ASUS เปิดตัวแล็ปท็อปซีรี่ย์ที่บางที่สุดในโลก เตรียมพร้อมวางขายในประเทศไทย

Home / PC & Notebook / ASUS เปิดตัวแล็ปท็อปซีรี่ย์ที่บางที่สุดในโลก เตรียมพร้อมวางขายในประเทศไทย
asus Commart Joy notebook VivoBook ZenBook เอซุส แล็ปท็อป โน๊ตบุ๊ค

ASUS เปิดตัวแล็ปท็อป ZenBook และ VivoBook ในประเทศไทย ส่งซีรีส์แล็ปท็อปที่บางที่สุดในโลกที่ฉีกกฎทุกการดีไซน์ ด้วยการออกแบบสุดปราณีต และประสิทธิภาพทรงพลัง เพื่อมอบประสบการณ์การใช้แล็ปท็อปที่ดีที่สุดให้กับชาวไทย โดยสัมผัส ZenBook และ VivoBook ใหม่ทั้ง 6 รุ่น และรุ่นอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมด้วยโปรโมชั่นพิเศษจาก ASUS ได้ ในงาน Commart Joy 2017 วันที่ 22 – 25 มิถุนายนนี้ (บูธ ASUS P2 แพลนนารี ฮอลล์ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์)

Zenbook 3 Deluxe (UX490) ราคา 69,990 บาท
โดดเด่นด้วยตัวเครื่องอลูมิเนียมบางเพียง 12.9 มิลลิเมตร และหนัก 1.1 กิโลกรัม ขนาดตัวเครื่องเท่ากับแล็ปท็อป 13 นิ้ว แต่มีหน้าจอแสดงผลแบบ NanoEdge ขนาด 14 นิ้ว หน้าจอที่บาง 7.46 มิลลิเมตร ตอบโจทย์ทั้งในด้านการพกพาสะดวก และมีประสิทธิภาพ มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Royal Blue และ Quartz Grey หน่วยประมวลผล 7th Generation Intel Core ความจำ (RAM) LPDDR3 2133 MHz ความเร็วสูง 16GB และ SSD Hard Disk ความจุ 1 TB

ยังมาพร้อมกับ พอร์ท USB Type C ที่รองรับ Thunderbolt 3 ทำให้สามารถโอนถ่ายข้อมูลด้วยความเร็วสูงสุด 40Gbps และรองรับการเชื่อมต่อกับหน้าจอแสดงผล dual 4K UHD และยังสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์กราฟิกภายนอกเช่น ROG’s XG Station 2 เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการเล่นเกมหรือกราฟฟิกระดับเวิร์คสเตชั่น รวมถึงรองรับ VR ได้อย่างลงตัว

ZenBook Flip S (UX370) 63,990 บาท
ไฮไลท์ที่สำคัญอีกหนึ่งโมเดล แล็ปท็อปแบบพลิกจอได้ที่บางที่สุดในโลก มาพร้อมตัวเครื่องยูนิบอดี้แบบบางอะลูมิเนียมอัลลอย บาง 10.9 มิลลิเมตร และหนักแค่ 1.1 กิโลกรัม และยังเป็นแล็ปท็อปที่ผสมผสานความสง่างามน่าค้นหา สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกด้วยการปรับพับหน้าจอได้มากถึง 360 องศา หน้าจอความละเอียด 4K UHD (ขึ้นอยู่กับรุ่น) ทำให้แล็ปท็อปรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ทรงพลัง พกพาได้สะดวก

หน่วยประมวลผล 7th Generation Intel Core i7 ความจำ (RAM) LPDDR3 2133 MHz 16GB และยังมีหน่วยความจำความเร็วสูง (SSD) พร้อมด้วยอินเทอร์เฟซเป็น PCIe 3.0 x4 ทำให้ ZenBook Flip S มีหน่วยความจำที่เร็วที่สุดในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมี USB Type C สองพอร์ท รองรับการเชื่อมต่อเพื่อแสดงผลระดับ 4K เพื่อทำให้การพกพาสะดวกยิ่งขึ้นรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับ Mini Dock ที่สามารถเชื่อมต่อกับ HDMI USB3.1 พอร์ต และ USB Type C ที่ทำให้สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้เร็วยิ่งขึ้น รองรับนวัตกรรม และฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดใน Window 10 รวมไปถึง Cortana, Windows Hello, Windows Ink และ Modern Standby

ZenBook UX430 ราคา 41,990 บาท
แล็ปท็อปที่ให้ความบางที่สุดในโลกอีกรุ่น มาพร้อมกับการ์ดจอแยกประสิทธิภาพสูง โดยมีหน้าจอขนาด 14 นิ้ว และมีขนาดตัวเครื่องเท่ากับเครื่องที่มีหน้าจอ 13 นิ้ว กระทัดรัดเหมาะต่อการพกพา ด้วยดีไซน์ของขอบจอที่บางเพียง 7.18 มิลลิเมตร และสีของตัวเครื่องมีความงดงามดั่งคริสตัล ยังมอบประสิทธิภาพอันน่าทึ่ง ด้วยหน่วยประมวลผล 7th Generation Intel Core i7 หน่วยความจำ (RAM) 16GB DDR4 และ SSD ขนาด 512GB รวมไปถึง การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce 940MX

ASUSPRO B9440 ราคา 49,990 บาท
แล็ปท็อปสำหรับนักธุรกิจที่เบาที่สุดในโลก พร้อมด้วยวัสดุแข็งแรงทนทาน และผ่านมาตรฐานการทดสอบระดับเดียวกับการทดสอบทางทหาร นอกจากนี้ยังมีจอแสดงผล Full HD ขนาด 14 นิ้ว ในตัวเครื่องขนาด 13 นิ้ว โดยมีดีไซน์ขอบจอบาง 5.4 มิลลิเมตร และหนัก 1.05 กิโลกรัม นอกจากนี้ ยังเป็นแล็ปท็อปทรงพลัง ปลอดภัย และมีระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพสูง มาพร้อมกับ Intel Core i5 และ i7 U-series CPUs รองรับอุปกรณ์เพิ่มเติม Intel vPro นอกจากนี้ยังมีชุดซอฟท์แวร์ ASUS Business Manager อันประกอบด้วยเครื่องมือที่ง่ายต่อการใช้งาน ระบบการจัดการส่วนกลาง และระบบรีโมท เพื่อทำงานจากระยะไกล

VivoBook S15 (S510) ราคา 22,990 บาท
มารุ่นที่บาง และเบากว่ารุ่นก่อน ด้วยขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้ว และหนักเพียง 1.5 กิโลกรัม ประกอบกับความบางเพียง 17.9 มิลลิเมตร ทำให้กลายเป็นแล็ปท็อปที่สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ด้วยน้ำหนักและความกระทัดรัดในนิยามของ ultrabook โดยมีหน้าจอแสดงผล Full HD ขนาด 15.6 นิ้ว แต่มีขนาดเครื่องเท่ากับแล็ปท็อปขนาด 14 นิ้วทั่วไป ซึ่งเป็นผลมาจากดีไซน์ขอบจอ NanoEdge ที่บางเพียง 7.8 มม. ทำให้หน้าจอมีสัดส่วนสูงถึง 80% ของตัวเครื่อง

หน่วยความจำรุ่นใหม่ล่าสุด Intel Core i7 และการ์ดจอแยก NVIDIA 940MX พร้อม DDR5 VRAM มีตัวเลือกการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ถึง 2TB HDD และ SSD ความเร็วสูงขนาด 512GB ทำให้การจัดเก็บข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยสามารถอัพเกรด M.2 ได้ และสามารถอัพเกรดหน่วยความจำได้สูงสุดถึง 16GB นอกจากนี้ ยังไม่ได้ใช้ ODD จึงช่วยให้เพิ่มความคล่องตัวในการพกพา อาจจะสังเกตได้ว่าส่วนประกอบทรงพลังเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้เลยเมื่อพิจารณาจากโครงสร้างของเครื่องที่เพรียวบาง แต่สิ่งเหล่านี้คือส่วนสำคัญที่ทำให้แล็ปท็อปเครื่องนี้ของเอซุสโดดเด่นเหนือกว่าคู่แข่ง

VivoBook Pro 15 (N580) 31,990 บาท
มีชื่อเสียงโด่งดังจากการเป็นแล็ปท็อปใช้งานทั่วไปแบบมีประสิทธิภาพสูงในราคาย่อมเยา ออกแบบรูปลักษณ์ให้ความทะมัดทะแมงแต่เรียบง่าย ซึ่งนับเป็นรุ่นแรกในซีรี่ย์ที่มีหน้าจอ FHD ขนาด 15.6 นิ้ว หน่วยความจำ 7th Generation Intel Core i5 หรือ i7 “HQ” ควบคู่กับ RAM ความเร็วสูง 2400MHz DDR4 ขนาด 16GB และให้ตัวเลือกการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีฮาร์ดดิสก์ 2TB พร้อมกับ SSD ขนาด 512GB เพื่อให้ประสิทธิภาพการบู๊ตอย่างรวดเร็ว โดยทั้งหมดจะถูกรักษาเอาไว้ด้วยระบบพัดลมระบายความร้อนอัจฉริยะแบบคู่ ที่จะช่วยควบคุมอุณหภูมิของแล็ปท็อปได้โดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้จุดเด่นคือการ์ดจอแยก NVidia GeForce GTX และลำโพงคู่ที่ได้รับการรับรองจาก Harman Kardon ทำให้กลายเป็นแล็ปท็อปที่สามารถทดแทนเกมมิ่งเดสก์ท็อปแบบปกติได้ เพราะสามารถเปิดได้แม้กระทั่งเกมที่มีความต้องการในการตั้งค่าสูงสุด หรือเป็นเวิร์กสเตชันที่ดีสำหรับการประมวลผลภาพ และวิดีโอ แม้กระทั่งเป็นอุปกรณ์คู่ใจสำหรับการดูภาพยนตร์ 4K ได้อย่างยอดเยี่ยม