apple ipad iPad Pro iPad Pro (Gen3) iPad Pro 12.9 iPad Pro 2018 tablet แท็บเล็ต

5 สิ่งที่บอกได้ว่า iPad Pro 12.9 นิ้ว (Gen 3) สามารถแทนแล็ปท็อปได้

Home / Tablet / 5 สิ่งที่บอกได้ว่า iPad Pro 12.9 นิ้ว (Gen 3) สามารถแทนแล็ปท็อปได้

ในงานเปิดตัว iPad Pro 2018 เราจะเห็นนะครับว่า ได้มีการเปรียบเทียบความแรงของ iPad Pro กับ Laptop ซึ่งในตอนเปิดตัวนั้นมีการกล่าวว่าแทบจะมาแทนที่กันได้เลยทีเดียว วันนี้เรามาดู 5 สิ่ง ที่เป็นข้อดีของ iPad Pro ว่าทำไมถึงสามารถแทนคอมพิวเตอร์ Laptop ได้

iPad Pro 2018

1.ดีไซน์ และ การออกแบบ ของ iPad Pro

iPad Pro 2018

Apple  ได้ออกแบบ iPad Pro ออกมา 2 รุ่น คือรุ่นหน้าจอ 11 นิ้ว และรุ่นหน้าจอ 12.9 นิ้ว และยังมาในดีไซน์ขอบจอบาง ลง พร้อมกับตัดปุ่มโฮม และทัชไอดีออกไปแล้ว นอกจากนี้ส่วนของบอดี้ยังมีความหนาเพียง 5.9 มิลลิเมตร รวมไปถึงดีไซน์ที่กลับมาใช้รูปแบบเหลี่ยม เหมือน iPhone 5S หรือ iPhone 5 รวมไปถึงน้ำหนักของรุ่น 12.9 นิ้ว หนักเพียง 630 กรัม เท่านั้น

2. หน้าจอ 12.9 นิ้ว ที่แสดงผลได้สวยงาม

iPad Pro 2018

iPad Pro 12.9 นิ้ว (Gen 3) มากับหน้าจอ Multi-Touch แบ็คไลท์แบบ LED IPS Retina display ขนาดใหญ่ 12.9 นิ้ว  ความละเอียด 2048 x 2732 ความหนาแน่น 264 ppi และมีพื้นที่สัดส่วนหน้าจอ ถึง 85.4 % ใช้เทคโนโลยีแสดงผลแบบ True Tone รวมถึงมีขอบเขตสีกว้าง P3 นอกจากนี้ยังรองรับการใช้งานร่วมกับ Apple Pencil  ซึ่งช่วยสร้างสรรค์จินตนาการได้ดีขึ้นยิ่งกว่าเดิม

3.ขุมพลังเทียบเท่า PC และความปลอดภัยระดับ Top

A12X Bionic

แน่นอนว่า iPad Pro 2018 มาพร้อมกับชิป A12X Bionic และใช้เทคโนโลยีระดับ 7 นาโนเมตร ซึ่งพัฒนามาจากชิป A12 Bionic ที่อยู่ใน iPhone XS, iPhone XS Max และ iPhone XR มี 7 Core ช่วยในการประมวลผลกราฟิค แถมยังมี Neural Engine สำหรับการควบคุมการแสดงผล AR

เมื่อทำงานร่วมกันกับ iOS 12 ในการทดสอบ Bench mark ครั้งล่าสุดพบว่ามีความแรงเทียบเท่า PCs ที่ใช้ CPU Intel Core i7 Gen 7th หรือ Gen 8th เลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัย อย่าง Face ID ที่เป็นรหัสทุกอย่างอุปกรณ์นี้ทั้งใช้สำหรับปลดล็อคเครื่อง หรือใช้จ่าย Apple Pay

4. เชื่อมต่อทุกอย่างด้วย USB-C

iPad Pro 2018 USB-C

สิ่งนี้ถือว่าเป็นจุดเด่นอีก หนึ่งจุดของ iPad Pro 2018 เลยก็ว่าได้ เพราะเป็นครั้งแรกที่ iPad ใช้ USB-C แทนที่จะเป็นพอร์ต Lightning เหมือนรุ่นก่อนๆ ซึ่งทำให้สามารถเชื่อมต่อ ชาร์จแบตเตอรี่ หรือโอนถ่ายข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว

และถึงแม้ iPad Pro 2018 จะมากับพอร์ต USB-C พอร์ตเดียว แต่ก็มีอุปกรณ์เสริม อย่าง USB-C Multiport จากกลุ่ม Third Party ที่ช่วยให้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์หลายๆ อย่างได้ในครั้งเดียว

5. แอพพลิเคชั่นที่ทำได้ใกล้เคียงกับ PC มากขึ้น รวมไปถึงอุปกรณ์เสริมต่างๆ

เราจะเห็นว่าในงานเปิดตัว iPad Pro ว่า Apple ได้ทำงานร่วมกับ Adobe ในการออกแบบแอพพลิเคชั่นต่างๆ ทั้ง Photoshop และ Microsoft Suit สามารถทำงานบนอุปกรณ์ iPad Pro ได้ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าในอนาคต Apple Store จะมีแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่มีบน macOS มาอยู่ใน iOS มากขึ้นกว่าเดิม

นอกจากนี้ iPad Pro ยังมีอุปกรณ์เสริมอย่าง Smart KeyBoard ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกในการพิมพ์งานบน iPad จนคล้ายกับมี Laptop อยู่กับตัว และในอนคต Apple มีแผนจะ Cross macOS กับ iOS ในโปรเจค Marzipen ในงาน WWDC ปีหน้าด้วย

ที่มา idropNews