เปิดตัว SUHD TV นวัตกรรมใหม่จากซัมซุง เจ๋งกว่า OLED TV ยังไงบ้าง ติดตามด้านใน!

Home / Gadget / เปิดตัว SUHD TV นวัตกรรมใหม่จากซัมซุง เจ๋งกว่า OLED TV ยังไงบ้าง ติดตามด้านใน!

ตั้งแต่ช่วงประมาณหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วงปี 1920s “โทรทัศน์” หรือ “ทีวี” ได้ถือกำเนิดขึ้นจากการทดลอง และเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในสหรัฐ และสหราชอาณาจักร โดยในช่วงแรกหน้าจอทีวียังมีขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก และยังมีแค่เฉพาะหน้าจอขาวดำเท่านั้น

หลังจากนั้น ทีวีก็เริ่มมีวิวัฒนาการที่ดีขึ้นมาเรื่อยๆ ตามลำดับ โดยหน้าจอเริ่มเปลี่ยนเป็นทีวีสี มีขนาดเล็กลง บางลง กินไฟน้อยลง โดยเริ่มจากหน้าจอแบบ CRT ซึ่งแม้จะมีขนาดเล็กกว่าทีวีในยุคแรก แต่ก็ยังถือว่าใหญ่อยู่มาก ต่อมา “ทีวีจอแบน” ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นจากการมาของหน้าจอแบบ LCD จากนั้นก็เป็นพวกจอ Plasma > LED > และ OLED ตามลำดับ ซึ่งนอกจากหน้าจอจะมีขนาดที่เล็กลง และคมชัดขึ้นแล้ว ในช่วงปี 2010 ทางด้านผู้ผลิตยังได้เพิ่มฟีเจอร์พิเศษเข้าไปหลายๆ อย่างเข้าไป อย่างเช่นความเป็น สมาร์ททีวี ที่ทำให้ทีวีสามารถเป็นได้มากกว่าอุปกรณ์สำหรับรับชมความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังสามารถลงโปรแกรม หรือดาวน์โหลดคอนเท็นต์พวกหนัง หรือเกมมาเล่นได้จากการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต เป็นต้น

HiRes

และในปัจจุบัน เทคโนโลยีจอภาพทีวีก็ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่แค่หน้าจอแบบ OLED เท่านั้น บริษัท Samsung หนึ่งในผู้นำด้านการผลิตหน้าจอของโลก ได้พัฒนาหน้าจอที่เรียกว่า “SUHD TV” ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน และเป็นหน้าจอที่รวบรวมข้อดี และจุดเด่นของหน้าจอในยุคก่อนๆ นำมาพัฒนาเพื่อให้เป็นหน้าจอที่ดีที่สุดในปัจจุบัน วันนี้ เฮียณัฐ จาก MThai Technology จะมาแนะนำให้ทุกท่านได้ทราบถึงคุณสมบัติที่น่าสนใจของหน้าจอแบบ SUHD TV และจะเปรียบเทียบข้อดี ข้อด้อยกับหน้าจอ OLED ว่ามีจุดไหนพัฒนาขึ้นบ้าง

คำว่า SUHD TV มาจากไหน? และมีอะไรใหม่บ้าง?

JS9500_005_L-Perspective_Silver_1

เชื่อว่าหากเพื่อนๆ เป็นคนที่พอได้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับหน้าจอมาบ้าง คงจะพอคุ้นหูกับหน้าจอ UHD มาบ้าง ซึ่งก็มาจากคำว่า Ultra High Definition หรือ Ultra HD ที่แปลว่าหน้าจอความละเอียดเหนือกว่าระดับ HD โดยมีความละเอียดระดับ 4K 2160p หรือที่ความละเอียด 3840 × 2160 พิกเซลนั่นเอง

และเชื่อว่าหลายท่านคงสงสัยว่าตัว “S” ที่อยู่ด้านหน้า มาจากไหน? โดยตัว S ด้านหน้าของคำว่า SUHD TV มาจากตัว S จากคำว่า Sensational Picture QualitySmart & Convergence, และ Stylish Design ซึ่งในแต่ละ S จะมีความหมายดังนี้

 

1. Sensational Picture Quality – คุณภาพของภาพ ที่ดีที่สุด

2015_TV_PC_Nano Crystal Colour_v3

หน้าจอแบบ SUHD TV ไม่ได้เป็นเพียงแค่จอที่ใช้แสดงภาพที่พัฒนาด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่มีการพัฒนาคุณภาพของภาพ เพื่อให้ผู้ชมได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดด้วย เพราะมาพร้อมเทคโนโลยี นาโนคริสตัลลิขสิทธิ์เฉพาะของ Samsung ที่ให้เฉดสีที่กว้างขึ้นกว่าเดิมถึง 2 เท่า และให้สีสันมากกว่าถึง 64 เท่า รวมไปถึงความสว่างที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ภาพดูสว่างสดใส ให้แสงที่สมจริงมากกว่าเดิม เห็นประกายแสงซ้อนในประกายแสง

PC_Peak-Illuminator_ver1

นอกจากนี้หน้าจอนี้ยังช่วยแก้ปัญหาเดิมๆ ของการชมภาพยนตร์ที่มีฉากมืด หรือฉากกลางคืนบ่อยๆ บนหน้าจอทีวีแบบเดิม เราจะไม่สามารถมองเห็นรายละเอียดของภาพได้อย่างชัดเจน แต่ด้วยการเพิ่ม Contrast ของภาพให้มากขึ้นอีก 10 เท่า (ในรุ่น JS9500) ทำให้ในฉากที่มืด เราก็สามารถแยกรายละเอียดของภาพให้ดียิ่งขึ้น บนหน้าจอที่มีความคมชัดมากกว่าหน้าจอแบบ Full HD ถึง 4 เท่าเลยทีเดียว แถมยังมาพร้อมระบบปรับปรุงคุณภาพ UHD Up-scaling แบบอัตโนมัติ ทำให้คอนเท็นต์ที่ไม่ใช่ความละเอียดสูง ก็สามารถแสดงผลบน Samsung SUHD TV ได้ใกล้เคียงกับระดับ UHD ได้ หมดปัญหาภาพแตก เมื่อนำคอนเท็นต์ความละเอียดต่ำมาเปิดบนหน้าจอใหญ่ความละเอียดสูง

 

2. Smart & Convergence – ชีวิตง่ายขึ้นด้วย Smart TV กับระบบปฏิบัติการใหม่ “Tizen”

15P_TIZEN_01-1

เปลี่ยนการรับชมทีวีของคุณให้ Smart ขึ้นด้วยการเชื่อมต่อทีวีของคุณเข้าสู่โลกออนไลน์ ผ่านระบบปฏิบัติการ Tizen ที่ทาง Samsung พัฒนาขึ้นเอง (ซึ่งจะถูกนำไปใช้กับสมาร์ททีวีของซัมซุงในปี 2015 เป็นต้นไป) และเพื่อให้การเชื่อมต่อระหว่างทีวี กับอุปกรณ์ของคุณ เช่น พวกสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ทำงานได้ประสานสอดคล้องกันมากขึ้น เปรียบเสมือนสมาร์ทโฟนของคุณเป็นอุปกรณ์ควบคุมทีวีที่มากกว่ารีโมทธรรมดาทั่วไป รวมไปถึงสามารถแสดงภาพจากหน้าจอมือถือไปยังทีวี หรือนำภาพจากจอทีวีมาแสดงบนมือถือก็ยังได้

ระบบปฏิบัติการ Tizen บน SUHD TV ถูกออกแบบยูสเซอร์อินเตอร์เฟสให้ใช้งานง่าย มีฟังค์ชั่นการใช้งานครบถ้วน ไม่เป็นปัญหาสำหรับผู้ใช้งานระดับเริ่มต้น ที่ไม่เคยใช้สมาร์ททีวีมาก่อน ก็สามารถใช้งานได้อย่างไม่ยาก

Lifestyle_Game (2)

นอกจากนี้ทางซัมซุงยังได้นำเสนอคอนเท็นต์ดีๆ และเนื้อหาหลากหลายครอบคลุมทุกคนในบ้าน เอาไว้ให้เราเลือกชมได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็น เกมส์, การทำอาหาร, สุขภาพ, การศึกษา, รายการทีวี, กีฬา, หรือข่าว เป็นต้น โดยเราสามารถเข้าถึงเนื้อหาได้ทันทีขณะดูทีวีอยู่ รวมไปถึงสามารถสลับการรับชมระหว่างทีวีกับคอนเท็นต์อื่นๆ ได้ลื่นไหนไม่สะดุดด้วยชิปประมวลผลแบบแปดแกนสมอง (Octa-Core Processor) หรือจะเปิดทั้งสองคอนเท็นต์ได้พร้อมกัน ด้วยการแบ่งหน้าจอก็ได้เช่นกัน

 

3. Stylish Design – การออกแบบจอโค้งอย่างลงตัว

7500_Lifestyle (2)

เพื่อการรับชมความบันเทิงที่สมจริง และสบายตาที่สุด หน้าจอแบบ SUHD TV ถูกออกแบบให้เป็นหน้าจอแบบ Curved โค้งมน ทำให้หน้าจออยู่ในรัศมีที่เหมาะสมกับการรับชมที่สุด สบายตา ให้ความรู้สึกโอบล้อม มิติภาพที่ลึกสมจริง ให้ประสบการณ์การรับชมที่ดีขึ้น กว้างกว่า ลึกกว่า และดีไซน์มีเอกลักษณ์ ดูทันสมัย

P6_1

และนอกจากการออกแบบของหน้าจอแล้ว ด้านการออกแบบอื่นๆ บนทีวียังถูกออกแบบอย่างปราณีต พิถีพิถันทุกรายละเอียด อย่างเช่นในรุ่น JS9500 ตัวกรอบของหน้ามาพร้อมกับดีไซน์สไตล์กรอบงานศิลป์ ที่ช่วยเสริมอรรถรสในการรับชม ทำให้ขอบจอดูมีมิติ สวยสง่า

9000_S (7)

และการออกแบบในรุ่น JS9000 และ JS8000 จะมาพร้อมกับ Design แบบลอนคลื่น ที่ให้อารมณ์ของจอภาพ และพื้นหลังทีวี เชื่อมต่อกันอย่างลงตัว ช่วยเสริมบุคลิก และภาพลักษณ์ให้กับห้องนอน หรือห้องนั่งเล่นที่บ้านของคุณได้เป็นอย่างดี ดูหรูหรา มีระดับ

 

เทคโนโลยี Nano Crystal Color ดีอย่างไร?

cover_layer--new!!!

เทคโนโลยี Nano Crystal Color ถูกพัฒนาขึ้นโดยทาง Samsung ทำให้เทคโนโลยีนี้จะมีให้ใช้เฉพาะกับ SUHD TV จากซัมซุงเท่านั้น ซึ่งเทคโนโลยีนี้ให้ความกว้างของเฉดสีมากกว่าทีวีทั่วไปถึง 2 เท่า และแสดงสีสันได้มากกว่าถึง 64 เท่า ทำให้สามารถแสดงเฉดสีได้ถูกต้องขึ้น ใกล้เคียงกับสีสันที่ดวงตาของเราเห็นจริงมากกว่าเดิม

 

หน้าจอ SUHD TV ให้ความสว่างที่มากกว่าทีวีทั่วไป แล้วดีอย่างไร?

15SIG 150128 AV FINAL

การที่หน้าจอมีความสว่างมากขึ้น จะช่วยให้การรับชมทีวีในห้องที่สว่าง หรือในตอนกลางวัน ภาพที่แสดงก็จะยังคงชัดเจน สามารถแสดงรายละเอียดของแสงได้ดียิ่งขึ้นในทุกสภาพแวดล้อม เพราะบน Samsung SUHD TV มาพร้อมกับแผงหน้าจอแบบใหม่ ที่ให้แสงสว่างได้มากกว่าเดิม ทำให้ไม่มีปัญหาในการรับชมเมื่ออยู่ในที่โล่งแจ้ง

 

หน้าจอ SUHD TV พัฒนาขึ้นจาก OLED TV อย่างไรบ้าง?

– หน้าจอ OLED จะมีอายุการใช้งานที่สั้นกว่า เพราะการแสดงผลทำให้เกิดการไหม้ และภาพค้างที่หน้าจอ
– หน้าจอ OLED TV ใช้พลังงานสูงกว่า
– หน้าจอ OLED TV ให้ภาพที่มืดกว่า แต่ให้เฉดสีดำที่น้อยกว่า และภาพเคลื่อนไหวเป็นเงามัว
– หน้าจอ SUHD TV แสดงภาพเคลื่อนไหวเร็วขึ้น 6 เท่า

KV_JS9500_Main KV_mobile