โอลิมปัสเปิดตัว E-M10 Mark II กล้อง mirrorless ตัวเล็ก สเปคใหญ่ กันสั่นเทพแบบ 5 แกน!

Home / Camera / โอลิมปัสเปิดตัว E-M10 Mark II กล้อง mirrorless ตัวเล็ก สเปคใหญ่ กันสั่นเทพแบบ 5 แกน!

โอลิมปัสเปิดตัวกล้อง OM-D E-M10 Mark II ที่มาพร้อมกับระบบป้องกันการสั่นไหวของภาพแบบ 5 แกน ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในเวลานี้ 

DSC00533

E-M10 Mark II ใหม่ มาพร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ 5 แกน ในตัวกล้อง และช่องมองภาพ (viewfinder) ที่มีความละเอียดถึง 2.36 ล้าน-ดอท เป็นกล้องระดับเริ่มต้นกลุ่ม OM-D

 

ไฮไลท์ คุณสมบัติหลัก

1. เซ็นเซอร์ LiveMOSขนาด 16.1 เมกกะพิเซล
2. OLED วิวไฟน์เดอร์ ความละเอียด 2.36ล้าน ดอท
3. 5-Axis IBIS (ทำงานสูงถึง -4EV ขั้นตอน) ด้วยเทคโนโลยีVCM
4. ระบบประมวนผลภาพ TruePic VII
5. จอ LCD ระบบสัมผัส ขนาด 3 นิ้ว ปรับเอียงได้ พร้อมความละเอียด 1.04ล้าน ดอท
6. การป้องกันภาพสั่น OM-D Movie คุณภาพระดับ Full HD ความเร็ว 24/25/30 fps; โหมดวีดีโอ CLIPS
7. AF ความเร็วสูง และระยะห่างระหว่างถ่ายภาพถัดไปที่น้อยที่สุด ด้วยเทคโนโลยีFast-AF ของโอลิมปัส
8. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน C-AF เทียบกับของเดิมในกล้อง E-M10
9. Focus bracketing
10. ถ่ายภาพต่อเนื่อง 8.5 fps (RAW/Jpeg)
11. AF และการกดถ่ายด้วยระบบสัมผัส
12. จอสัมผัส AF Track Pad และการเลือกจุด AF
13. Live Composite & Live Bulb
14. ความละเอียด 4K สำหรับ time-lapsed movies
15. Art Filters 14 รูปแบบ
16. แฟลชในตัว (GN8.2/ISO200)
17. ควบคุมแบบ Wi-Fi และส่งรูปผ่านอุปกรณ์สมาร์ทโฟนต่างๆ (Android & iOS โดยใช้แอพพลิเคชั่น

image008

บริษัท โอลิมปัส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวกล้องรุ่นที่ 2 ที่จัดอยู่ในระดับเริ่มต้นของกล้องกลุ่ม OM-D โดยกล้องรุ่น E-M10 Mark II ตัวใหม่นี้มาพร้อมคุณลักษณะพิเศษของโอลิมปัส ไม่ว่าจะเป็น ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ 5 แกน ช่องมองภาพ OLED viewfinder ที่มีความละเอียดถึง 2.36 ล้าน-ดอท ฟังก์ชั่นแชร์ภาพสุดแอดวานซ์ พร้อมรูปลักษณ์ดีไซน์สุดโมเดิร์น-คลาสสิค เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นการถ่ายภาพด้วยกล้องแบบ SLR นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ และกลุ่มครอบครัว

กล้องรุ่น E-M10 Mark II ระบบ 5-Axis IBIS ช่วยให้ผู้ถ่ายสะดวกในการเคลื่อนไหวและอิสระในการถ่ายภาพได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับกล้องที่เปลี่ยนเลนส์ได้ซึ่งจัดอยู่ในระดับเริ่มต้นและระดับกลางของกล้องตัวอื่น ๆ ในกลุ่มนี้ พร้อมด้วยความคมชัดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้ภาพที่สวยงามคมชัดเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง และยังมอบความยืดหยุ่นในการถ่ายให้แก่ผู้ที่สนใจถ่ายภาพหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพภูมิทัศน์ในมุมกว้าง การถ่ายภาพบุคคล การจับภาพเคลื่นไหว วีดีโอ การเดินทาง การถ่ายภาพขนาดเล็กในระยะใกล้ ตลอดไปจนถึงการถ่ายภาพกิจกรรมกีฬาในระยะไกล ด้วยเทคโนโลยี 5-Axis IS ที่สามารถป้องกันการสั่นไหวแบบ 5 แกนของโอลิมปัส ที่มอบภาพคมชัดสวยงามแม้มือสั่น

image013 image016 image017

นอกจากนั้นกล้องรุ่น E-M10 Mark II ยังช่วยส่งเสริมการจัดองค์ประกอบภาพที่สร้างสรรค์ ด้วยระบบป้องกันภาพสั่นไหวอันสุดยอดนี่เองที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถถือกล้องและจัดวางภาพก่อนกดถ่ายได้อย่างเป็นอิสระ พร้อมกับการใส่กลไก IS ที่ประกอบมาพร้อมกับตัวกล้อง ทำให้ไม่ว่าจะเปลี่ยนใส่เลนส์ตัวไหนก็สามารถใช้ประโยชน์จากความนิ่งของกล้องรุ่น E-M10 Mark II นี้ได้ จึงเป็นการเพื่อทางเลือกที่หลากหลายในการเลือกใช้เลนส์แก่ผู้ใช้อีกด้วย

สำหรับการมองภาพ กล้องรุ่น E-M10 Mark II ใช้ช่องมองภาพแบบดิจิตอลความละเอียด 2.36 ล้าน ดอท OLED ที่ยอดเยี่ยมสามารถทำให้มองเห็นภาพได้แบบเรียลไทม์ พร้อมครอบคลุมการมองได้ถึง 100% ทำให้สามารถควบคุมกระบวนการถ่ายภาพได้ทั้งหมดด้วยการดูภาพที่ต้องการควบคุมค่าแสง ณ ขณะนั้น รวมทั้งการตั้งค่าอื่นๆ ซึ่งจะช่วยทำให้คอนเซ็ปการเรียนรู้การถ่ายภาพง่ายมากขึ้น และยังช่วยให้ผู้ถ่ายภาพสามารถสร้างสรรค์ภาพในแบบใหม่ๆ ได้อีกด้วย

DSC00419

พร้อมกันนี้ ชิ้นแก้วพิเศษ (advanced aspherical optics) ในช่องมอง จะช่วยให้ไม่เกิดการบิดเบี้ยวของภาพที่เห็นด้วยกำลังขยายถึง 1.23 เท่า พร้อมช่องมองกระจกขนาด 19.2 มม. ที่สบายตา ส่วน S-OVF ซึ่งเป็นการตั้งค่าช่องมองภาพ ’จำลอง’ แสงแบบพิเศษจะช่วยเลียนแบบการมองเห็นประหนึ่งใช้กล้อง SLR แบบดั้งเดิม การใช้เทคโนโลยี HDR เพื่อเสริมช่วงการรับแสง Live View ช่วยมอบประสบการณ์การมองเห็นที่สมจริง ทั้งนี้ S-OVF Live View ยังช่วยปรับการมองเห็นให้ดียิ่งขึ้นเมื่อถ่ายย้อนแสง และยังมอบองค์ประกอบของการสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ๆ อย่างเป็นธรรมชาติสำหรับกล้อง SLR

สำหรับการบันทึกวีดีโอแบบ Full HD นั้นได้รวมเทคโนโลยี ‘OM-D Movie’ ของโอลิมปัสซึ่งเคยมีในกล้องรุ่น E-M5 Mark II สู่กล้องระดับเริ่มต้น โดย OM-D Movie ได้รวมกลไกการทำงานขั้นสูงและระบบป้องกันภาพสั่นแบบ 5 แกน ไว้ด้วยกันเพื่อช่วยให้จับภาพได้ง่ายอย่างไร้กังวล ซึ่งการสั่นไหวในการถ่ายวีดีโอด้วยมือเปล่า นอกจากนั้นยังมีโหมด “CLIPS” พิเศษ ที่จะทำให้คุณสามารถสร้างหนังสั้นคุณภาพสูงได้ในเวลาจำกัด พร้อมกลุ่มวีดีโอที่วางแผนไว้ล่วงหน้าซึ่งสามารถนำไปใช้รวมกับกล้องได้อย่างสะดวก

กล้อง E-M10 Mark II ออกแบบมาเพื่อให้เชื่อมต่อกับโลกโซเซียลได้เป็นอย่างดี พร้อมการรวมกับสมาร์ทโฟนขั้นล่าสุด และด้วยแอพพลิเคชั่น OI.Share ของโอลิมปัส (สำหรับ iOS และ Android) คุณสามารถส่งรูปภาพและวีดีโอแบบไร้สายจากกล้องสู่มือถือ และโพสลงกลุ่มสังคมออนไลน์ได้ทันที โดย OI.Share เพิ่มความสามารถในการแนบ geotags และการควบคุมกล้องจากระยะไกล (ด้วย Remote Live View)

นับได้ว่า OM-D E-M10 Mark II รุ่นใหม่นี้ ได้สร้างมาตรฐานใหม่สำหรับกล้องในระดับแรกเริ่มของกลุ่มกล้องเปลี่ยนเลนส์ได้เลยทีเดียว

image026

กริ๊ป ECG-3 (ราคา: 2,490 บาท)

กริ๊ปซึ่งถอดออกได้ชิ้นนี้ทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อกล้องรุ่น E-M10 Mark II ที่จะช่วยในการถือกล้องให้กระชับ และเพียงการกดครั้งเดียวที่ฐานกล้องก็สามารถเปิดฝาถอดเปลี่ยนแบตเตอร์รี่และ Memory Cardได้อย่างง่ายดาย

image028 image030

สายสะพายกล้องหนังแท้ CSS-S119L (ราคา: 2,790 บาท)

สายสะพายกล้องหนังแท้มอบความหรูหรา ตัวสายสามารถกันน้ำได้ดี ความกว้างของสายที่มีขนาดกำลังดี ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและคล่องตัวขณะคล้องคอ (จากในภาพ) ห่วงบนสายสะพายสามารถร้อยใส่พวงเครื่องประดับตกแต่งให้ดูเก๋หรือใช้คล้องเกี่ยวอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ได้ด้วย

DSC00517

1. ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ 5 แกน รุ่นล่าสุดที่ประกอบมาในตัวกล้อง

เดิมทีคุณภาพของภาพถ่ายเกิดขึ้นได้จาก 3 ปัจจัยหลักคือ เลนส์ที่มีคุณภาพ เซ็นเซอร์ภาพ และการประมวลผลภาพในกล้อง โดยโอลิมปัสเชื่อว่าในความเป็นจริง ผู้ที่ถ่ายภาพนั้นมักจะถือกล้องถ่ายเอง ฉะนั้นความเสถียร (IS) ของภาพจึงเป็นฟังก์ชั่นคุณภาพลำดับที่ 4 ที่เพิ่มขึ้นมา องค์ประกอบของกล้องจึงเป็นพื้นฐานของศักยภาพในการทำงานทั้งหมดเพื่อให้เกิดภาพของระบบกล้อง

เพื่อมอบระบบ IS ที่มีประสิทธิภาพที่จะตอบโจทย์การสั่นไหวของตัวกล้องสำหรับกล้องรุ่น E-M10 Mark II โอลิมปัสจึงใส่ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ 5 แกน หรือ 5-axis VCM image stabiliser ในกล้องระดับเริ่มต้นของซีรีส์ OM-D เป็นครั้งแรก ซึ่งทำให้สามารถชดเชยกันสั่นได้มากถึง 4 EV Step (4 steps of shutter speed* ) อันทรงประสิทธิภาพได้อีกด้วย

DSC00506

นอกจากการป้องกันภาพสั่นไหวแบบ 2 แกน ที่แก้ไขการหันเหและเอียงในกล้อง SLR ส่วนใหญ่ ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ 5 แกน ของโอลิมปัสยังช่วยชดเชยการเคลื่อนไหวของแกน yaw และ pitch ที่พบบ่อยในการถ่ายภาพเวลากลางคืนที่ใช้มือถือกล้องและใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ และการเคลื่อนไหวของกล้องที่เปลี่ยนไปในแนวนอนและแนวตั้งในการถ่ายภาพมาโครด้วยมือ

ส่วน OM-D Movie นั้นหมายถึงความเสถียรของภาพในระดับที่ใช้ถ่ายภาพยนตร์เลยทีเดียว นับเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในโมเดลกล้อง E-M5 Mark II ระบบรักษาเสถียรภาพของวิดีโอที่ก้าวล้ำ ผนวกกับระบบ IS แบบ 5 แกนพร้อมกับดิจิตอล IS ที่ทันสมัย ช่วยไม่ให้กล้องสั่นไหวจากการเคลื่อนที่ หรือการถือจับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้ได้ภาพ footage ของวิดีโอที่ลื่นไหลและคงความเสถียรอย่างที่สุด โดยมีประสิทธิภาพสามารถบันทึกภาพวิดีโอคุณภาพสูงลดการสั่นไหวได้แม้จะถือกล้องด้วยมือเดียว

2. การทำงานแบบไฮ-สปีด ที่จะช่วยให้คุณไม่พลาดการบันทึกเหตุการณ์สำคัญ

กล้อง E-M10 Mark II มาพร้อมกับชัตเตอร์โฟกัสอัตโนมัติระบบสัมผัส (Touch AF Shutter) และโฟกัสอัตโนมัติที่ทำงานอย่างรวดเร็ว (FAST-AF) เพื่อความสามารถในการแตะและกดถ่ายได้ทันที ส่วนระยะเวลาระหว่างถ่ายภาพถัดไป (Shooting time-lag) และการทำงานอย่างรวดเร็ว ซึ่งจัดว่าดีที่สุดในกลุ่มกล้องชนิดนี้ ยังช่วยทำให้ผู้ถ่ายมั่นใจได้ว่าสามารถเก็บภาพได้ในเสี้ยววินาที นอกจากนั้นความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องซึ่งเร็วถึง 8.5 เฟรมต่อวินาที ก็เป็นการพัฒนาที่สำคัญที่เพิ่มขึ้นมากจากโมเดล OM-D E-M10 รุ่นแรก

DSC00524

3. ช่องมองภาพ (viewfinder) แบบอิเลคโทรนิคขนาดใหญ่

ช่องมองภาพ OLED electronic viewfinder (EVF) ความละเอียด 2.36 ล้าน ดอท ทำให้สามารถเห็นภาพที่ต้องการถ่ายได้ถนัดตาแม้ว่าจะอยู่กลางแดดจ้า ซึ่งมีคุณสมบัติการมองเห็นเต็ม 100% ของภาพที่จะถ่าย เป็นสเปคที่เหนือกว่าช่องมองวิวไฟเดอร์ที่มีในกล้องระดับ SLR ส่วนใหญ่ ช่องมองภาพล่าสุดให้อัตราขยายถึง 1.23 เท่า (เทียบเท่ากล้อง 35 มม.: 0.62 เท่า) โดยมีจุดสายตาที่ 19.2 มม. ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ดีขึ้นกว่ากล้อง E-M10 รุ่นแรกมาก

ด้วยช่องมองภาพ (OVF) ในกล้อง SLR ทำให้วัตถุที่มีแสงน้อยนั้นยากต่อการมองเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้กับเลนส์ที่ไม่ไวแสง แต่ช่องมองภาพแบบอิเลคโทรนิคของกล้อง E-M10 Mark II กลับจะช่วยให้เห็นภาพของวัตถุหรือฉากที่มีแสงน้อยด้วยการเพิ่มความสว่างในการมองเห็นอย่างเหมาะสมเพื่อให้ดูรายละเอียดของสิ่งที่จะถ่ายได้ง่าย และด้วยการตั้งค่า Live Preview ให้เปิดอยู่เสมอ ช่วยให้ EVF สร้างประสบการณ์การถ่ายภาพแบบเห็นภาพเต็ม 100% ขณะพรีวิว (WYSIWYG) มอบความรู้สึกว่าคุณเป็นผู้ควบคุมการถ่ายเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดรับแสงสมดุลความขาว และการตั้งค่าที่สร้างสรรค์อื่นๆ

กล้อง E-M10 Mark II เป็นกล้อง OM-D รุ่นแรกที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่น AF Targeting Pad ขณะที่คุณกวาดตามองภาพในวิวไฟน์เดอร์ ก็สามารถใช้นิ้วโป้งเลื่อนบนจอสัมผัสด้านหลังเพื่อเลือกจุดโฟกัสได้โดยง่าย เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการใช้งานและควบคุมการโฟกัสอัตโนมัติ

DSC00542

4. ฟังก์ชั่นการถ่ายภาพแบบครีเอทีฟต่างๆ

กล้อง E-M10 Mark II มาพร้อมกับคุณลักษณะสุดครีเอทีฟที่หลากหลาย:

I) Art Filters 14 รูปแบบ (พร้อม Art Effect หลายหลายแบบ)

ฟิลเตอร์ดิจิตัลที่สามารถเรียกดูได้ก่อน ช่วยเสริมความแปลกใหม่ให้แก่ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ

• ป๊อป อาร์ท (Pop Art)
• ซอฟ์ทโฟกัส (Soft Focus)
• สีซีดและสีอ่อน (Pale & Light colour)
• โทนสว่าง (Light Tone)
• ฟิล์มภาพยนต์โบราณ (Grainy Film)
• กล้องรูเข็ม (Pin Hole)
• ภาพ 3 มิติ (Diorama)
• ภาพแบบครอส โพรเซส (Cross Process)
• ซีเปียแนวอ่อนโยน (Gentle Sepia)
• ภาพโทนสีเด่นเพิ่มอารมณ์ (Dramatic Tone)
• ภาพคีย์ไลน์ (Key Line)
• ภาพสีน้ำ (Watercolour)
• ภาพวินเทจ (Vintage)
• ภาพที่ให้สีส่วนหนึ่ง (Partial colour)

II) Photo Story 5 รูปแบบ

รวมหลายๆ ภาพเป็นแผ่นเดียวกันโดยใช้แบบที่มีให้

III) Live Bulb และ Live Time

การตั้งค่าแสงที่ทันสมัยทำให้เห็นถึงพัฒนาการที่ต่อเนื่องของภาพบนจอ LCD ด้านหลังขณะตั้งค่า มีประโยชน์มากกับการถ่ายภาพเวลากลางคืน

IV) Live Composite

เป็นโหมดเปิดค่าแสงเพื่อให้ถ่ายอย่างช้าๆสุดทันสมัย โดย Live Composite จะรวมการรับหลายๆภาพไว้เป็นภาพเดียวโดยจะป้องกันการเกิดแสงมากในส่วนที่สว่างกว่าในรูปอย่างอัตโนมัติ โหมดถ่ายพิเศษนี้จะเกิดการจับภาพที่แต้มด้วยแสงอย่างสดใสสวยงาม (แม้อยู่ในสภาวะที่สว่าง) ทำให้การถ่ายภาพเส้นทางของแสงดาวเป็นไปได้ง่าย และยังช่วยประกันความงามของการถ่ายพลุที่จะงามเด่นอยู่บนฉากผืนพรมอันมืดมิดของท้องฟ้ายามราตรี

DSC00516 DSC00517

มีให้เลือก 2 สี คือสีเงิน และสีดำ

DSC00518 DSC00519

แม้ตัวเครื่องจะมีขนาดเล็ก แต่ปุ่มควบคุมไม่ได้เล็กตามไปด้วย ทำให้สะดวกต่อการควบคุม แตกต่างจากกล้องรุ่นเล็กทั่วไป

DSC00521 DSC00523 DSC00524

ช่องมองภาพความละเอียดสูง และมีขนาดใหญ่

DSC00525 DSC00527 DSC00528 DSC00532

เพียงหมุนปุ่มเปิดขึ้นไปให้สุด ไฟแฟลชก็จะป๊อปอัพขึ้นมา

DSC00529 DSC00530

ช่องมองภาพด้านหลัง สามารถปรับองศาการมองได้ สะดวกต่อการถ่ายภาพมุมต่ำ หรือมุมสูง

DSC00538 DSC00539

แม้จะเป็นกล้องเล็ก แต่ก็มีเลนส์ให้ใช้ครบทุกช่วง

DSC00542

น้ำหนักเบา และมีขนาดเล็ก พกพาง่ายมาก

DSC00536