Review: รีวิว MyKronoz ZeClock สมาร์ทวอทช์ระบบ Quartz Movement แม้แบตหมด ก็ดูเวลาได้

Home / Gadget, Review / Review: รีวิว MyKronoz ZeClock สมาร์ทวอทช์ระบบ Quartz Movement แม้แบตหมด ก็ดูเวลาได้

ถ้าพูดถึงกระแสของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ประเภทสวมใส่ที่ฮอตสุดๆ ในตอนนี้ ก็คงจะหนีไม่พ้น Smartwatch หรือ นาฬิกาอัจฉริยะ นั่นแหละครับ และยิ่งบริษัท Apple เปิดตัว Apple Watch ซึ่งเป็นนาฬิกาอัจฉริยะลงสู่ในศึก Wearable Gadgets ด้วยแล้วล่ะก็ ตลาดนี้ก็ยิ่งจะเดือดขึ้นอีกเป็นทวีคูณ

แต่ก็อย่างที่เราทราบๆ กันครับว่า Apple Watch เนี่ยราคาค่าตัวมันก็ช่างแพงเหลือเกิน (ราคาตั้งแต่หลักหมื่น ไปจนถึงหลักแสนแน่ะ) ถ้าไม่มีเงินเหลือกินเหลือใช้จริงๆ จะให้ซื้อหามาใช้ก็คงจะไม่ง่ายเท่าไหร่ ดังนั้นวันนี้ผม เฮียณัฐ จาก MThai Technology มี Smartwatch ที่น่าสนใจมาแนะนำกันให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกันครับ นั่นก็คือ MyKronoz ZeClock นั่นเอง ซึ่งเหมาะมากกับคนที่ต้องการใส่สมาร์ทวอทช์ที่มีดีไซน์เหมือนกับนาฬิกาธรรมดาทั่วไปในท้องตลาด แต่อยากได้ฟีเจอร์ล้ำๆ ด้วย โดยที่ไม่ต้องใส่นาฬิกาที่มีการออกแบบเหมือนกับหลุดมาจากหนังสตาร์วอร์

เรามาดูกันครับว่า ZeClock ตัวนี้ จะมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้างครับ ไปดูพร้อมๆ กันเลย

DSC09142

การออกแบบเป็นยังไง? 

MyKronoz ZeClock ถูกบรรจุอยู่ในกล่องพลาสติกทรงสี่เหลี่ยมโปร่งแสง โดยผู้ออกสลาก แฮ่!! ไม่ใช่งานออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล ตัวนาฬิกาก็มาในกล่องพลาสติกใสแบบนี้นี่แหละครับ

DSC09146

เปิดกล่องออกดู ก็จะเจอกับนาฬิกาตั้งตระหง่านอยู่แบบนี้เลย ซึ่งหากให้ใครดูภาพนี้ คงเดากันไม่ออกว่า นี้คือ Smartwatch นะครับ ไม่ใช่นาฬิกาธรรมดาทั่วไป

DSC09148

เพราะการออกแบบของ ZeClock จะไม่เหมือนกับ Samsung Galaxy Gear หรือ Apple Watch ที่มีหน้าจอขนาดใหญ่สำหรับบอกข้อมูล หรือมีหน้าจอทัชสกรีนสำหรับควบคุม แต่ ZeClock จะมีดีไซน์เหมือนกับนาฬิกาทรงสปอร์ตทั่วไปเลยฮะ และใช้การควบคุมผ่านปุ่มควบคุมเล็กๆ ด้านข้างเท่านั้น

DSC09150

ตัวสายใช้วัสดุเป็นยางที่ไม่แข็งมาก ยืดหยุ่นได้ดี

DSC09152

ปุ่ม 3 ปุ่มหลักที่ด้านข้างของตัวเครื่อง ประกอบไปด้วย ปุ่ม Top Key, Crown หรือเม็ดมะยม, และ Bottom Key ซึ่งแต่ละปุ่มจะใช้ทำอะไรบ้างนั้น ไว้จะพูดถึงในส่วนถัดไปครับ ตอนนี้ว่ากันเรื่องดีไซน์ก่อน

DSC09153

ที่ด้านซ้าย จะเห็นแถบโลหะรูปวงกลมสี่วงเรียงติดกัน ตรงนี้เป็นแถบสำหรับชาร์จครับ

DSC09154

มาดูที่หน้าปัดตรงๆ กันบ้าง นอกจากส่วนอื่นๆ ที่เหมือนกับนาฬิกาทั่วไปแล้ว บริเวณส่วนกลางของหน้าปัด จะเห็นช่องสี่เหลี่ยมสำหรับแสดงข้อมูลเป็นดิจิตอลตรงกลาง

DSC09156 DSC09159

เมื่อทดลองใส่ดู เชื่ีอว่าคนที่ไม่เคยใส่สมาร์ทวอทช์มาก่อน ใส่เรือนนี้แล้วจะไม่รู้สึกเขินแน่นอน เพราะว่าใส่เรือนนี้ก็เหมือนใส่นาฬิกาธรรมดา ใส่แล้วเข้ากับข้อมือได้ดีทีเดียว

DSC09160 DSC09162 DSC09163 DSC09164

และแน่นอนว่า ZeClock จะต้องทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่นนะครับสำหรับในส่วนของการเป็น Smartwatch

ส่วนการทำงานของนาฬิกา อันนี้จะแยกกันนะครับ คือตัวเข็มต่างๆ ก็จะเดินไปเรื่อยๆ เป็นปกติ ไม่ทำงานร่วมกับตัวหน้าจอดิจิตอลตรงกลาง

DSC09166

ต่อไปมาดูในส่วนของอุปกรณ์ที่ใส่มาในกล่องกันบ้างครับ ซึ่งจะประกอบไปด้วย สายชาร์จสำหรับเสียบชาร์จกับคอมพิวเตอร์ หรือปลั๊กที่ชาร์จ (ไม่ได้แถมมา) และมี dock สำหรับใส่นาฬิกาลงไป

DSC09168

โดยวิธีชาร์จ ก็ให้เราวางนาฬิกาลงไปในช่องให้แถบโลหะตรงกัน

DSC09177

เท่านี้ที่หน้าจอดิจิตอล ก็จะมีรูปแบตเตอรี่แสดงขึ้นมาครับ นั่นก็หมายความว่า ตอนนี้นาฬิกากำลังชาร์จไฟอยู่นั่นเอง

DSC09182 DSC09184

ZeClock ใช้การควบคุมอย่างไร?

ต่อไปมาดูในส่วนของ การควบคุม กันบ้าง ซึ่งข้อมูลนี้ก็อยู่ในคู่มือในกล่องนั่นแหละครับ โดยการควบคุมหลักๆ ของ ZeClock จะใช้ปุ่มด้านข้างสองปุ่มเป็นตัวควบคุมครับ มีดังนี้

Top Key (ปุ่มบน)

กดค้าง – เปิด / ปิดเครื่อง
กดค้าง ขณะอยู่ในเมนู – ออกจากเมนู
กดค้าง 5-8 วินาที – รีเซ็ท

กดสั้น 1 ครั้ง – สำหรับเลื่อนเมนู
กดสั้น 1 ครั้ง เมื่อมีสายเรียกเข้า – สำหรับรับสายเรียกเข้า
กดสั้น 1 ครั้ง ขณะหน้าจอดับ – เพื่อเปิดหน้าจอ

Bottom Key (ปุ่มล่าง)

กดสั้น 1 ครั้ง – เพื่อเลือกเมนู
กดสั้น 1 ครั้ง ขณะอยู่ในเมนู – เพื่อเริ่ม หรือเลือกใช้เมนูนั้นๆ
กดสั้น 1 ครั้ง ขณะมีสายเรียกเข้า – ปฏิเสธสายเรียกเข้า
กดสั้น 1 ครั้ง ขณะสนทนา – เพื่อตัดสาย
กดสั้น 1 ครั้ง ขณะหน้าจอดับ – เพื่อเปิดหน้าจอ

การควบคุมอาจจะดูเหมือนเยอะ แต่พอลองใช้จริง ก็เข้าใจได้ไม่ยากครับ

DSC09186

แล้วด้านสเปคล่ะ?

MyKronoz ZeClock รองรับการใช้งานร่วมกับระบบปฏิบัติการ iOS เวอร์ชั่น 7 ขึ้นไปครับ ส่วน Android OS จะเริ่มตั้งแต่ Android 4.3 ขึ้นไป และอุปกรณ์ที่รองรับ Bluetooth 4.0 โดยสเปคของตัวเครื่องมีดังนี้

สเปค MyKronoz ZeClock

– ตัวเครื่องมีขนาด 45 x 15.2 มิลลิเมตร
– น้ำหนัก 64 กรัม
– รองรับ Bluetooth 4.0
– แบตเตอรี่ความจุ 200mAh
– รองรับการสนทนาต่อเนื่องได้ 2-3 ชั่วโมง
– สแตนด์บายต่อเนื่องได้ 4 วันหลังจากชาร์จ
– ใช้เวลาชาร์จ 1 ชม. แบตจะเต็ม
– ส่วนหน้าจอ OLED มีความละเอียด 96×32 พิกเซล
– ป้องกันสิ่งแปลกปลอมเข้าเครื่องที่มาตรฐาน IP54
– การรับประกัน 1 ปี

DSC09194 DSC09195

ที่หน้าจอหลักของ ZeClock ก็จะเป็นหน้าจอที่บอกวันเวลาเหมือนนาฬิกาปกติ โดยที่ด้านขวาจะมีสถานะแบตเตอรี่บอกไว้

DSC09199 DSC09200

การใช้งาน คุณต้องดาวน์โหลดแอพ ZeClock จาก Play Store หรือ Apple Store มาติดตั้งที่เครื่องก่อนนะครับ จากนั้นค่อยทำการเชื่อมต่อ

DSC09198

ทดสอบการนับก้าว ความแม่นยำถือว่าทำได้ในระดับโอเค อาจไม่แม่นเป๊ะๆ แต่ก็ใกล้เคียง

ZeClock ทำอะไรได้บ้าง?

ต่อไปเรามาดูสรุปรวมดีกว่าว่านาฬิกา ZeClock ตัวนี้มีความสามารถอะไรบ้าง

1. นับก้าวการเดิน
2. สั่งการโทรศัพท์ให้โทรออก หรือรับสายได้จากนาฬิกา
3. รับการแจ้งเตือนเช่น SMS, email, การแจ้งเตือนจากโซเชียลเน็ตเวิร์ค, กิจกรรมจากปฏิทิน, และการแจ้งเตือนต่างๆ
4. มีระบบการควบคุมด้วยเสียง
5. บันทึกเสียงเพื่อเป็นบันทึกช่วยจำ
6. ใช้ค้นหาโทรศัพท์ได้ (กดเรียกโทรศัพท์ ให้เสียงเรียกเข้าดัง)
7. สั่งกล้องให้ถ่ายรูป
8. มีระบบป้องกันหาย โดยระบบจะแจ้งเตือนเมื่อนาฬิกา และโทรศัพท์อยู่ห่างกันเกิน 10 เมตรโดยประมาณ (ระยะการเชื่อมต่อของ Bluetooth)
9. บอกเวลาได้ (อันนี้ไม่ได้ต้องบอกก็ได้มั้ง อิ_อิ)

Conclusion – สรุป

สรุปนะครับ MyKronoz ZeClock นาฬิกาสมาร์ทวอทช์เรือนนี้ จุดเด่นจริงๆ ก็คงต้องยกให้เรื่องของการดีไซน์ครับ เพราะไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นนาฬิกา Smartwatch ที่มาในรูปแบบของนาฬิกาทรงสปอร์ตแบบนี้ ที่แน่นอนว่าคุณจะไม่เขิลเท่าไหร่ หากใส่มันในชีวิตประจำวัน และอีกอย่างก็คือ ในด้านแบตเตอรี่นาฬิกาที่แยกการทำงานจากตัวฟีเจอร์ของ Smartwatch ทำให้สามารถแสดงเวลาได้ แม้แบตจะหมด เพราะนาฬิกาเป็นระบบ Quartz Movement ที่ได้พลังงานจากการเคลื่อนไหวของผู้สวมใส่นั่นเอง

ส่วนข้อสังเกตของรุ่นนี้ก็อาจจะเป็นในเรื่องของหน้าจอ OLED ที่เมื่อเทียบกับคู่แข่งแล้ว การแสดงผลต่างๆ อาจจะไม่เท่เท่า แต่ก็แลกมากับการออกแบบที่คลาสสิคแบบนี้ อันนี้ก็แล้วแต่เพื่อนๆ แล้วล่ะครับ ว่าจะชอบแบบไหนมากกว่ากัน

MyKronoz ZeClock ราคา 4,990 บาท