จากคดี น้องแก้ม จะมีเทคโนโลยีใดบ้างที่พอเป็นหูเป็นตาให้ผู้ปกครอง

Home / Gadget / จากคดี น้องแก้ม จะมีเทคโนโลยีใดบ้างที่พอเป็นหูเป็นตาให้ผู้ปกครอง

 

เหตุการณ์ไม่คาดฝันไม่จำเป็นว่าต้องเกิดขึ้นตอนกลางคืน หรือบนสถานที่ปิดบนรถไฟอย่างคดี น้องแก้ม เท่านั้น กลางวันแสกๆก็อาจมีคนร้ายทำอันตรายบุตรหลานของเราเช่นกัน แกดเจ้ดเหล่านี้แม้จะไม่สามารถไล่คนร้ายได้ในทันที แต่มันก็สามารถส่งเสียงร้อง บอกตำแหน่ง และช่วยให้ผู้เคราะห์ร้ายมีโอกาสรอดมากขึ้นได้

 

 มีแอพที่ช่วยป้องกันบุตรหลานบนโทรศัพท์มือถือหรือไม่?

มีครับ แต่ต้องเข้าใจกันก่อนว่า ในสถานการณ์คับขัน โทรศัพท์มือถือจะเป็นสิ่งแรกๆที่คนร้ายสนใจ เพราะหนึ่งมันสามารถใช้ขอความช่วยเหลือได้ สองมันมีราคาสามารถนำไปขายได้ และสุดท้ายทุกคนมักจะวางโทรศัพท์ไว้ไกลตัวไม่ได้ห้อยคอ/ผูกข้อมือไว้ ผลคือเมื่อเหตุการณ์กระชั้นชิด ผู้เคราะห์ร้ายมักจะถูกแยกห่างจากโทรศัพท์มือถือในทันที ไม่มีเวลาพอจะกดเปิดเครื่อง ปลดล็อคเครื่อง เปิดแอพ ทำให้การลงแอพติดตามตัวไว้ในโทรศัพท์มือถือนั้นช่วยอะไรไม่ได้มากเท่าไหร่นัก

pp

 

Children’s Mobile Phone Tracker หรือโทรศัพท์ติดตัวสำหรับเด็ก(GK301)

หนึ่งในแกดเจ้ดที่เลือกมาแนะนำคือตัวนี้ เราสามารถหาซื้อได้ตามเว็บออนไลน์ได้ทั่วไป จุดเด่นคือมือขนาดเล็กและมีลักษณะเหมือนของเด็กเล่น คนร้ายจึงไม่ค่อยสนใจมันมากนัก เด็กสามารถกดปุ่ม SOS ตรงกลางเพื่อให้มันโทรเข้าไปยังโทรศัพท์ของพ่อแม่ที่เชื่อมต่อกันไว้ได้ทันที รวมไปถึงเมื่อกดปุ่มSOSฉุกเฉินแล้ว ตัวเครื่องจะส่ง SMS แสดงพิกัดเข้าไปยังเครื่องของพ่อแม่ด้วย พ่อแม่สามารถนำพิกัดนี้ไปใส่ใน Google map เพื่อค้นหาตำแหน่งของลุกหลานได้อย่างแม่นยำ

377678638_596

โทรศัพท์มือถือรุ่นอาม่า(Rma)รุ่นไหนก็ได้

โทรศัพท์รุ่นนี้มีกลุ่มเป้าหมายคือผู้สูงอายุที่อาจลื่นล้มในห้องน้ำและต้องการความช่วยเหลือ เลยมีปุ่ม SOS ที่กดแล้วเสียงขอความช่วยเหลือจะดังมาก(ดังระดับบ้านแตกได้) ถ้าอยู่ในโรงแรมหรือรถไฟอย่างคดีดังกล่าว การกดปุ่ม SOS ของมือถืออาม่านั้น คนในบริเวณนั้นน่าจะได้ยินและมาให้ความช่วยเหลือได้ทัน

 

in040909_1


สายโซ่หรือสายหนังรัดข้อมือที่ขาดยากๆ

สิ่งนี้มีไว้เพื่อใช้กับแกดเจ้ด 2 อย่างข้างต้น เมื่อคนร้ายประชิดตัวเหยื่อได้ สิ่งที่มันจะทำคือการปลดเครื่องมือสื่อสารหรือทำให้เหยื่อร้องขอความช่วยเหลือไม่ได้ การที่มีสายคล้องที่ยากในการถอดจะส่งผลให้เหยื่อมีโอกาสกดปุ่ม SOS เพื่อขอความช่วยเหลือได้มากขึ้น การต้องนอนในสถานที่ไม่คุ้นเคยเช่นบนรถไฟหรือในโรงแรม การมีอุปกรณ์ขอความช่วยเหลือติดไว้กับตัวเวลานอนหรืออยู่ห่างจากผู้ปกครองย่อมอุ่นใจกว่า

อุปกรณ์เหล่านี้หาได้ที่ไหน

หากต้องการมองหาเอาไว้เพื่อความปลอดภัยของบุตรหลาน ท่านสามารถค้นหาได้จากอินเตอร์เน็ทหรือห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน แกดเจ้ดเหล่านี้ราคาไม่ได้สูงมาก อย่างมือถือสำหรับเด็กราคาก็จะอยู่ที่ราวๆ 3-4 พันบาท มือถืออาม่าก็ราวๆ 1-2 พันบาท ถ้าต้องเดินทางไกล หรือ ต้องปล่อยบุตรหลานให้ห่างตา การพกแกดเจ้ดเหล่านี้ไว้ อาจช่วยลูกหลานของเราในสถานการณ์ไม่คาดคิดได้

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าจะมีอุปกรณ์อะไรก็ตาม แต่มันก็คงไม่ปลอดภัยเท่ากับการที่ผู้ปกครองดูแลลูกหลานให้อยู่ในหูในตาเสมอ และหวังว่าคดีในครั้งนี้ จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เกิดเรื่องสลดใจเช่นนี้ขึ้น

…อุปกรณ์เหล่านี้จะไม่มีจำเป็นเลย หากคนในสังคมมีความเคารพและยำเกรงกฏหมาย