mobile smartphone Vivo Vivo NEX ข้อมูลมือถือ มือถือ Android สมาร์ทโฟน

เปิดตัว Vivo NEX รุ่นหน้าจอคู่ หน้า-หลัง Dual Display กล้องหลัง 3 ตัว RAM 10GB

Home / Mobile & Tablet / เปิดตัว Vivo NEX รุ่นหน้าจอคู่ หน้า-หลัง Dual Display กล้องหลัง 3 ตัว RAM 10GB

หลังจากที่มีข่าวอยู่นาน พอสมควร Vivo ก็ได้ทำการเปิดตัว Vivo NEX รุ่นหน้าจอคู่ออกมาแล้ว และยังคงคอนเซปต์สมาร์ทโฟนหน้าจอเต็มเช่นเคย แต่ครั้งนี้ไม่ได้มากับกล้องสไลด์ นะครับแต่ Vivo NEX มากับหน้าจอคู่ตามชื่อรุ่น

โดยหน้าจอของ Vivo NEX หน้าจอหลักมีขนาด 6.39 นิ้ว ใช้หน้าจอ Super AMOLED ความละเอียด 1080 x 2340 P อัตราส่วน 19:9 และหน้าจอ มีสัดส่วนมากถึง 91.63% ส่วนหน้าจอรองที่อยู่ด้านหลังเครื่อง ก็ใช้หน้าจอ AMOLED ขนาด 5.49 นิ้ว อัตราส่วน 16:9 ความละเอียด 1080 X 1920 P

ด้านกล้องนั้นแน่นอนครับว่าเมื่อใช้หน้าจอคู่แล้ว ก็ไม่มีกล้องเซลฟี่ แต่ Vivo NEX ก็มาพร้อมกับกล้องหลัง ถึง 3 ตัว โดยกล้องหลักมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มาพร้อมกับ กันสั่น OIS f/1.79 ส่วนกล้องตัวที่ 2 เป็นกล้อง Dept ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล f/1.8 และกล้องตัวที่ 3 เป็นกล้อง 3D TOF สำหรับวิเคราะห์ความลึกของวัตถุ และใช้ในการสแกนใบหน้า ซึ่งทาง Vivo เคลมว่ากล้อง ของ Vivo NEX มีฟีเจอร์ที่หลากหลาย และยังมี AI มาช่วยในการร่วมประมวลผลภาพ ทั้งรูปร่างและโครงหน้า

ด้านสเปคภายในนั้น จัดเต็ม ด้วย CPU ชิป Snapdragon 845 และ RAM 10GB และหน่วยความจำภายใน 128GB  แต่ไม่รองรับหน่วยความจำภายนอก รันด้วยระบบปฏิบัติการณ์ Android 9 Pie ครอบทับด้วย Funtouch OS 4.5 แบตเตอรี่ 3,500 mAh รองรับ Fast Charge 10V/2.25A  และมีให้เลือก 2 สี คือสีน้ำเงิน และสีม่วง

สเปค Vivo NEX รุ่นหน้าจอคู่

  • หน้าจอหลัก Super AMOLED ขนาด 6.39 นิ้ว ความละเอียด1080 x 2340 P อัตราส่วน 19:9
  • หน้าจอรอง AMOLED ขนาด 5.49 นิ้ว ความละเอียด 1080 X 1920 P อัตราส่วน 16:9
  • CPU ชิป Snapdragon 845
  • RAM 10GB
  • ROM 128GB
  • กล้องหลัง MainCamera ความละเอียด 12 MP f/1.79 OIS กล้องตัวสอง ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล f/1.8 และกล้อง 3D TOF
  • ระบบปฏิบัติการณ์ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย Funtouch OS 4.5
  • แบตเตอรี่ 3,500 mAh
  • มี 2 สี คือ สีน้ำเงิน และ สีม่วง

สำหรับราคาวางจำหน่ายของ Vivo NEX นั้นมีราคาอยู่ที่ 4,998 หยวน หรือประมาณ 23,700 บาท โดยจะเริ่มเปิดให้พรีออเดอร์ในประเทศจีนวันที่ 29 ธันวาคมนี้ ส่วนในประเทศไทย ต้องรอติดตามกันต่อว่าจะมีการนำเข้ามาจำหน่ายหรือไม่