วีเอ็มแวร์ เผยผลสำรวจ องค์กรธุรกิจไทยพร้อมเดินหน้าสู่การเป็น “ซอฟต์แวร์ ดีฟาย เอ็นเตอร์ไพรซ์”

Home / IT News / วีเอ็มแวร์ เผยผลสำรวจ องค์กรธุรกิจไทยพร้อมเดินหน้าสู่การเป็น “ซอฟต์แวร์ ดีฟาย เอ็นเตอร์ไพรซ์”

วีเอ็มแวร์ เผยผลสำรวจ องค์กรธุรกิจไทยพร้อมเดินหน้าสู่การเป็น “ซอฟต์แวร์ ดีฟาย เอ็นเตอร์ไพรซ์” ใช้ซอฟต์แวร์จัดการองค์กรอย่างเต็มรูปแบบในปี 2558

• 35% ขององค์กรธุรกิจในประเทศไทย พุ่งเป้าใช้เวอร์ช่วลไลเซชั่นในองค์กร อย่างน้อย 60% ภายในปี 2559
• ไอดีซี คาดองค์กรธุรกิจสามารถลดค่าใช้จ่ายภายในองค์กรได้ถึง 45,454 ล้านบาท ระหว่างปีพ.ศ. 2546-2563 จากการทำเวอร์ช่วลไลเซชั่นระบบไอที

P

กรุงเทพฯ – วีเอ็มแวร์ อิงค์ (NYSE: VMW) ผู้นำด้านระบบเวอร์ช่วลไลเซชั่นและโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ ประกาศความมุ่งมั่นในการช่วยให้องค์กรธุรกิจในประเทศไทยก้าวสู่การเป็น“ซอฟต์แวร์ ดีฟาย เอ็นเตอร์ไพรซ์” (Software-defined enterprise) ด้วยการใช้ซอฟต์แวร์จัดการการทำงานภายในองค์กร โดยจากการจัดวิจัยสำรวจความคิดเห็นกับองค์กรธุรกิจกว่า 897 องค์กร ในประเทศไทย ที่เข้าร่วมงาน วีเอ็มแวร์ โซลูชั่น ซิมโพเซียม (VMware Solutions Symposium) หรือการประชุมสัมมนาครั้งใหญ่สุดในรอบปีของวีเอ็มแวร์ในประเทศไทยเพื่อโชว์เคสเทคโนโลยีและโซลูชั่นล่าสุดที่จัดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ พบว่าองค์กรธุรกิจไทยให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีเวอร์ช่วลไลซั่นมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยกว่า 30% มีการเวอร์ช่วลไลซ์ภายในองค์กรไปแล้วถึง 30-60% และอีก 35% คาดว่าจะเวอร์ช่วลไลซ์องค์กรถึง 60-90% ภายในเวลา 2 ปี

โดยองค์กรธุรกิจกว่า 897 องค์กร ประกอบไปด้วยผู้จัดการด้านไอทีและผู้บริหาร ได้ร่วมให้ความเห็นผ่านการวิจัยสำรวจความคิดเห็นในประเด็นความสำคัญด้านไอทีสำหรับองค์กรธุรกิจในปี 2558 รวมถึงบทบาทของเวอร์ช่วลไลเซชั่นและการใช้ซอฟต์แวร์จัดการดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย

นอกจากนี้วีเอ็มแวร์ ยังได้ร่วมกับไอดีซี ในการวิจัย “ดาต้าเซ็นเตอร์ อีโคโนมี อินเด็กซ์ (Data Center Economies Index – DEI)” ซึ่งตอกย้ำถึงประโยชน์ที่องค์กรธุรกิจในประเทศไทยจะได้รับจากการใช้ซอฟต์แวร์ในการจัดการด้านไอที ผ่านการทำเวอร์ช่วลไลเซชั่นบนเครื่องประมวลผล สตอเรจ และเน็ตเวิร์ก ฮาร์ดแวร์ โดยองค์กรธุรกิจสามารถลดค่าใช้จ่ายภายในองค์กรได้ถึง 1390 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 45,454 ล้านบาท) ระหว่างปีพ.ศ. 2546-2563 ซึ่งค่าใช้จ่ายที่ลดลงมาจากการประหยัดค่าใช้จ่ายในสี่ส่วนสำคัญคือ

• ค่าใช้จ่ายด้านฮาร์ดแวร์ (640 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 21,000 ล้านบาท)
• ค่าใช้จ่ายสำหรับพื้นที่ใช้สอยและการบำรุงรักษา (14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 454 ล้านบาท)
• ค่าใช้จ่ายด้านการบริหารจัดการ (455 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 15,000 ล้านบาท)
• และค่าใช้จ่ายบนระบบพาวเวอร์และคูลลิ่ง (284 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 9,000 ล้านบาท)

ดร. ชวพล จริยาวิโรจน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยและอินโดจีน วีเอ็มแวร์ กล่าวถึงผลสำรวจดังกล่าวว่า “การเดินหน้าผนวกการใช้เวอร์ช่วลไลเซชั่นในองค์กรธุรกิจไทยเป็นการตัดสินใจที่จะส่งผลประโยชน์ต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคนี้ ค่าใช้จ่ายที่สามารถประหยัดได้จากการใช้งานเทคโนโลยีที่ถูกต้องจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและช่วยให้องค์กรสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในการเพิ่มความแข็งแกร่งและพัฒนาทักษะด้านอื่นๆ ที่ขาดหายไปในองค์กร”

“โมเดลไอทีแบบเก่าไม่เพียงพอสำหรับการใช้งานไอทีในยุค ซอฟต์แวร์ ดีฟาย ในปัจจุบันที่ทุกอย่างถูกจัดการด้วยซอฟต์แวร์ เพราะองค์กรธุรกิจแบบเดิมๆ ถูกท้าทาย และไอทีจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อความต้องการธุรกิจให้ทันท่วงที ในประเทศไทยเรากำลังอยู่ในยุคถัดไปของเทคโนโลยีที่ไอทีต้องปรับตัวให้ทันกับความรวดเร็วของธุรกิจโดยใช้ซอฟต์แวร์ในจัดการ เพื่อช่วยสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับองค์กร จากความมุ่งมั่นในการช่วยองค์กรธุรกิจไทยในการประหยัดค่าใช้จ่ายตามผลสำรวจ วีเอ็มแวร์ เดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการลงทุนวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและโซลูชั่นต่างๆ ที่จะช่วยตอบสนองการใช้งานภายในองค์กรธุรกิจได้อย่างเหมาะสม” ดร. ชวพล กล่าวเสริม

ผลสำรวจ:

• องค์กรธุรกิจไทยเผยความสำคัญด้านไอทีสามลำดับแรกที่จะให้ความสำคัญในปีหน้า ได้แก่ ความต่อเนื่องทางธุรกิจ 33% ลดค่าใช้ภายในจ่ายองค์กร 27% และความปลอดภัยด้านไอทีและการปกป้องข้อมูล 25%

• เหตุผลสำคัญที่องค์กรธุรกิจจะหันมาให้ใช้ซอฟต์แวร์จัดการดาต้าเซ็นเตอร์(Software-Defined Data Centers) เพราะช่วยให้สามารถใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า (38%) และพัฒนาประสิทธิภาพในการดำเนินการ (32%) โดยจากการที่ประเทศไทยกำลังวางแผนสู่การเป็นฮับของอาเซียน รวมถึงการใช้จ่ายของภาคอุตสาหกรรมการเงินและการผลิตที่คาดว่าจะสูงขึ้นเรื่อยๆ องค์กรธุรกิจในประเทศไทยจึงหันมาให้ความสำคัญกับการใช้งานทรัพยากรไอทีให้คุ้มค่า การพัฒนาประสิทธิภาพในการดำเนินการ รวมถึงการลดค่าใช้จ่ายด้านไอที ซึ่งนอกจากเวอร์ช่วลไลเซชั่นจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายฮาร์ดแวร์แล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระบบพาวเวอร์และคูลลิ่ง พื้นที่การใช้สอยดาต้าเซ็นเตอร์ และการบริหารจัดการสตอเรจ จากการใช้งานสตอเรจที่ลดลง

• ค่าใช้จ่าย (46%) และวัฒนธรรมองค์กร (24%) คืออุปสรรคสำคัญต่อการใช้งาน ซอฟต์แวร์ ดีฟาย ดาต้าเซ็นเตอร์ (Software-Defined Data Centers) โดยจากผลสำรวจดรรชนีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของไอดีซี (IDC Asia/Pacific Transformative Infrastructure Index) ชี้ให้เห็นว่าองค์กรธุรกิจสนใจที่จะใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ มากขึ้น แต่ปัญหาท้าทายองค์กรที่ต้องการใช้งานเทคโนโลยีใหม่ คือประเด็นด้านทัศนคติ ซึ่งเกิดจากงบประมาณที่ไม่เพียงพอ โดยองค์กรจะสามารถจัดสรรทุนได้เพิ่มมากขึ้นหากมีตัววัดที่สามารถวัดได้ว่าโครงการด้านไอทีส่งผลดีต่อธุรกิจได้

วีเอ็มแวร์เชื่อว่าการเพิ่มการรับรู้และให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีดังกล่าวในประเทศไทยจะมีส่วนช่วยให้ประเทศสามารถจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น พร้อมเปิดตัวโซลูชั่นใหม่สำหรับการใช้งานด้านไอทีในยุคโมบายคลาวด์ ประกอบไปด้วย โซลูชั่นต่างๆ สำหรับพนักงานในองค์กร (End-user Computing) รวมถึงโซลูชั่นในการจัดการไฮบริด คลาวด์ ประกอบไปด้วย VMware Horizon® FLEX™, VMware vRealize™ Suite 6, VMware vRealize Code Stream™ และ VMware vRealize Air™ Compliance เพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์องค์กรธุรกิจในการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานและค่าใช้จ่าย

VMware Unveils Survey with Thai Enterprises 2014 - Photo

รูปภาพประกอบข่าวประชาสัมพันธ์

เมื่อเร็วๆ นี้ วีเอ็มแวร์ นำโดยนายมาร์ติน คาซาโด รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายเครือข่ายและความปลอดภัยของระบบ วีเอ็มแวร์ อดีตผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Nicira และผู้คิดค้น Software Defined Networking พร้อมด้วย ดร.ชวพล จริยาวิโรจน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยและภูมิภาค อินโดจีน และนายตวง ชีวธาดาวิรุทน์ นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัท ไอดีซี (ประเทศไทย) ร่วมเผยผลสำรวจความต้องการด้านไอทีของภาคธุรกิจไทย ในงาน VMware Solutions Symposium 2014