็นเวอร์ชั่นทดลองเล่นภายในเวลาที่จำกัด

Screenshot_2014-04-03-14-30-06 Screenshot_2014-04-03-14-30-28

และเมื่อเป็น Android แล้ว เราก็สามารถใช้แอพพลิเคชั่น Benchmark เพื่อทดสอบความแรงการประมวลผลได้ ซึ่งคะแนนของ Nokia X สามารถทำได้ที่ 7503 ถือว่าเป็นคะแนนของมือถือ Android ในระดับเริ่มต้นที่ความเร็วอยู่ในระดับใช้ได้ครับ

Nokia X Review 041

ต่อไปมาดูด้านการถ่ายภาพกันบ้าง โดย Nokia X มาพร้อมกับกล้องหลังความละเอียด 3 ล้านพิกเซล มีระบบการโฟกัสภาพแบบ Fixed Focus ไม่มีไฟแฟลช คุณภาพของภาพอยู่ในระดับพอใช้ครับ ถ่ายภาพและแชร์ขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คให้เพื่อนกดไลค์ได้ ลองชมตัวอย่างภาพจากกล้อง Nokia X ด้านล่างนี้ครับ

ตัวอย่างภาพจากกล้อง Nokia X

IMG_20140403_152003 IMG_20140403_152202 IMG_20140403_152359

ทดสอบการซูมระบบ digital zoom บน Nokia X

IMG_20140403_152732 IMG_20140403_152739 IMG_20140403_152818 IMG_20140403_152826

สรุปผลการทดสอบ Nokia X Dual SIM

ข้อดี

– บอดี้สีสันสดใส โดนใจคนรุ่นใหม่ ขนาดกระทัดรัด
– รองรับสองซิมการ์ด
– ใช้แอพพลิเคชั่นของ Android OS ได้
– มีแอพฟังเพลงดีๆ อย่าง MixRadio, HERE Maps
– ราคาไม่แพง เหมาะกับผู้ใช้สมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น

ข้อสังเกตุ

– กล้องถ่ายภาพไม่รองรับ Auto Focus และไม่มีไฟแฟลช
– ไม่มีกล้องหน้า
– ไม่รองรับบริการของ Google
– 3G รองรับที่ความถี่ 900/2100MHz เท่านั้น

หลังจากที่ได้รีวิว Nokia X มาซักพักสมาร์ทโฟนเครื่องนี้ถือว่าเป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจมากครับ โดยเฉพาะผู้ที่อยากได้สมาร์ทโฟนที่ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน เพราะว่าแม้จะมีระบบภายในพื้นฐานเดียวกับ Android OS แต่ Nokia ก็จัดการปรับปรุงหน้าตา รวมถึงการใช้งานให้เป็นสไตล์ของตัวเอง มีหน้าอินเตอร์เฟสแบบ Live Tiles เหมือน Nokia Lumia และมีฟีเจอร์ Fastlane เหมือนกับ Nokia Asha เรียกได้ว่าใครได้ลองเล่นก็ต้องรู้เลยว่าเป็น Nokia แน่นอน

นอกจากนี้ด้านการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ Nokia X มาพร้อมกับดีไซน์ถอดแบบมาจากตระกูล Asha ที่มีขนาดเล็กกระทัดรัด จับถนัดมือ ใช้งานได้ถนัดด้วยมือข้างเดียว และมีสีสันแสบทรวงตามสไตล์ของ Nokia ในปัจจุบัน

การติดตั้งแอพพลิเคชั่นของ Nokia X นอกจากจะสามารถติดตั้งผ่านทาง Nokia Store และสโตร์อื่นๆ ได้แล้ว เรายังสามารถดาวน์โหลดไฟล์ “.apk” ของ Android มาติดตั้งที่เครื่องก็ได้เช่นกัน แต่อาจจะไม่รองรับบริการของ Google ในบ้างแอพนะครับ

Nokia X Review 003

ด้านการใช้งานทั่วไปถือว่าสามารถตอบโจทย์คนส่วนใหญ่ไม่แพ้กับเครื่องรุ่นอื่นๆ เลยครับ สามารถเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์ค ท่องเว็บ เล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง หรือความสามารถพื้นฐานอย่างโทรเข้า โทรออก หรือส่งข้อความ แม้ว่าสเปคตัวเครื่องอาจจะไม่หวือหวาเท่าใดนัก แต่การใช้งานทั่วไปสามารถทำได้ดีไม่มีปัญหา แบตเตอรี่ที่ให้มา 1500mAh สามารถใช้งานทั่วไป เล่นไลน์ เล่นเฟส โทรออก รับสายบ้าง อยู่ได้สบายได้ครบวัน แต่ถ้าเล่นเกมนานๆ หรือเชื่อมต่อ WiFi แล้วเล่นเน็ตนานๆ อันนี้ก็ต้องหาที่ชาร์จสำรองเตรียมไว้ครับ

ข้อสังเกตุจริงๆ ของ Nokia X ก็คงเป็นเรื่องของการรองรับ 3G ความถี่ 900/2100MHz เท่านั้น ไม่รองรับคลื่น 3G ความถี่ 850MHz ของทาง TrueMove H และ Dtac ครับ แต่ถ้าใช้งานอยู่ในพื้นที่ที่มีพื้นที่คลื่น 2100MHz อยู่เป็นประจำ จุดนี้ Nokia X ก็รองรับได้ทุกเครือค่ายฮะ

สรุปนะครับ Nokia X Dual SIM จัดเป็นสมาร์ทโฟนที่เหมาะกับผู้ใช้ระดับเริ่มต้น น้องๆ หนูๆ ที่กำลังเรียนหนังสืออยู่ รวมไปถึงคนที่ต้องการมือถือราคาประหยัด ที่มีฟังค์ชั่นการใช้งานครบๆ ในราคาเบาๆ ซึ่ง Nokia X มีราคา 3,990 บาทเท่านั้น และหากเบื่อสีฝาหลังก็สามารถซื้อแยกได้ราคาชิ้นละ 299 บาทเท่านั้น หาซื้อได้ตามร้าน Nokia Shop ใกล้บ้านท่านเลยครับ สำหรับวันนี้เฮียณัฐก็ต้องขอลากันไปก่อน พบกันใหม่ครั้งหน้า สวัสดีครับ

Nokia X Review 034