มูลนิธิออโตเดสก์ สานต่อนวัตกรรมการออกแบบ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ด้อยโอกาส

Home / IT News / มูลนิธิออโตเดสก์ สานต่อนวัตกรรมการออกแบบ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ด้อยโอกาส

ออโตเดสก์, อิงค์ (NASDAQ: ADSK) ได้เปิดตัวมูลนิธิออโตเดสก์ ซึ่งจะลงทุนและสนับสนุนในองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรจากทั่วโลกที่ใช้ประโยชน์จากขุมพลังแห่งการออกแบบเพื่อแก้ปัญหาความท้าทายต่างๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ, การเข้าถึงแหล่งน้ำ, การดูแลสุขภาพและอื่นๆ ด้วยความร่วมมือของบริษัท มูลนิธิออโตเดสก์จะช่วยสนับสนุนผู้ที่ได้รับการคัดเลือกในด้านซอฟต์แวร์ การฝึกอบรมและทางการเงิน โดยลีแนลล์ คาเมรอน ประธานและซีอีโอของมูลนิธิออโตเดสก์และผู้อำนวยการอาวุสโสด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนของออโตเดสก์ได้มาให้สัมภาษณ์ถึงความเป็นมาของการก่อตั้งมูลนิธิออโตเดสก์

2

ลีแนลล์ได้อธิบายว่า มูลนิธิออโตเดสก์นั้นเป็นมูลนิธิเอกชนเปิดใหม่โดยมีจุดมุ่งหมายในการสนับสนุนตัวองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรที่ได้ขับเคลื่อนการออกแบบ โดยออโตเดสก์มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ผู้คนมากมายได้ใช้เทคโนโลยีของเราในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีกว่าเดิมและช่วยแก้ปัญหาระดับโลกได้ มีผู้คนและบริษัทจำนวนมากมายที่เป็นแรงบันดาลใจให้ทางออโตเดสก์ได้เริ่มทำการกุศลร่วมไปกับธุรกิจหลัก เพื่อสนับสนุนกลุ่มที่ไม่หวังผลกำไรและช่วยนำไอเดียของพวกเขาไปสู่ตลาด โดยมุ่งเน้นไปที่การออกแบบเพื่อสร้างผลกระทบ หรือสิ่งที่เรียกว่า “impact design” อีกทั้งยังได้ขยายการสนับสนุนด้วยโครงการ Impact Design Program, Technology Impact Program, Employee Impact Program และโครงการบรรเทาทุกข์จากภัยพิบัติ ออโตเดสก์ยังมีส่วนช่วยให้พนักงานของออโตเดสก์ทั่วโลกได้มีส่วนบทบาทในการสร้างโลกที่ดีกว่าเดิมในที่ทำงาน, ที่บ้าน และที่ชุมชนพวกเขา และด้วย Technology Impact Program ของทางออโตเดสก์ ซอฟต์แวร์ได้ถูกจัดทำมาเพื่อกลุ่มไม่แสวงหาผลกำไรที่ถูกคัดเลือกด้วยค่าลิขสิทธิ์ที่ไม่แพง

ออโตเดสก์เป็นองค์กร Design-Led Revolution โดย design-led revolution คือ พลังแห่งการออกแบบที่จะมาขับเคลื่อนโลกของเรา ด้วยโปรแกรมของออโตเดสก์ เหล่านักออกแบบจะสามารถเข้าถึงข้อมูลของระบบการออกแบบที่ไม่เคยเข้าถึงได้มาก่อน พวกเขาจะสามารถเห็นผลกระทบจากการตัดสินใจการออกแบบของพวกเขาได้ในระบบทั้งหมด โดยพวกเขาสามารถวิเคราะห์และทดสอบสถานการณ์จำลองได้เป็นพันครั้งด้วยเวลาเพียงไม่กี่นาที

ส่วนการคัดเลือกผู้สมัครในโครงการของมูลนิธิออโตเดสก์ ทางบริษัทฯ จะเลือกจากนักออกแบบที่มีแนวคิดในการแก้ปัญหาที่โลกกำลังเผชิญอยู่ได้อย่างสร้างสรรค์ โดยเลือกสนับสนุนนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพที่สุดอย่างพิถีพิถัน เรามุ่งมั่นที่จะลงทุนในความหลากหลายในผลงานระดับโลกของผู้ที่ได้รับเลือกซึ่งรวมไปถึงองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร, บุคคลทั่วไป, โครงการต่างๆ และโครงการของมหาวิทยาลัย นอกจากนี้เราก็ยินดีต้อนรับผู้ที่ไม่แสวงหาผลกำไรรายอื่นๆ ที่สนใจใน โครงการ Technology Impact Program ของเรา โดยสมัครได้ที่ www.autodesk.com/technologyimpact

หนึ่งในผู้ที่ได้รับเลือกของเราคือ บริษัท KickStart International ที่อยู่ในเคนย่า ด้วยความร่วมมือของออโตเดสก์ เราได้นำวิศวกรของพวกเขา 4 คนไปไปยังซานฟรานซิสโกเป็นเวลาหลายสัปดาห์เพื่อร่วมโครงการจัดการน้ำ โดยพวกเขาได้เรียนรู้ซอฟต์แวร์ของเราเพื่อปรับปรุงโมเดลปั๊มชลประทาน โดยเมื่อก่อนพวกเขาสามารถทำแม่แบบได้ประมาณ 20 ตัว และใช้เวลาปีกว่าในการผลิตชิ้นส่วนจนสำเร็จ แต่ด้วยการฝึกอบรมที่พวกเขาเพิ่งได้รับมา พวกเขาจะสามารถเร่งกระบวนการผลิตได้เร็วมากยิ่งขึ้น

1

นักออกแบบที่จะสร้างผลกระทบรายอื่นๆ ที่เราภูมิใจในการให้การสนับสนุนก็คือ MASS Design ที่กำลังทำการออกแบบบ้านพักฟื้นสำหรับสตรีมีครรภ์ในมาลาวี ซึ่งมีอัตราการตายของมารดาสูงที่สุดของโลก เราได้ให้การสนับสนุนการทดสอบอย่างยั่งยืนให้กับขาเทียมราคาถูกรุ่นถัดไปของ D-Rev ซึ่งมีคนใช้งานกว่า 5,000 คนในประเทศอินเดีย และเรายังให้การสนับสนุนโครงการบ้านสำหรับชนบทของมหาวิทยาลัยออเบิร์นในการก่อสร้างบ้านสองหมื่นเหรียญ โดยเปิดให้นักเรียนเข้าร่วมแข่งกันออกแบบบ้านประหยัดพลังงานที่สามารถสร้างได้ด้วยงบสองหมื่นเหรียญสหรัฐ

สำหรับโครงการการรับมือกับภัยพิบัติ มูลนิธิออโตเดสก์จะให้การสนับสนุนด้านการเงิน โดยออโตเดสก์จะให้การสนับสนุนทางด้านเทคนิคในพื้นที่ที่โดนภัยพิบัติ โดยทางบริษัทฯ ได้ให้การช่วยเหลือในเหตุการณ์พายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนที่ประเทศฟิลิปปินส์และเหตุการณ์สึนามิจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งออโตเดสก์และพนักงานได้จัดมูลนิธิหลากหลายประเภทและได้บริจาคการกุศลให้กับองค์กรบรรเทาทุกข์ รวมไปถึง Doctors Without Borders, American Red Cross และ Architecture for Humanity อีกด้วย ออโตเดสก์ยังได้ให้การสนับสนุนในการรับมือกับภัยพิบัติผ่านทางโครงการบริจาคเงินเข้าการกุศลแบบจับคู่สำหรับพนักงานอีกด้วย

“เราเชื่อว่าการออกแบบได้ให้ความหวังอันยิ่งใหญ่แก่มวลมนุษย์ในการจัดการกับปัญหาที่เร่งด่วน เป็นตัวเชื่อมต่อและเป็นสิ่งที่จัดการกับความท้าทายในปัจจุบันด้วยเวลาที่จำกัด ด้วยโครงการ Impact Design Program จะช่วยสนับสนุนบุคลากรและองค์กกรที่มีประสิทธิภาพในการใช้การออกแบบสร้างสรรค์โลกที่ดีกว่าเดิม เช่น การเข้าถึงสถานรักษาพยาบาล, การศึกษา, พลังงานสะอาดและน้ำ, ระบบการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ หรือปัญหาระดับโลกอื่นๆ ร่วมไปกับธุรกิจหลักของเรา” ลีแนลล์กล่าว