YouTube YouTube Kids

YouTube อ่วม!! แบรนด์ใหญ่ไม่ลงโฆษณา หลังพบคลิปการสอนฆ่าตัวตายใน YouTube Kids

Home / IT News / YouTube อ่วม!! แบรนด์ใหญ่ไม่ลงโฆษณา หลังพบคลิปการสอนฆ่าตัวตายใน YouTube Kids

ขณะนี้ Youtube กลายเป็นประเด็นดังขึ้นมาทันทีเลยนะครับ หลังจากที่ Dr. Free Hess ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยออนไลน์ของเด็ก พบคลิปการ์ตูนสำหรับเด็กจากเกม Splatoon ซึ่งเป็นคลิปที่ทำโดยแฟนคลับบน Youtube และ Youtube Kids มีการสอดแทรกเนื้อหาการฆ่าตัวตายอยู่ในคลิปวิดีโอด้วย

Dr. Free Hess ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยออนไลน์ของเด็ก

โดยในคลิปวิดีโอดังกล่านั้น ดูผิวเผินก็เหมือนการ์ตูนเด็กทั่วไป แต่เมื่อดูไปซักพัก ก็จะมีคลิปผู้ชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมา พร้อมกับสอนวิธีกรีดแขนเพื่อฆ่าตัวตาย ซึ่งในคลิปวิดีโอชายคนดังกล่าว พูดแค่เพียงว่า “จำไว้เด็กๆ ” จากนั้นก็ทำท่าเหมือนกับการกรีดแขน พร้อมพูดว่า “แนวขวางสำหรับเรียกความสนใจ แนวยาวสำหรับผลลัพธ์” ซึ่งจุดที่แทรกเข้ามานั้นใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น

Dr. Free Hess ได้ออกมาให้ความเห็นผ่านบทสัมภาษณ์ของ Washington Post ว่า คลิปเหล่านี้มันอันตรายเกินไปสำหรับเด็ก และคลิปนี้มีผลต่อพัฒนาการของเด็กๆ ซึ่งวิดีโอเหล่านี้ทำให้เด็กอยู่ในความเสี่ยง

อย่างไรก็ตามครับวิดีโอดังกล่าวได้ถูกลบออกจาก Youtube ไปแล้วครับ หลังจากเกิดเรื่องขึ้นแต่ว่าวิดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่มาตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ และมีคนชมคลิปนี้ไปแล้วถึง 1,000 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม Dr. Free Hess ได้กล่าวเพิ่มเติมว่าคลิปวิดีโอ Splatoon นั้นไม่ใช่คลิปที่มีเนื้อหารุนแรงเพียงคลิปเดียวบน Youtube Kids เพราะเขาได้ออกเตือนให้ระวังคลิปวิดีโอจากเกมส์ Mine Craft ที่มีเนื้อหาจำลองการกราดยิงในโรงเรียนด้วย

รูปปั้น Momo ที่นำมาอ้างเป็น Momo Challenge

นอกจากกรณีเรื่องคลิป Splatoon แล้วยังมีอีกหนึ่งกรณีที่เกิดขึ้นบน Youtube คือ Momo Challenge ซึ่งเป็นการนำรูปปั้น Momo ผู้หญิงครึ่งคนครึ่งนก หน้าตาน่ากลัวจากญี่ปุ่นมาทำการท้าให้ฆ่าตัวตาย หรือทำสิ่งต่างๆ ที่ดูเป็นอันตราย และมันก็กลายเป็นทฤษฎีสมคบคิดที่เด็กๆ พูดกันเป็นวงกว้างมาก ซึ่งมีคุณแม่ของเด็กๆ หลายราย ได้ไปพบคลิปวิดีโอในลักษณะ ไปปรากฏบน Youtube Kids เช่นกัน

แต่ล่าสุดทาง Youtube ได้ออกมาปฏิเสธกรณีคลิป Momo Challenge บน YouTube ผ่าน Twitter ของ Youtube เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ได้ย้ำกับผู้ใช้ Youtube ว่าหากพบวิดีโอคลิปในลักษณะดังกล่าว ให้กดรีพอร์ตทันทีเพื่อให้ทีมงานของ Youtube สามารถเข้าไปลบคลิปได้

ซึ่งผลจากเหตุการณ์หลายๆ อย่างข้างบนที่กล่าวมารวมกันส่งผลให้บริษัทยักษ์ใหญ่ในอเมริกา หลายๆ บริษัทอย่าง AT&T, Disney, Hasbro, Epic Game และ Nestle ประกาศไม่ลงโฆษณาบน YouTube จนกว่าจะจัดการกับปัญหาดังกล่าวได้ครับ

อย่างไรก็ตามครับสำหรับผู้ปกครองควรจะสอดส่องพฤติกรรมการดู Youtube ของเด็กด้วยนะครับเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เด็กๆ หรือลูกของท่านไปดูวิดีโอที่มีเนื้อหารุนแรง จนเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ หรือทำตามครับ

ที่มา washingtonpost, Vox