Review: รีวิว Samsung Galaxy S6 Edge+ ตัวท็อปสุดเซ็กซี่ จอโค้งมนน่าค้นหา

Home / Mobile & Tablet, Review, review-device / Review: รีวิว Samsung Galaxy S6 Edge+ ตัวท็อปสุดเซ็กซี่ จอโค้งมนน่าค้นหา

Review: รีวิว Samsung Galaxy S6 Edge+ ตัวท็อปสุดเซ็กซี่ จอโค้งมนน่าค้นหา

ในตลาดสมาร์ทโฟนนอกจากจะแข่งกันในเรื่องของสเปค และฟีเจอร์พิเศษแล้ว ทางด้านของการออกแบบ และดีไซน์ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้มือถือของเราโดดเด่น และน่าใช้ยิ่งขึ้น นี้จึงเป็นที่มาของ Samsung Galaxy S6 Edge ที่เปิดตัวพร้อมกับ Samsung Galaxy S6 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นมือถือรุ่นแรกของโลก ที่มาพร้อมกับหน้าจอด้านข้างโค้งมนทั้งสองด้าน และมีลูกเล่นที่หน้าจอที่ด้านข้างอยู่มากมาย และที่สำคัญ มันเป็นมือถือที่ดีไซน์ดูหรูหรามากทีเดียว

DSC01749

และในงานเปิดตัว Galaxy Note 5 เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซัมซุงก็ได้เพิ่มอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นรุ่นต่อยอดจาก S6 Edge รุ่นก่อนหน้า นั่นก็คือ “Samsung Galaxy S6 Edge+” ที่ยังคงคอนเซ็ปต์การออกแบบสไตล์ Edge ขอบหน้าจอโค้งมนทั้งสองฝั่งเช่นเคย แต่เพิ่มขนาดหน้าจอให้ใหญ่ขึ้นเป็น 5.7 นิ้ว เปิดตัวเคียงคู่กับโน้ต 5 ในขนาดหน้าจอเท่ากัน ต่างกันเพียงลูกเล่น คือ รุ่นหนึ่งมาพร้อมปากกา S Pen ส่วนอีกรุ่น มาพร้อมหน้าจอโค้ง ให้ลูกค้าได้ตัดสินใจเลือกได้ตามสะดวก

วันนี้ เฮียณัฐ MThai Technology ก็มีโอกาสได้เครื่อง Samsung Galaxy S6 Edge+ สมาร์ทโฟนจอโค้งรุ่นใหม่ล่าสุดจากซัมซุงมาทดสอบ และรีวิวให้เพื่อนๆ ได้ชมกันครับ มาดูกันครับว่ามือถือรุ่นนี้จะมีอะไรที่น่าใช้ และมีจุดสังเกตอะไรกันบ้าง ไปชมพร้อมกันเลยฮะ

 

การออกแบบหรูหรา เซ็กซี่ มีเสน่ห์ 

DSC_0082

ด้วยราคาค่าตัวที่ต้องบอกว่า สูงพอสมควร จะให้ Samsung Galaxy S6 Edge+ มาพร้อมดีไซน์ธรรมดาๆ ก็คงจะไม่ได้ครับ เพราะมือถือตัวนี้ถูกออกแบบให้มีหน้าจอด้านข้างมน เพื่อรองรับกับฟีเจอร์พิเศษบน Edge ด้านข้าง

DSC_0079

DSC01778

มองจากมุมด้านล่างจะเห็นความโค้งของขอบจอชัดเจนทีเดียว

โดยที่ด้านล่างของ S6 Edge+ จะมีพอร์ตสำหรับเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม., ไมค์, ช่อง micro USB และลำโพงนอกที่ด้านล่าง ซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่ดี เมื่อวางบนที่นอน หรือใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง เสียงก็จะไม่ถูกบดบังเหมือนกับมือถือที่มีลำโพงที่ด้านหลัง

DSC_0072

ที่บริเวณขอบหน้าจอด้านบนจะมีไฟแสดงสถานะ และเซ็นเซอร์ต่างๆ ช่องหูฟัง และกล้องหน้า

DSC_0073

ด้านขวามีปุ่ม Power สำหรับเปิดปิด หรือล็อคหน้าจอ

ส่วนทางด้านขวามีปุ่มสำหรับปรับเสียง

DSC_0077

ด้านหลังมีพื้นผิวที่เงามากครับ แต่ใช้ส่องแทนกระจกไม่ได้นะ ใครที่ชอบมือถือดีไซน์หรูดีไซน์แบบนี้น่าจะตอบโจทย์ทีเดียว (แต่ก็แลกมาด้วยการมีรอยนิ้วมือเยอะหน่อยนะ แก้ได้โดยการใส่เคสนั่นเอง)

DSC_0069 DSC_0070 DSC_0071

อุปกรณ์ที่แถมมาในกล่อง นอกจากคู่มือก็จะมีเข็มสำหรับถอดซิม, ที่ชาร์จ, สายชาร์จ และหูฟังดีไซน์ใหม่

 

เทียบขนาด S6 Edge+ กับ S6 Edge รุ่นก่อนหน้า

DSC01761

Samsung Galaxy S6 Edge รุ่นก่อนหน้า มีหน้าจอขนาด 5.1 นิ้ว ส่วน S6 Edge+ รุ่นใหม่มีหน้าหน้าจอขนาด 5.7 นิ้ว

DSC01762

วางเทียบกันชัดๆ แบบนี้ แม้ S6 Edge+ จะมีขนาดหน้าจอใหญ่ขึ้นประมาณ 0.6 นิ้ว แต่ขนาดตัวเครื่องก็ไม่แตกต่างจากรุ่นเดิมมากมายครับ สามารถถือได้ง่ายไม่ต่างกันมาก

DSC01763 DSC01764 DSC01765 DSC01766

ฝาหลังเงางามเหมือนกันเปี๊ยบ

DSC01767

DSC01768
DSC_0083 ลองวาง S6 Edge+ เทียบกับ Samsung Galaxy S6

สเปคที่ทรงพลัง เกมหนักๆ รันได้หมด แถมเครื่องไม่ร้อน

นอกจากด้านดีไซน์จะโดดเด่นแล้ว S6 Edge+ ยังขนสเปคมาแบบเต็มสูบเหมือน Note 5 เลยครับ หรือเรียกอีกอย่างว่ามันเป็น Samsung Galaxy Note 5 ที่ไม่มีปากกา แต่มีหน้าจอโค้งยังได้เลย

เราลองไปดูสเปคของรุ่นนี้กันครับ

สเปค Samsung Galaxy S6 Edge+

– หน้าจอขนาด 5.7 นิ้ว Super AMOLED ความละเอียด 2560×1440 พิกเซล (515ppi)
– CPU Exynos 7420 octa-core 2.1GHz
– Mali-T760 MP8 GPU
– RAM 4GB
– ความจำภายใน 32GB เพิ่มเมมไม่ได้
– รัน Android 5.1.1 Lollipop
– กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล f1.9 พร้อมระบบกันภาพสั่นด้วยเลนส์ หรือ OIS
– กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
– รองรับ 4G LTE
– บาง 6.9 มม. น้ำหนัก 153 กรัม
– รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือ และเครื่องวัดชีพจร
– แบตเตอรี่ 3000mAh ถอดแบตไม่ได้
– สีให้เลือก black sapphire, white pearl, gold platinum, green emerald

Screenshot_2015-10-08-10-19-59 Screenshot_2015-10-08-10-20-04

สมาร์ทโฟนที่รันแอพเทสสเปคอย่าง AnTuTu ได้ระดับ 6 หมื่นกว่าคะแนนแบบนี้ เรื่องความแรงอุ่นใจได้เลยว่าเล่นเกมได้ลื่นไหลดีนักแล หรือจะเอาไว้ดูหนังความละเอียดสูงระดับ 4K ก็ทำได้สบายหายห่วงทีเดียวเชียว

นอกจากนี้ S6 Edge+ ยังให้หน่วยความจำภายในมาถึง 32GB ดังนั้นเรื่องการเล่นเกมไม่ได้เพราะเมมเต็มจึงไม่เกิดขึ้นง่ายๆ แน่นอนครับ แถม RAM ยังสูงถึง 4GB เรียกได้ว่าใช้ได้เหลือๆ

ส่วนใครที่กังวลว่าเล่นเกมนานๆ แล้วเครื่องจะร้อนไหม ผมลองเล่นเกม Need For Speed No Limit ต่อเนื่องเกือบๆ 1 ชม. เครื่องก็ไม่ร้อนมากนะครับ แค่อุ่นๆ เท่านั้นเอง (ไม่ใส่เคส) ดังนั้นสบายใจได้

 

กล้องถ่ายภาพขั้นเทพ ไม่แพ้กลางคืน

DSC01750

มือถือบางรุ่น ถ่ายภาพกลางวันอย่างกับพญาเสือ แต่พอตกกลางคืนเท่านั้นแหละ กลับกลายร่างกลายเป็นแมวซะงั้น! โดยเฉพาะกล้องหน้า เซลฟี่ทีไร Noise เพียบ มาเป็นเม็ดเยอะกว่าสิวอีก

แต่ปัญหานี้ไม่มีแน่นอนบน Samsung Galaxy S6 Edge+ ครับ เพราะได้อานิสงส์จากกล้องรูรับแสงกว้าง f/1.9 เยอะกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไปที่มักให้มาประมาณ f/2.2 ทำให้กล้องของ S6 Edge+ สามารถเก็บรายละเอียดของภาพได้เยอะกว่าเห็นๆ

Screenshot_2015-10-08-09-46-09

ส่วนความไวของการโฟกัสภาพ รุ่นนี้ก็สามารถโฟกัสภาพได้ไวมากครับ รวมไปถึงหากเราเป็นคนที่ถ่ายรูปเป็น หรือพอมีความรู้เรื่องการถ่ายภาพอยู่บ้าง คุณก็สามารถเข้าไปปรับเป็นโหมด Pro เพื่อปรับลูกเล่นต่างๆ ได้เหมือนกับกล้องโปร อย่างเช่นที่เราเห็นในโฆษณาเด็กตัวกลมน่ารัก นั่งแย่งขนมกันจนซองแตกกระจายนั่นแหละ ซึ่งใช้วิธีปรับสปี๊ดชัตเตอร์ให้ไว้ขึ้นนั่นเอง หรือหากอยากถ่ายภาพไฟรถเป็นเส้นๆ บนถนน ก็สามารถปรับสปี๊ดชัตเตอร์ให้ช้าลงได้ คร่าวๆ ประมาณนี้ครับในเรื่องโหมดโปร (เรื่องกล้อง เยอะไป เดี๋ยวยาว อิอิกำ)

DSC01791

ส่วนกล้องหน้าก็มาพร้อมกับฟังค์ชั่นพิเศษสำหรับการถ่ายภาพเซลฟี่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นวลีเด็ดอย่าง “ชีสสส” หรือ “แคปเจอร์” ก็ทำได้ หรือถ้าไม่มั่นใจสำเนียง สามารถใช้ฝ่ามือกาง 5 นิ้วเพื่อสั่งกล้องก็ได้นะ ง่ายดี

เอาเป็นว่าถ้าเป็นในเรื่องกล้อง มือถือตัวนี้รับรองว่าตอบโจทย์ทั้งคอเซลฟี่ และกล้องหลังแน่นอนครับ ถ่ายได้สนุกดี

โหมดการใช้งานกล้องต่างๆ

เราลองไปชมตัวอย่างภาพถ่ายกันฮะ

ภาพถ่ายจากกล้องหน้า

20151008_102620

 

ภาพถ่ายจากกล้องหลัง

20150101_004515

20151007_192312 20151007_192351

 

แบตเตอรี่ทนใช้ได้ ใชัทั่วไปเช้ายันเย็นสบาย

Screenshot_2015-10-08-09-56-33

Samsung S6 Edge+ มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 3000mAh ก็ถือว่าไม่เยอะไม่น้อยครับ ก็อย่างที่บอกไปในหัวข้อเลย คือ ความจุอยู่ในระดับที่โอเค และจากที่ทดลองใช้ ก็ถือว่าใช้งานทั่วไปได้เช้ายันเย็นแน่นอน แต่ถ้าเล่นเกมหนักหน่อย อันนี้ต้องพก powerbank เสริมแล้วครับ

นอกจากนี้หากต้องอยู่ในที่ที่ไม่สามารถชาร์จแบตได้เป็นเวลานาน อย่างเช่น ไปทำงานนอกสถานที่ รุ่นนี้ก็มีโหมดประหยัดแบตให้เลือกใช้ทั้ง Power Saving Mode หรือ Ultra Power Saving Mode ให้เลือกใช้ พร้อมทั้งมีเกจให้ดูเลยว่าเมื่อเปิดโหมดนี้แล้ว จะสามารถใช้ได้นานขึ้นมากแค่ไหน รวมถึงหากใช้ที่ชาร์จของมันเอง ก็ยังชาร์จได้ไวด้วยนะ

 

ถ่ายภาพสโลโมชั่น โหมดถ่ายภาพเคลื่อนไหวสนุกๆ 

จริงๆ แล้วมือถือซัมซุงรุ่นท็อปๆ หลายรุ่นแล้วครับ ที่จะมีโหมดการถ่ายภาพช้า หรือ slow motion มาให้เราเลือกใข้ แถมยังสามารถเลือกให้สโลว์เฉพาะช่วงได้ด้วย ส่วนนี้ผมชอบเล่นเป็นการส่วนตัวครับ เอาไว้ถ่ายตอนเล่นกีฬา หรือหมาแมวสนุกดี ลองชมคลิปตัวอย่างด้านล่างนี้เลย

Screenshot_2015-10-08-09-49-09 Screenshot_2015-10-08-09-49-15

เมื่อถ่ายคลิปเสร็จแล้ว สามารถเลือกได้ว่าจะให้ภาพสโลว์โมชั่นที่ช่วงไหน

 

Edge Screen ขอบจอโค้งสุดล้ำ ฟีเจอร์เด็ดเฉพาะตัว

Screenshot_2015-10-08-10-20-29

หลายท่านอาจสงสัยว่า ที่รีวิวมาทั้งหมดนี้ ยังไม่เห็นมีโหมดไหนได้ใช้ประโยชน์จากหน้าจอโค้งด้านข้างนี้เท่าไหร่เลย จะว่าอย่างนั้นก็ถูกครับ เพราะหน้าจอโค้งนี้มันมีแอพ หรือฟีเจอร์เฉพาะของมันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Edge Lighting (แสงกระพริบจากคนพิเศษที่เลือกไว้), People Edge (ติดต่อคนสนิทแบบด่วนๆ), Apps Edge (เปิดแอพที่ใช้งานบ่อยตามที่ตั้งค่าไว้), Information Stream (แสดงข้อมูลที่ขอบจอ), หรือ Night Clock (แสดงเวลาบนขอบจอเป็นไฟเบาๆ ใช้ดูเวลาตอนกลางคืน)

นอกจากนี้ สำหรับคนที่รักสุขภาพ S6 Edge+ ยังมีที่ตรวจวัดชีพจร เพื่อวัดความฟิต หรือสุขภาพของผู้ใช้ด้วยฮะ โดยจะมีเซ็นเซอร์อยู่ใกล้ๆ กับกล้องหลังเลย (ใช้นิ้วแตะเพื่อถ่ายภาพได้ด้วยนะ)

DSC01785

Conclusion: สรุป

DSC01792

Samsung Galaxy S6 Edge+ จัดว่าเป็นสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งรุ่นที่ต้องบอกว่า “ครบเครื่อง” จริงๆ และไม่ใช่ครบเครื่องแบบธรรมดา จัดว่าเป็นมือถือที่ครบเครื่องระดับท็อปๆ ของตลาดด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์ ที่ต้องบอกว่าสวยมากจริงๆ (ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ บางคนอาจจะไม่คิดเหมือนผม อันนี้ไม่ว่ากัน ^^) มาพร้อมสเปคที่จัดเต็ม แถมเรื่องกล้องเซลฟี่ตามสมัยนิยมก็จัดได้ว่า ฟรุ้งฟริ้งไม่ธรรมดา

ชมกันมาเยอะ ทีนี้มาดูอะไรที่ผมรู้สึก “ขัดใจ” กันบ้างครับ จุดสังเกตที่ว่านี้เป็นเรื่องของ จอโค้งนี่แหละครับ เพราะในบางครั้งรู้สึกว่ามันแอบจับยากนิดนึง แถมลื่นนิดๆ ด้วย ซึ่งหมายถึงตอนที่ไม่ได้ใส่เคสนะครับ ถ้าใส่เคสหน่อย ผมว่าจะทำให้จับง่ายขึ้น ซึ่งอันนี้อาจไม่เป็นปัญหาสำหรับเพื่อนๆ ก็ได้ ไม่ว่ากัน

ด้วยสเปค ฟีเจอร์ และดีไซน์หรูๆ แบบนี้ ราคาค่าตัวของ Samsung Galaxy S6 Edge+ ก็เลยสูงตามรุ่นเรืองอื่นๆ ไปด้วยครับ โดยรุ่นนี้มีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 26,900 บาท และถ้าถามว่ารุ่นนี้เหมาะกับใคร ก็คงเป็นคนที่อยากได้สมาร์ทโฟนดีไซน์หรูไว้ใช้เหมือนเป็นเฟอร์นิเจอร์หรูติดตัว ที่ไม่ได้สวยอย่างเดียว แต่ยังมีฟีเจอร์ฉลาดๆ ให้เล่นด้วย รวมไปถึงสเปคก็แรงมาก แบบว่าสามารถใช้ได้ไปอีกหลายปีทีเดียวล่ะ ใครมองหาเรือธงดีไซน์สวย กล้องดี รุ่นนี้เป็นอีกรุ่นที่น่าใช้มากครับ

DSC_0066

Samsung Galaxy S6 Edge+ ราคา 26,900 บาท