บทความพิเศษ: Digital TV เก่าไป ใหม่มา

Home / Review / บทความพิเศษ: Digital TV เก่าไป ใหม่มา

น่าจะผ่านหูผ่านตากันมาพอสมควรแล้ว สำหรับเรื่องทีวีดิจิตอล แต่ก็อย่างว่าน่ะนะ เรื่องบางเรื่อง บางทีก็ควรต้องลงย้ำๆ ตอกซ้ำๆ โดยเฉพาะเรื่องที่ส่งผลกระทบตรงๆ ต่อคนหมู่มากแบบนี้ด้วย ทีวีดิจิตอลคืออะไร เหตุผลใดเราถึงเปลี่ยน ทีวีเครื่องเก่ายังพอใช้ได้อยู่ หรือต้องรีบเร่งสรรหาเครื่องใหม่ เรื่องพื้นๆ สุดสามัญเนี้ยแหละ ที่เราเลือกหยิบมานำเสนอ แม้จะไม่วูบวาบ แต่รับประกันว่าตัดมาให้แบบสั้นกระชับ และพุ่งเป้าเข้าประเด็น 

ดิจิตอลทีวี

Analog TV
ระบบเก่าแบบดั่งเดิม

การรับสัญญาณโทรทัศน์ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันตามช่องฟรีทีวีทั้ง 6 ช่องนั้น เรียกกันว่าระบบอนาล็อก (Analog) ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดิน (Terrestrial Broadcasting) โดยถ้าแปลตรงตัวก็เป็นการส่งคลื่นความถี่ไปมาบนผิวโลก ใช้วิธีส่งผ่านอากาศ จากเสาโทรทัศน์ใหญ่ๆ ไปยัง ‘เสาก้างปลา’ หรือว่า ‘เสาหนวดกุ้ง’ ตามที่อยู่อาศัย ไม่ใช่การส่งสัญญาณไปยังอวกาศแล้วยิงกลับมาอย่างการส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม หากแต่ระบบอนาล็อกแบบที่ใช้กันอยู่นี้ มีขีดจำกัดในการใช้งานค่อนข้างสูง โดยเฉพาะเรื่องการถูกสัญญาณรบกวนได้ง่าย ทำให้เกิดการพัฒนาก่อนจะกลายมาเป็นระบบดิจิตอล

Digital TV
ชัดกว่า มากกว่า

ทีวีดิจิตอลหรือโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (Digital TV) ยังคงใช้การส่งสัญญาณภาคพื้นดินเหมือนอนาล็อก แต่มีการเปลี่ยนการเข้ารหัส ซึ่งจะแทนค่าเป็น 0 กับ 1 การส่งสัญญาณระบบดิจิตอล จึงมีแต่ ‘รับได้’ กับ ‘รับไม่ได้’ เราจะไม่มีทางเห็นภาพที่เป็นลายๆ เหมือนเก่าอีกแล้ว ถ้ารับสัญญาณได้ ภาพและเสียงที่ออกมาก็จะ ‘คมชัด’ ไปเลย ที่สำคัญประสิทธิภาพของระบบดิจิตอลยังมากขึ้นด้วย เพราะสามารถแบ่งคลื่นสัญญาณการออกอากาศได้หลายช่อง เมื่อเทียบกับแบบอนาล็อคที่ใช้ออกอากาศได้เพียงช่องเดียว จึงไม่แปลกที่เราจะมีช่องฟรีทีวีเพิ่มขึ้นจาก 6 ช่อง มาเป็น 48 ช่อง

Why Digital TV?
การเปลี่ยน ความจำเป็น

การเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิตอล นอกจากทำให้รับชมทีวีด้วยคุณภาพสัญญาณที่ดีขึ้นในระดับมาตรฐานความคมชัดสูง (High Definition) และปราศจากสัญญาณรบกวนแล้ว ประเทศไทยยังได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีสารนิเทศอาเซียน (AMRI) โดยเป็นการหารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ทีวีระบบดิจิตอลร่วมกัน ซึ่งในคราวประชุมได้มีการกำหนดกรอบเวลาสำหรับการยุติการออกอากาศทีวีในระบบอนาล็อคระหว่างปี พ.ศ.2558-2563 ทั้งยังมีมติให้ใช้ระบบ DVB-T2 เป็นมาตรฐานที่ ‘ต้อง’ ใช้ร่วมกันด้วย

ทีวีดิจิตอล

DVB-T2
สัญลักษณ์ มาตรฐานสากล

DVB-T2 ย่อมาจาก Digital Video Broadcasting-Second Generation Terrestrial เป็นมาตรฐานสากลของระบบทีวีดิจิตอลภาคพื้นดิน ซึ่งมีประสิทธิภาพในการใช้คลื่นความถี่ดีที่สุดในขณะนี้ DVB-T2 ถูกพัฒนาขึ้นมาจาก DVB-T ที่ประเทศเพื่อนบ้านเราหลายประเทศใช้อยู่ แต่ความที่ประเทศไทยพัฒนาระบบช้า จึงข้ามมาใช้ DVB-T2 เลย ปัจจุบันมีประเทศที่ใช้มาตรฐาน DVB-T2 อยู่ประมาณ 38 ประเทศทั่วโลก โดยผลลัพธ์ที่ได้จากการส่งสัญญาณระบบ DVB-T2 คือจะได้ภาพและเสียงที่คมชัด และรับช่องสัญญาณได้มากขึ้น และสำหรับคนที่กำลังจะเปลี่ยนทีวีใหม่ หรือหาซื้อกล่องรับสัญญาณ (Set Top Box) ให้สังเกตสัญลักษณ์ หรือสติ๊กเกอร์รับรองที่มีคำว่า DVB-T2

Set Top Box
ตัวช่วยและทางเลือก

ระบบดิจิตอลเข้ามาแล้ว สิ่งที่ต้องถามต่อคือเราจำเป็นต้องซื้อทีวีเครื่องใหม่ เพื่อมารองรับระบบดังกล่าวหรือไม่ กล่องรับสัญญาณ (Set Top Box) คือคำตอบ โดยกล่องนี้จะทำหน้าที่รับสัญญาณดิจิตอลแล้วนำระบบกลับเข้าสู่เครื่องทีวีอนาล็อกเครื่องเดิม ดังนั้นแทนที่จะเปลี่ยนทีวี ก็หันมาใช้ Set Top Box แทน ทั้งนี้ทางคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ก็ได้จัดทำคูปองเงินสดให้เรานำไปเป็นส่วนลดในการซื้อกล่อง โดยคาดว่าจะสรุปเงื่อนไขในการแจกคูปอง ภายในเดือนมีนาคมนี้

Satellite & Cable TV
จานเดิม ยังใช้ได้อยู่

สำหรับคนที่ดูทีวีผ่านจานดาวเทียม (Satellite TV) หรือเคเบิ้ล (Cable TV) อาจจะสงสัยว่าการมาของระบบดิจิตอล จำเป็นต้อง ‘เปลี่ยนจาน’ หรือ ‘เปลี่ยนกล่อง’ ใหม่หรือไม่ ซึ่งตามกฎ ‘must carry’ ของกสทช. เรื่องหลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจกรรโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป ได้กำหนดเอาไว้ว่ารายการใน ‘ฟรีทีวี’ ต้องสามารถดูได้ผ่านทุกช่องทาง เช่นนั้นคนที่รับชมรายการทีวีผ่านจานดาวเทียมหรือเคเบิ้ล ก็สามารถรับชมรายการได้ทั้งหมด 36 ช่อง ซึ่งจะไม่รวมช่องบริการชุมชนทั้ง 12 ช่อง เนื่องจากช่องบริการชุมชนจะให้บริการแปรผันไปตามภูมิภาคที่รับชม

Did you know?

-การส่งสัญญาณทีวีนั้นมีด้วยกัน 3 แบบคึอ การส่งผ่านสายเคเบิล (Cable TV) การส่งผ่านดาวเทียม (Satellite TV) และการส่งแบบภาคพื้นดิน (Terrestrial Broadcasting)

-ในกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินนั้น สามารถแบ่งออกเป็น 3 ยุค (Generation) คือ ยุคที่ 1 ยุคโทรทัศน์ขาว-ดำ (พ.ศ. 2490 – 2510) ยุคที่ 2 ยุคโทรทัศน์สี (พ.ศ.2510–2555) และยุคที่ 3 คือ ยุคโทรทัศน์ระบบดิจิตอล ซึ่งในยุคกิจการโทรทัศน์ระบบดิจิตอล หรือยุคที่ 3 นี้ได้มีการเปลี่ยนโครงสร้างการประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ โดยจะมีการประกอบกิจการที่แยกออกจากกันระหว่างผู้ผลิตรายการ ผู้ให้บริการโทรทัศน์ (ช่องรายการ) ผู้ให้บริการโครงข่าย ผู้ให้บริการลูกค้า และสิ่งอำนวยความสะดวก แตกต่างจากยุคที่ 1 และ 2 ซึ่งมีเพียงผู้ผลิตรายการ และผู้แพร่เสียงแพร่ภาพไปยังผู้ชมผ่านทางสถานีโทรทัศน์เท่านั้น

-ทีวีดิจิตอลแต่ละประเทศใช้ระบบไม่เหมือนกัน อเมริกาใช้ระบบ ATSC ญี่ปุ่นใช้ระบบ ISDB-T จีนใช้ระบบ DTMB

-สมาร์ทโฟน หรือแทบเล็ต อาจสามารถรับสัญญาณทีวีดิจิตอลได้ ถ้ามีจูนเนอร์ DVB-T2 ในตัวหรือติดตั้งอุปกรณ์รับสัญญาณทีวีดิจิตอลเช่น แบบ USB dongle
– ทีวีดิจิตอล จะได้เปรียบทีวีดาวเทียม คือหากมีการถ่ายทอดสดรายการกีฬาสำคัญๆ ทีวีดาวเทียมจะมีปัญหาเรื่องลิขสิทธ์การถ่ายทอดสด จึงทำให้จอดำ แต่ทีวีดิจิตอล สามารถรับได้ปกติ เพราะเป็นระบบ free tv แบบเดียวกับการใช้เสาหนวดกุ้ง ไม่มีปัญหาเรื่องลิขสิทธ์การถ่ายทอดสด

กสทช. กสท. กทค. กทช. และ กสช. คืออะไร?

ได้ยินกันมาหนาหู สำหรับคำย่อของหน่วยงานต่างๆ ที่มีส่วนข้องเกี่ยวกับทีวีดิจิตอล ใครทำอะไร และมีบทบาทหน้าที่อย่างไร มาไล่เรียงสายตาดูไปด้วยกัน

กสทช. สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุ กระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน โดยมีนโยบายในการกำกับดูแลกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ให้มีประสิทธิภาพและเกิดการแข่งขันอย่างเสรี 
 กสท. สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (ไม่ใช่ CATหรือการสื่อสารแห่งประเทศไทย) หน่วยงานนี้ปฎิบัติการแทน กสทช. ในส่วนภารกิจเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ 
 กทค. สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (The National Telecommunications Commission of NBTC) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานย่อย ที่ปฏิบัติการแทน กสทช.ในส่วนภารกิจเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม หรือมองภาพแบบง่ายๆ ก็คือมี กสทช. นั่งแท่นอยู่ด้านบน แล้วมี กสท. และ กทค. เป็นมือขวา / มือซ้ายให้นั่นเอง 
 กทช. สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (Office of National Telecommunications Commission) โดยหน่วยงานนี้เกิดขึ้นจากการ ยุบกรมไปรษณีย์โทรเลข กระทรวงคมนาคม ในปีพ.ศ. 2545 มาอยู่ในสังกัด กทช.แทน และมีการโอนงานในส่วนของ 
 กสช. กองงานคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ ไปเป็น สำนักงาน กสช. แต่ต่อมาในปีพ.ศ. 2553 ได้มีประกาศให้รวมทั้ง 2 หน่วยงานนี้เข้าด้วยกัน (กทช. และ กสช.) จึงกลายมาเป็น สำนักงาน กสทช. ที่เรารู้จักกันอยู่ในปัจจุบันนี่

Did you know?

-ทีวีดิจิตอลตามแผนเดิมจะเริ่มออกอากาศภายในเดือนเมษายนี้ ทว่าล่าสุดก็มีข่าวออกมาแล้วว่าจะเลื่อนการออกอากาศอย่างเป็นทางการไปในเดือนมิถุนายนแทน

-กสทช. มีมติสรุปช่องรายการดิจิตอลทีวีของไทยไว้ 48 ช่อง แบ่งเป็น ช่องบริการทีวีสาธารณะ 12 ช่อง ช่องบริการธุรกิจ 24 ช่อง และช่องบริการชุมชน 12 ช่อง

-พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ระยะเวลาออกอากาศอย่างเป็นทางการ ไม่เกี่ยวกับการกำหนดกรอบเวลาของผู้ให้บริการโครงข่ายทั้ง 4 ราย คือบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน), สถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5, กรมประชาสัมพันธ์ และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ที่จะต้องติดตั้งโครงข่ายทีวีดิจิตอลให้แล้วเสร็จพร้อมให้บริการได้ภายในวันที่ 1 เมษายน ใน 4 จังหวัดคือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ สงขลา และนครราชสีมา ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเป็นต้นไป หากผู้ประกอบการที่ชนะการประมูลทีวีดิจิตอลรายใดที่พร้อมให้บริการ สามารถทดลองออกอากาศได้ทันที

-กสท.จัดระเบียบช่องเคเบิล-ทีวีดาวเทียมใหม่ โดยจะให้ช่อง 1-36 เป็นทีวีดิจิตอล ส่วนช่อง 37 เป็นต้นไปจะให้เป็นเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียม

-หมวดรายการเด็ก เยาวชน และครอบครัว 3 ช่องอยู่ที่ช่อง 13-15 หมวดข่าว 7 ช่องอยู่ที่ช่อง 16-22 หมวดรายการทั่วไปวาไรตี้คมชัดปกติ (SD) อยู่ที่ช่อง 23-29 และหมวดวาไรตี้คมชัดพิเศษ (HD) ที่ช่อง 31-36 ส่วนช่อง 1-12 อยู่ต้นๆ เข้าถึงผู้ชมง่ายสุดกสทช.เตรียมไว้รองรับรายการประเภทสาธารณะ, ความมั่นคง ซึ่งช่อง 5 ช่อง 11 และไทยพีบีเอสเจ้าเดิมอยู่ในข่ายโดยจะมีเจ้าใหม่เพิ่มมาต่างหาก

สรุปหมายเลขช่อง ทีวีดิจิตอล 24 ช่องใหม่ของไทย 

-ช่องรายการเด็กและเยาวชน

ช่อง 13 บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด (ช่อง 3)
ช่อง 14 บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) (MCOT)
ช่อง 15 บริษัท ไทยทีวี จำกัด ในเครือทีวีพูล

ช่องข่าวและสาระ

ช่อง 16 บริษัท ไทย นิวส์ เน็ตเวิร์ค (ทีเอ็นเอ็น) TNN
ช่อง 17 บริษัท ไทยทีวี จำกัด (TV POOL)
ช่อง 18 บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ เครือเดลินิวส์ (Daily News)
ช่อง 19 สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น (Spring News)
ช่อง 20 บริษัท 3เอ มาร์เก็ตติ้ง (Bright TV)
ช่อง 21 บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด (Voice TV)
ช่อง 22 บริษัท เอ็นบีซี เน็กซ์ วิชั่น (เครือ Nation)
ช่องรายการทั่วไป ความคมชัดมาตรฐาน (SD)
ข่อง 23 บริษัทไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด (Workpoint)
ช่อง 24 บริษัททรู ดีทีที จำกัด (True)
ช่อง 25 บริษัท จีเอ็มเอ็ม เอสดี ดิจิทัล ทีวี จำกัด (แกรมมี่)
ช่อง 26 บริษัทแบงคอก บิสสิเนส บรอดแคสติ้ง จำกัด ในเครือเดอะเนชั่น
ช่อง 27 บริษัท อาร์.เอส เทเลวิชั่น จำกัด (ค่าย RS)
ช่อง 28 บริษัทบีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด หรือช่อง 3
ช่อง 29 บริษัทโมโน บรอดคาซท์ จำกัด (Mono)

ช่องรายการทั่วไป ความคมชัดสูง (HD)

ช่อง 30 บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) (MCOT)
ช่อง 31 บริษัท จีเอ็มเอ็ม เอชดี ดิจิทัล ทีวี จำกัด
ช่อง 32 บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด ในเครือหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ (Thairath TV)
ช่อง 33 บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด ในเครือสถานีโทรทัศน์ช่อง 3
ช่อง 34 บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด
ช่อง 35 บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (ช่อง 7)
ช่อง 36 บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด

เครดิต
www.tvdigitalthailand.com
www.nbtc.go.th
www.facebook.com/drsikares
www.tv5.co.th
www.it24hrs.com

และ ขอบคุณข้อมูลจาก ITs Magazine

1