Huawei Huawei Mate 30 Huawei Mate 30 Pro Huawei Mate 30 Pro 5G Huawei Mate 30 RS Porsche Design Huawei Mate 30 Series mobile smartphone มือถือ มือถือ huawei สมาร์ทโฟน หัวเว่ย

เป็นไปตามคาด เปิดตัว Huawei Mate 30 Series รุ่นใหม่ พร้อมอัดฟีเจอร์ทีเด็ด

Home / Mobile & Tablet / เป็นไปตามคาด เปิดตัว Huawei Mate 30 Series รุ่นใหม่ พร้อมอัดฟีเจอร์ทีเด็ด

ความแน่นอนและการคาดเดาสำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จากค่าย Huawei อย่าง Huawei Mate 30 ก่อนที่ยังไม่เปิดตัวเลยด้วยซ้ำ ซึ่งก็จบลงไปแล้วอย่างที่ทุกคนต้องตะลึงในบางฟีเจอร์หรือทีเด็ดที่ทาง Huawei ได้ปล่อยออกมา และแน่นอนเลยว่างานเมื่อคืนนี้มีทั้งสมาร์ทโฟน, สมาร์ทวอทช์ และสมาร์ททีวีที่ไม่มีใครคิดว่ามี แต่เกิดขึ้นบนเวทีที่เมืองมิวนิคประเทศเยอรมนีอย่างเป็นทางการ

Huawei Mate 30 Pro

มาพร้อมกับหน้าจอ Flex OLED ขนาด 6.53 นิ้ว ให้ความละเอียด 2,400×1,176 พิกเซล, ขอบโค้งด้านข้างที่โค้งถึง 88 องศา, ชิปเซต Kirin 990 Octa-core, RAM 8GB, ROM 256GB และมีขนาดแบตเตอรี่ 4,500 mAh ที่สามารถใช้งานนานถึง 9.2 ชั่วโมง รองรับการชาร์จเร็ว 40 วัตต์ และชาร์จเร็วแบบไร้สาย 27 วัตต์

สำหรับกล้องหน้าของ Huawei Mate 30 Pro จะมีทั้งหมด 4 ตัวด้วยกัน และมี Smart Gesture Control ที่สามารถสั่งการจากมือของเราเอง อย่างเช่น กำมือคือสั่งให้แคปหน้าจอและยังสามารถปัดมือไปซ้าย-ขวา ขึ้น-ลงเพื่อสั่งการได้อีกด้วย โดยไม่ต้องสัมผัสที่หน้าจอ ซึ่งฟีเจอร์นี้ที่ทาง Huawei ให้มาถือว่าเด็ดจริงๆ

ส่วนกล้องหลังมีการดีไซน์ใหม่เป็นแบบทรงกลม ที่ร่วมผลิตกับ Leica 4 เลนส์ โดยกล้องหลัก (SuperSensing) ให้ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล, กล้องตัวที่ 2 (Ultra-Wide) ให้ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล, กล้องตัวที่ 3 (เลนส์ Telephoto) ให้ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้องตัวสุดท้ายเป็นเลนส์ 3D Depth Sensing ที่สามารถถ่าย Macro ได้ใกล้สุด 2.5 เซนติเมตร นอกจากนี้ทาง Huawei ยังเคลมอีกว่า Huawei Mate 30 Pro เป็นรุ่นแรกที่สามารถถ่ายวีดีโอด้วยเลนส์แยกความละเอียด 40 ล้านพิกเซล ให้ความละเอียดสูงสุด 4K

Huawei Mate 30

Huawei Mate 30 มาพร้อมกับหน้าจอ Rigid OLED ขนาด 6.62 นิ้ว ที่ให้ความละเอียด 2,340×1,080 พิกเซล ขอบหน้าจอแบบธรรมดา ไม่โค้งเหมือนกับ Huawei Mate 30 Pro แต่มีรอยบากขนาดเล็ก, RAM 8GB, ROM 128GB และมีขนาดแบตเตอรี่ 4,200 mAh ที่สามารถใช้งานได้นาน 8.2 ชั่วโมง ทั้งนี้ยังมาพร้อมระบบชาร์จเร็ว 40 วัตต์และสามารถชาร์จแบบไร้สายที่กำลัง 27 วัตต์

กล้องหน้า ให้ความละเอียด 24 ล้นพิกเซล ส่วนกล้องหลัง Huawei Mate 30 จะมาพร้อมกับกล้องหลัก (SuperSensing) ที่ให้ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล, กล้องตัวที่ 2 (Ultra-Wide) ที่ให้ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล, กล้องตัวที่ 3 (Telephone) ให้ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้อง LaserFocus

นอกจากนี้ ทั้ง 2 รุ่นนี้ จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 10 ที่สวมทับด้วย EMUI 10 ที่มีฟีเจอร์ให้เราเลือกได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Dark mode, มี Always-on Display ที่สามารถปรับได้หลายรูปแบบและยังมีฟีเจอร์ AI Auto Rotate ที่หน้าจอภาพจะหมุนไปตามสายตาของเรา รวมถึงยังรองรับสแกนลายนิ้วมือ และสามารถสแกนใบหน้า3 มิติได้อีกด้วย

Huawei Mate 30 และ Huawei Mate 30 Pro จะมีทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีเงิน Space Silver, สีเขียว Emerald Green, สีม่วง Cosmic Purple, สีดำ Black และยังมีการดีไซน์หนังแบบพิเศษใหม่อีก 2 สี ได้แก่ สีเขียว Vegan Leather Forest Green และ สีส้ม Vegan Leather Orange

ส่วนราคาขาย Huawei Mate 30 Proอยู่ที่ 1,099 ยูโร หรือประมาณ 37,110 บาท (ยังไม่รวมภาษีไทย) และ Huawei Mate 30 ราคาอยู่ที่ 799 ยูโรหรือประมาณ 26,980 บาท (ไม่รวมภาษีไทย)

Huawei Mate 30 RS Porsche Design

แน่นอนว่าตามที่คาดเดากับสมาร์ทโฟนในรุ่นพิเศษที่ออกแบบร่วมมือกับ Porsche Design ที่สร้างความหรูหรามากขึ้น ซึ่งได้ใช้วัสดุเป็นหนังที่ด้านหลังเครื่อง มีแถบสีดำที่สามารถใช้งานแทนขาตั้งได้เลยหรือเป็นแถบรัดนิ้วก็ยังได้ มีให้เลือกทั้งหมด 2 สีได้แก่ สีดำและสีแดง ด้วยราคา 2,095 ยูโร หรือประมาณ 70,740 บาท (ยังไม่รวมภาษีไทย)

Huawei Watch GT2

เป็นสมาร์ทวอทช์ที่ทาง Huawei เคลมว่าสามารถใช้งานได้ยาวถึง 2 สัปดาห์ด้วยกัน ที่มาพร้อมกับหน้าจอ HD OLED Display ขนาด 1.39 นิ้ว ตัวเครื่องมีความบางและเบา ซึ่ง Huawei Watch GT2 สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนที่สามารถโทรเข้า-ออกได้ในระยะมากถึง 150 เมตร (ห่าจากสมาร์ทโฟน) และสามารถใส่เพลงเข้าไปได้มากถึง 500 เพลง นอกจากนี้ ยังเช็คอัตราการเต้นของหัวใจใต้น้ำในระยะ 50 เมตร, มีเข็มทิศ, เป็นไฟฉายและสามารถหาโทรศัพท์ให้เราได้อีกด้วย ด้วยราคาเริ่มต้น 229-249 ยูโร หรือประมาณ 7,730-8,410 บาท (ยังไม่รวมภาษีไทย)

Huawei FreeBud 3 ราคาขายอยู่ที่ 179 ยูโร หรือประมาณ 570 บาท

นอกจากนี้ สำหรับคนที่ยังกังวลว่า Huawei รุ่นนี้จะได้รับการติดตั้งบริการจาก Google Service อยู่หรือไม่ รวมไปถึง Play Store และแอพพลิเคชั่นต่างๆ ซึ่งทาง Huawei ได้ประกาศออกมาแล้วว่าจะดึงนักพัฒนามาทำแอพ ที่มีมากกว่า 45,000 แอพ พร้อมลงทุนกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 30,000 ล้านบาท