5 คำถามที่คุณสงสัย เกี่ยวกับการประมูล 4G !

Home / Mobile & Tablet / 5 คำถามที่คุณสงสัย เกี่ยวกับการประมูล 4G !

5 คำถามที่คุณสงสัย เกี่ยวกับการประมูล 4G !

วันที่ 15 ธันวาคม 2558 ตั้งแต่เวลา 9:00น. เป็นต้นไป จะเป็นช่วงเวลาของการ ประมูลคลื่นความถี่ 900MHz ที่สำคัญมากสำหรับวงการโทรคมนาคมในประเทศไทย เพราะในยุคดิจิตอลแบบนี้ที่ทุกคนมีสมาร์ทโฟนเป็นเหมือนกับปัจจัยที่ 5 ติดตัวเราทุกคน ฉะนั้นการเลือกใช้เครือข่ายในอนาคตจึงเป็นเรื่องสำคัญ และหากมีผู้เล่น หรือคู่แข่งในตลาดเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน ย่อมส่งผลต่อการทำราคาค่าบริการ โปรโมชั่น หรือการแข่งขันในตลาดแน่นอน

102715-HTC-Phone-26 (1)

และสำหรับท่านที่ยังไม่ทราบว่า 4G คืออะไร และดีอย่างไร MThai Technology ขออธิบายคร่าวๆ ดังนี้ครับ เทคโนโลยี 4G คือเทคโนโลยีในยุคที่ 4 ของเทคโนโลยีการรับส่งข้อมูลบนโทรศัพท์มือถือ (G ย่อมาจาก Generation หรือ ยุคสมัย นั่นเอง) โดยเทคโนโลยี 4G จะเป็นเทคโนโลยีที่มีความเร็วการรับส่งข้อมูลได้รวดเร็วกว่า 3G หลายเท่าตัวทีเดียว โดย 3G มีความเร็วการรับส่งข้อมูลไม่ต่ำกว่า 0.2Mbit/s ในขณะที่ 4G มีความเร็วสูงถึง 100Mbit/s เลยทีเดียว

แต่ก่อนที่จะไปดูข้อมูลของการประมูลครั้งนี้ เราลองไปดูบทสรุปของการประมูล 4G คลื่น 1800MHz ครั้งที่แล้วกันก่อนครับ โดยการประมูลครั้งนั้น ใช้เวลาทั้งหมด 2 วัน โดยผู้ชนะก็คือเอไอเอส และทรู นั่นเอง โดยยอดเงินประมูลทั้งหมดเท่ากับ 80,778 ล้านบาท ซึ่งได้รับใบอนุญาตความถี่กว้างรายละ 15MHz เป็นจำนวน 18 ปี

และสำหรับการประมูลครั้งนี้ ในขณะที่การประมูลยังไม่จบลงเรามาดู “5 ข้อควรรู้ เกี่ยวกับการประมูล 4G คลื่นความถี่ 900MHz” ที่เราสรุปรวมมาเป็นข้อๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ กันครับ

 

1. ทำไมต้องประมูล 4G คลื่นความถี่ 900MHz?

การประมูลคลื่นความถี่ 900MHz พูดง่ายๆ ก็คือ การประมูลโอกาสในการทำธุรกิจโทรคมนาคมในประเทศไทย หรือการเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ขายซิมการ์ดให้เราใช้นั่นเอง รวมไปถึงคลื่นความถี่ 900MHz เป็นคลื่นที่มีคุณลักษณะที่เหมาะสม และดีมากต่อการทำธุรกิจนี้ (ดีอย่างไร จะอธิบายในหัวข้อต่อไป)

นอกจากนี้ การแข่งขันครั้งนี้จึงเป็นไปได้ที่การประมูลจะดุเดือดกว่ารอบที่แล้ว เพราะสำหรับม้ามืดอย่าง จัสมิน (ที่มาในชื่อ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบรนด์ จำกัด) การประมูลครั้งนี้ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะได้สิทธิ์ในการให้บริการโทรศัพท์ หลังจากที่พลาดการประมูลรอบก่อนไปอย่างฉิวเฉียด หากคราวนี้พลาดอีกครั้ง จะต้องรออีกถึง 3 ปีเพื่อรอประมูลคลื่นความถี่ที่จะหมดสัญญาอีกครั้ง

130

2. วิธีการประมูลทำกันอย่างไร?

ในการประมูลครั้งนี้ มีผู้ร่วมประมูลทั้งหมด 4 บริษัทเช่นเดิม ประกอบไปด้วย บริษัท แจส โมบาย บรอดแบรนด์ จำกัด, บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด, บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด, และ บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด โดยการประมูลคลื่น 900MHz นี้ ถูกแบ่งออกเป็น 2 ใบอนุญาต ได้แก่ ชุดที่ 1 คลื่น 895-905 MHz คู่กับ 940-950 MHz (10 MHz) และ ชุดที่ 2 คลื่น 905-915 MHz คู่กับคลื่น 950-960 MHz (10 MHz) ซึ่งใบอนุญาตจะมีอายุ 15 ปี

โดยราคาเริ่มต้นจะถูกกำหนดไว้ที่ 12,864 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 4 บริษัทต้องถูกบังคับเคาะประมูลรอบแรกที่ราคา 13,508 ล้านบาท จากนั้นการประมูลจะเพิ่มขึ้นรอบละ 644 ล้านบาท เมื่อราคาประมูลไปถึง 16,080 ล้านบาท การเคาะราคาประมูลจะเพิ่มขึ้นรอบละ 322 ล้านบาท ซึ่งการเคาะราคานั้น จะเริ่มเป็นช่วงเวลาดังนี้

09.00 – 21.00น. พัก 3 ชม.
24.00 – 06.00น. พัก 3 ชม.
และ เริ่มที่ 09.00 น. อีกครั้ง วนไปเหมือนเดิมเรื่อยๆ จนกว่าการประมูลจะสิ้นสุดเมื่อไม่มีการเคาะในทั้ง 2 ใบอนุญาต

 

3. คลื่นความถี่ 900MHz ดีอย่างไร เมื่อเทียบกับคลื่นความถี่อื่น?

และกับคำถามที่ว่า คลื่นความถี่ 900MHz ที่นอกจากจะใช้ทำธุรกิจได้แล้ว เมื่อเทียบกับคลื่นความถี่อื่นๆ แล้ว มันมีอะไรดี?

คลื่นความถี่ 900MHz เป็นคลื่นที่มีช่วงความถี่ที่เหมาะสมมากสำหรับการให้บริการโทรคมนาคมไร้สาย เพราะว่าเป็นคลื่นที่สามารถส่งสัญญานได้ไกล และเมื่อเทียบกับคลื่นความถี่ 1800MHz ที่เพิ่งประมูลไป คลื่น 900MHz สามารถส่งสัญญานได้ไกล และครอบคลุมได้กว้างกว่า ทำให้ช่วยประหยัดต้นทุนในการส่งสัญญาน รวมไปถึงยังสามารถส่งสัญญานได้ทะลุสิ่งกีดขวางได้ดีกว่า อย่างเช่น ส่งสัญญานผ่านภูเขา เป็นต้น

S__138772521

4. แต่ละค่าย เหลือคลื่นความถี่อะไรบ้าง และสิ้นสุดเมื่อไหร่?

นอกจาก จัสมิน ที่ยังไม่มีคลื่นในมือ และกำลังลุ้นประมูลคลื่นความถี่อยู่ในปัจจุบันแล้ว อีก 3 ค่าย คือ เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ มีคลื่นความถี่อยู่ในมือกันอยู่แล้วครับ โดยมีรายละเอียดดังนี้

เอไอเอส

คลื่นความถี่ 2100MHz ใช้สำหรับให้บริการ 3G โดยมีระยะเวลาสิ้นสุดสัมปทานในปี 2570 (หรืออีกประมาณ 15 ปี)
คลื่นความถี่ 1800MHz ใช้สำหรับให้บริการ 4G โดยมีระยะเวลาสิ้นสุดสัมปทานในปี 2576 (หรืออีกประมาณ 18 ปี)

ดีแทค

คลื่นความถี่ 2100MHz ใช้สำหรับให้บริการ 3G (10MHz) และ 4G (5MHz) โดยมีระยะเวลาสิ้นสุดสัมปทานในปี 2570 (หรืออีกประมาณ 15 ปี)
คลื่นความถี่ 1800MHz ใช้สำหรับให้บริการ 3G (5MHz) และ 4G (15MHz) โดยมีระยะเวลาสิ้นสุดสัมปทานในปี 2561 (หรืออีกประมาณ 3 ปี)
คลื่นความถี่ 850MHz ใช้สำหรับให้บริการ 3G และ 2G โดยมีระยะเวลาสิ้นสุดสัมปทานในปี 2561 (หรืออีกประมาณ 3 ปี)

ทรูมูฟ เอช

คลื่นความถี่ 2100MHz ใช้สำหรับให้บริการ 3G (5MHz) และ 4G (10MHz) โดยมีระยะเวลาสิ้นสุดสัมปทานในปี 2570 (หรืออีกประมาณ 15 ปี)
คลื่นความถี่ 1800MHz ใช้สำหรับให้บริการ 2G (5MHz) และ 4G (10MHz) โดยมีระยะเวลาสิ้นสุดสัมปทานในปี 2576 (หรืออีกประมาณ 18 ปี)
คลื่นความถี่ 850MHz ใช้สำหรับให้บริการ 3G โดยมีระยะเวลาสิ้นสุดสัมปทานในปี 2567 (หรืออีกประมาณ 9 ปี)

 

5. ความน่าจะเป็น หลังจากการประมูลครั้งนี้ แต่ละรายจะเป็นอย่างไร?

j11

จัสมิน

สำหรับ แจส หรือ จัสมิน น่าจะเป็นบริษัทที่คนส่วนใหญ่อยากให้ชนะการประมูลครั้งนี้รายหนึ่ง เพราะว่าหากจัสมินสามารถเข้าไปในตลาดนี้ ย่อมส่งผลต่อการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคมมากขึ้นอย่างแน่นอน เพราะคู่แข่งในตลาดจะเพิ่มจากเดิม 3 ราย เป็น 4 รายทันที (ซึ่งทั้ง 3 ค่ายที่เหลือน่าจะไม่อยากให้มีคู่แข่งอีกรายเกิดขึ้นมาใหม่แน่นอน) และจากสถานการณ์ปัจจุบันที่จัสมินเปรียบเสมือนหลังชนฝา หากไม่ชนะการประมูลครั้งนี้ ก็จะต้องรอประมูลครั้งใหม่ในอีก 3 ปีข้างหน้า ทำให้จัสมินก็ต้องใส่เต็มสูบเช่นกัน

S__13877277

เอไอเอส

เอไอเอสถือเป็นบริษัทที่ถือว่าเป็นเจ้าของเก่าคลื่น 900MHz มาก่อน เพราะถือครองมาตลอด 20 ปี ก่อนที่จะหมดสัมปทาน และปัจจุบันที่มีฐานลูกค้าอยู่มากกว่า 40 ล้านเลขหมาย ทำให้คลื่นที่ถืออยู่ในปัจจุบัน (2100 และ 1800MHz) ที่แม้จะถือครองได้อีกนาน แต่หากได้คลื่น 900MHz กลับมาใช้อีก ก็ย่อมส่งผลดีทั้งในด้านการลงทุนที่มีระบบรองรับอยู่แล้ว ทำให้ต้นทุนจะไม่สูงเหมือนเจ้าอื่นๆ

S__13877265

ดีแทค

ดีแทคดูเหมือนจะเป็นอีกรายที่น่าจะต้องการคลื่น 900MHz นี้มากที่สุด เพราะแม้ปัจจุบันจะมีคลื่นอยู่ในมือมากที่สุดทั้ง 850, 1800, และ 2100MHz แต่อีก 3 ปีข้างหน้า สัมปทานคลื่นของดีแทคจะเหลือแค่ 2100MHz เท่านั้น ซึ่งอาจจะไม่เพียงพอต่อการใหบริการลูกค้า ดังนั้นการชนะการประมูลครั้งนี้ จึงจะทำให้ดีแทคแฮปปี้ได้มากกว่า

S__13877285

ทรูมูฟ เอช

และรายสุดท้ายกับทรู ที่ดูเหมือนว่าจะชิวที่สุดในการประมูลครั้งนี้ เพราะปัจจุบันที่มีคลื่นอยู่ในมือถึง 3 คลื่นเท่าดีแทค (850, 1800, และ 2100MHz) แถมมีระยะเวลาถือครองที่ยังนานพอตัวอีกด้วย จึงทำให้หากทรูไม่ชนะการประมูลคลื่น 900MHz ครั้งนี้ ก็น่าจะไม่มีผลกระทบเท่าไหร่นัก แต่ถ้าหากทรูเกิดชนะขึ้นมา จะกลายเป็นรายที่ถือคลื่นในมือถึง 4 คลื่น มากที่สุดในตลาด แถมยังอาจแซงหน้าดีแทคขึ้นมาขั้วที่ 1 กับเอไอเอสได้อย่างสนุกแน่นอน

อย่างไรก็ตาม สามารถติดตามการรายงานผลการประมูลแบบเกาะติดไปพร้อมกับ MThai ได้ที่ลิงค์นี้ เลยครับ รับรองว่าไม่พลาดการรายงานผลทุกวินาทีแน่นอน

แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ อยากให้ใครชนะการประมูลครั้งนี้ที่สุด 🙂