Dyson Dyson V11 absolute V11 absolute เครื่องดูดฝุ่น เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ไดสัน

รีวิว Dyson V11 absolute เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย แรงดูดจอมพลัง น้ำหนักเบา

Home / Review / รีวิว Dyson V11 absolute เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย แรงดูดจอมพลัง น้ำหนักเบา

ถ้าพูดถึงเรื่องเทคโนโลยีแล้วล่ะก็ เครื่องดูดฝุ่นไร้สายอัจฉริยะ Dyson V11 absolute ก็ไม่น้อยหน้านะจ๊ะ ใช้งานง่าย สะดวกสบายไม่ต้องเสียบสายให้ยุ่งยากอีกต่อไป มาพร้อมกับหน้าจอ LCD ที่พร้อมแสดงการแจ้งเตือนให้ผู้ใช้งานได้รับรู้อยู่ตลอดเวลาในขณะที่ใช้งานอยู่ ซึ่งที่บอกว่าอัจฉริยะจะอัจฉริยะขนาดไหน แล้วเรื่องแบตเตอรี่จะทรงพลังแค่ไหน วันนี้ Tech.MThai จะมารีวิวให้ดูคะ

Dyson V11 absolute มาพร้อมกับหน้าจอ LCD ที่ใช้พลังงานสูงสุดเพียง 1.5 วัตต์ พร้อมที่จะแสดงประสิทธิภาพในการทำงานได้แบบเรียลไทม์ รวมถึงยังมีโหมดทำความสะอาดที่สามารถเลือกได้, มีระยะเวลาเวลาบอกในการใช้งานที่เหลืออยู่,  แจ้งเตือนการดูแลรักษาตัวกรอง และยังรายงานปัญหาการอุดตันได้อีกด้วย เนี๊ยแหละที่เรียกว่าเครื่องดูดฝุ่นแบบอัจฉริยะ รู้และแจ้งเตือนไปซะทุกเรื่อง รวมถึงยังสามารถเปลี่ยนภาษาที่หน้าจอได้อีกด้วย ซึ่งสามารถกดปุ่มเลือกที่อยู่ใต้หน้าจอค้างไว้ประมาณ 5-10 วินาที เพื่อเลือกภาษา จากนั้นก็กดปุ่มค้างไว้ประมาณ 2-4 วินาที

นอกจากนี้ Dyson V11 absolute จะมีด้วยกันทั้งหมด 3 โหมดในการทำความสะอาด โดยโหมดแรกเป็นโหมดอัตโนมัติ (Auto Mode ::: แรงระดับปานกลาง) ซึ่งจะมีแรงดูดที่มีความเหมาะสมและระยะเวลาในการใช้งาน เหมาะสำหรับทำความสะอาดทั่วไป โดยที่ใช้เวลาไม่นานมาก โหมดตัวที่ 2 คือ โหมดแรงพิเศษ (Boost Mode) ซึ่งออกแบบมาเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกที่ฝังแน่นให้สะอาด และโหมดสุดท้าย คือ โหมดประหยัดพลังงาน (Eco Mode) สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องได้นานถึง 60 นาที หรือ 1 ชั่วโมง เหมาะสำหรับใช้งานบนพื้นที่ทุกประเภท

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เราจะเห็นแต่ตัวเครื่องอย่างเดียวไม่ได้ เครื่องดูดฝุ่นต้องมาพร้อมกับเหล่าอุปกรณ์หรือหัวดูดทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นหัวดูด High Torgue, หัวดูดลูกกลิ้งนุ่ม, หัวดูดมอเตอร์ขนาดเล็ก, หัวดูดปากแคบ, หัวดูด 2 in 1 และหัวแปรงปัดฝุ่นขนนุ่ม ที่มาพร้อมกับหัวแปรงไนลอนขนแข็ง ที่สามารถกำจัดฝุ่นตามซอก ตามมุมต่างๆ ในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งหัวดูดแต่ละอันก็จะใช้งานต่างกันแน่นอน

  • หัวดูด High Torgue สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานไปตามประเภทของพื้น เมื่อดูดฝุ่นก็จะอยู่โหมดอัตโนมัติ
  • หัวดูดลูกกลิ้งนุ่ม ออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับพื้นแข็ง สามารถขจัดฝุ่นที่มีขนาดเล็กและสิ่งสกปรกที่มีขนาดใหญ่
  • หัวดูดมอเตอร์ขนาดเล็ก จะเป็นแถบแปรงมอเตอร์ที่สามารถดูดจับเส้นผมหรือฝุ่นที่ฝังแน่นในพื้นที่แคบๆ เช่น บันไดหรือรถยนต์
  • หัวดูดปากแคบ สามารถดูดจับฝุ่นผงและสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ในบริเวณที่เข้าถึงได้ยากหรือในซอกมุมแคบๆ
  • หัวดูด 2 in 1 เป็นแบบ 2 หัวดูดในหนึ่งเดียว เพื่อทำความสะอาดแบบอเนกประสงค์ พร้อมมีขนแปรงแบบไนลอนชนิดแข็ง ช่วยขจัดฝุ่นที่ฝังแน่นตามมุม ตามซอกหลืบ
  • หัวแปรงปัดฝุ่นขนนุ่ม ออกแบบมาเพื่อช่วยปัดฝุ่นและสารที่ก่อภูมิแพ้ให้ลุดออกมาให้หมด ซึ่งหัวแปรงปัดฝุ่นตัวนี้ ต้องใช้งานในพื้นที่บอบบาง

อีกหนึ่งสิ่งที่ผู้ใช้งานหรือเหล่าแม่บ้านต้องการรู้นั้นก็คือเรื่องแบตเตอรี่นั้นเอง ซึ่งทาง Dyson ยัดแบตเตอรี่ที่ทรงพลัง และมีขนาดใหญ่กว่าแบตเตอรี่ถึง 7 ก้อนด้วยกัน เซลล์ความจุสูงพร้อมนิกเกิล-โคบอลต์-อะลูมิเนียม แคโทด ที่จะช่วยให้มีพลังในการดูดมากกว่าถึง 20% เมื่อเทียบกับเครื่องดูดฝุ่น Dyson Cyclone V10 และชาร์จจนเต็มจะใช้ระยะเวลาสูงสุด 4.5 ชั่วโมง รวมถึงลดการฝุ้งกระจายของฝุ่นเวลาถอดสลักเพื่อทิ้งฝุ่งลงถัง

สำหรับการดูแลรักษาเจ้า Dyson V11 absolute ก็ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด หลังจากที่ใช้งานเสร็จแล้วก็สามารถล้างตัวกรองได้อย่างง่ายดาย ซึ่งหน้าจอของเครื่องจะแจ้งเตือนให้ทราบเมื่อถึงเวลาที่ต้องทำความสะอาด, ล้างแถบแปรงของหัวดูดลูกกลิ้งนุ่มๆ และยังมีระบบ Point and Shoot ที่จะช่วยให้เทเศษฝุ่นได้อย่างง่ายดาย

เอาเป็นว่า หลังจากที่ลองใช้งาน Dyson V11 absolute แล้ว บอกได้เลยว่ามีความสะดวก น้ำหนักพอดี ไม่หนักมากจนเกินไป มีหน้าจอ LCD ที่พร้อมบอกและแจ้งเตือนเราอยู่ตลอดเวลาในขณะที่เราใช้งาน ที่สำคัญยังมีฟีเจอร์ DLS ใหม่ ที่สามารถปรับเปลี่ยนของพื้นผิวและปรับเปลี่ยนให้โดยอัตโนมัติ รวมถึงยังมีหัวดูดและหัวแปรงให้เราได้เลือกใช้อย่างมากมาย แต่ก็ขึ้นอยู่กับตามลักษณะของพื้น ตามลักษณะของการใช้งานของเราเอง แน่นอนว่าถ้าพูดถึงเรื่องการจัดเก็บทาง Dyson มีตัวแขวนติดกำแพง พร้อมตัวชาร์จไฟในตัวให้เราได้สามารถทั้งชาร์จทั้งเก็บไปในตัวได้เลย งานนี้ใครยังไม่มีต้องลองจัดดูซะแล้วล่ะ

บทความโดย Tech.MThai