Apple เปิดตัว iPhone X, iPhone 8 และ iPhone 8 Plus มาพร้อม Face ID สแกนใบหน้าล้ำสุดในโลก

Home / iPhone / Apple เปิดตัว iPhone X, iPhone 8 และ iPhone 8 Plus มาพร้อม Face ID สแกนใบหน้าล้ำสุดในโลก

หลังจากที่ปล่อยทั้งภาพและข่าวหลุดออกมาให้แฟนๆ ได้ตื่นเต้นกันทั้งปี ในที่สุด Apple ก็ทำการเปิดตัว iPhone X, iPhone 8, และ iPhone 8 Plus ณ Steve Jobs Theater เป็นที่เรียบร้อย โดยในงานเริ่มด้วยการรำลึกถึง Steve Jobs โดยการใช้เสียงของเขาเป็นการต้อนรับทุกคนในงาน และแน่นอนพระบิดาผู้สร้าง iPhone ขึ้นเมื่อสิบปีก่อนผู้นี้ยังคงมีผลต่อโลกมาจนถึงทุกวันนี้

และแน่นอนหลังจาก iPhone เครื่องแรกเปิดตัวเมื่อ 10 ปีก่อน มาถึงวันนี้รุ่นฉลองครบรอบ 10 ปี อย่าง iPhone X ก็จัดเต็มได้สมกับการรอคอยจริงๆ ครับ โดยจะมาพร้อมชิป A11 ใหม่ที่มาพร้อม 6 แกน พร้อมความล้ำใหม่ด้วยการตัดปุ่มโฮมและสแกนนิ้วมือทิ้งแล้วใช้การสแกนใบหน้าแบบแท้จริงที่ชื่อ Face ID ที่ทำให้ร้องว้าวกันทั้งงานเลย เพราะด้วยเซ็นเซอร์ 3D นั้นล้ำมากสามารถจับความตื้นความลึกของใบหน้าได้อย่างชัดเจน ทำให้เราสามารถเล่นฟีเจอร์ใหม่อย่าง Animoji ซึ่งเป็นอิโมจิแบบ 3D ใหม่ด้วยการจับใบหน้าของเราได้อีกด้วย

พื้นที่จอเต็มด้านหน้า พร้อมตัดปุ่มโฮมทิ้ง

ส่วนดีไซน์นั้น iPhone X มาพร้อมหน้าจอแบบไร้ขอบ ใช้หน้าจอ Super Retina จอ Multi-Touch แบบ OLED ขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียด 2436 x 1125 พิกเซลที่ 458 ppi ใช้จอเต็มพื้นที่ด้านหน้า ส่วนด้านหลังเป็นกระจกเพื่อทำให้สามารถชาร์จไร้สายได้นั้นเอง

ด้านกล้องของ iPhone X ใช้กล้องหลังคู่แนวตั้ง 12 MP ทั้ง 2 ตัว เป็นกล้องมุมกว้างรูรับแสงขนาด ƒ/1.8 และกล้องเทเลโฟโต้รูรับแสงขนาด ƒ/2.4 มีกันสั่นทั้ง 2 ตัว พร้อมเซ็นเซอร์ตัวใหม่ และแน่นอนว่ามีโหมด Portrait และการจัดแสงภาพถ่ายบุคคลใหม่ ส่วนกล้องหน้า 7 ล้านพิกเซล ก็จะมาพร้อมโหมด Portrait เช่นกัน

Animoji ใหม่ จดจำใบหน้าเราแล้วนำไปทำเป็นอีโมจิ พร้อมบันทึกเสียงส่งให้เพื่อนได้

ส่วนเว้าด้านบนของจอที่อาจขัดใจหลายคน แต่มันจำเป็นต้องมี

มาต่อกันที่ Face ID ที่ทาง Apple ภูมิใจนำเสนอมากๆ โดยมันสามารถจดจำใบหน้าได้อย่างแท้จริง ในแบบที่ไม่สามารถเอาภาพถ่ายหรือรูปปั้นใบหน้าคนมาใช้สแกนแทนได้เลย โดยเซ็นเซอร์จะจดจำใบหน้าเราซึ่งไม่ว่าเราจะเปลี่ยนทรงผม ใส่หมวก ใส่แว่น ก็ยังคงปลดล็อคเครื่องได้ ทำได้ง่ายๆ แค่เพียงมองที่หน้าจอ iPhone X ก็ปลดล็อคเครื่องได้แล้ว และแน่นอนว่าตอนหลับอยู่ก็ไม่สามารถปลดล็อคเครื่องได้ เพราะเราต้องมองที่ iPhone ก่อนนั้นเองครับ และแน่นอนว่าเราคงต้องบอกลาปุ่มโฮมกันได้แล้ว โดย iPhone X ใช้การสไลด์นิ้วขึ้นเพื่อเปิดเมนูนั้นเอง

ไม่มีปุ่มโฮมอีกแล้ว

ใช้การสไลด์จอขึ้นเพื่อเปิดเมนู

AirPower แทนชาร์จไร้สายใหม่ ยังไม่ได้บอกราคาและวันวางจำหน่าย

สามารถชาร์จพร้อมกันกับ Apple Watch และ AirPod

สเปคของ iPhone X

  • หน้าจอ Super Retina HD จอภาพ Multi-Touch แบบ OLED ทั้งหน้าจอ ขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียด 2436 x 1125 พิกเซลที่ 458 ppi
  • ชิปประมวลผล A11 Bionic
  • ความจุ 64GB และ 256GB
  • กล้องหลังคู่ความละเอียด 12 MP ทั้งคู่ กล้องมุมกว้างรูรับแสงขนาด ƒ/1.8 และกล้องเทเลโฟโต้รูรับแสงขนาด ƒ/2.4 ซูมออปติคอล และซูมดิจิตอลได้สูงสุด 10 เท่า พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวคู่แบบออปติคอล
  • กล้องหน้า กล้องความละเอียด 7 MP บันทึกวิดีโอระดับ HD 1080p
  • กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน ระดับ IP67
  • รองรับการชาร์จไร้สาย
  • รองรับสแกนใบหน้า Face ID
  • มี 2 สี เงินและเทาสเปซเกรย์

ราคาของ iPhone X นั้นอยู่ที่ 999 เหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 34,900 บาท โดยจะวางจำหน่ายเดือนพฤศจิกายน 2017 นี้

นอกจากไฮไลต์ในงานอย่าง iPhone X แล้ว ทาง Apple ยังเปิดตัว iPhone 8 และ iPhone 8 Plus อีกด้วย หน้าตาก็จะไม่เปลี่ยนไปจากรุ่นก่อนมาก แต่อัพเกรดวัสดุใหม่แล้วขุมพลังใหม่ที่ต้องบอกว่าจัดมาให้เต็มๆ เช่นกัน

โดยดีไซน์ของ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus นั้นใช้ตัวเครื่องที่เป็นกระจก จอ Retina HD ขนาด 4.7 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี IPS ความละเอียด 1334 x 750 พิกเซลที่ 326 ppi สำหรับ iPhone 8 และ 5.5 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี IPS ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซลที่ 401 ppi สำหรับรุ่น iPhone 8 Plus

ชิปประมวลผล A11 Bionic ใหม่แบบ 6 แกน พร้อมความจุตัวเครื่อง 2 ขนาด คือ 64GB และ 256GB มาพร้อมฟีเจอร์กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน ระดับ IP67

มาดูเรื่องกล้องหลังของ iPhone 8 นั้นมาพร้อมความละเอียด 12 MP รูรับแสงขนาด ƒ/1.8 ส่วน iPhone 8 Plus จะเป็นกล้องคู่ความละเอียด 12 MP ทั้ง 2 ตัว โดยกล้องมุมกว้างรูรับแสงขนาด ƒ/1.8 และกล้องเทเลโฟโต้รูรับแสงขนาด ƒ/2.8 ซึ่งทั้ง 2 รุ่นจะมาพร้อม ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอล ส่วนกล้องหน้าความละเอียดเท่ากันทั้ง 2 รุ่น ที่ความละเอียด 7 MP

สเปคของ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus

  • หน้าจอ Retina HD ขนาด 4.7 นิ้ว และ  5.5 นิ้ว
  • ชิปประมวลผล A11 Bionic
  • ความจุ 64GB และ 256GB
  • กล้องหลัง iPhone 8 ความละเอียด 12 MP รูรับแสงขนาด ƒ/1.8
  • กล้องหลัง iPhone 8 Plus เป็นกล้องคู่ความละเอียด 12 MP ทั้ง 2 ตัว กล้องมุมกว้างรูรับแสงขนาด ƒ/1.8 และกล้องเทเลโฟโต้รูรับแสงขนาด ƒ/2.8
  • กล้องหน้า กล้องความละเอียด 7 MP บันทึกวิดีโอระดับ HD 1080p
  • กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน ระดับ IP67
  • รองรับการชาร์จไร้สาย
  • มี 3 สี ทอง, เงิน และเทาสเปซเกรย์

ราคาของ iPhone 8 อยู่ที่ 699 เหรียญสหรัฐ หรือ 24,400 บาท ส่วน iPhone 8 Plus อยู่ที่ 799 เหรียญสหรัฐ หรือ 27,900 บาท โดยเริ่มให้สั่งจองได้ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายนนี้เป็นต้นไป