แคนนอน เปิดตัวเลนส์น้ำหนักเบา ใหม่ 3 รุ่น สำหรับนักเล่นมือสมัครเล่น ถึงระดับโปร

Home / Camera / แคนนอน เปิดตัวเลนส์น้ำหนักเบา ใหม่ 3 รุ่น สำหรับนักเล่นมือสมัครเล่น ถึงระดับโปร

แคนนอน ผู้นำเทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพดิจิตอลระดับโลก เปิดตัวเลนส์ใหม่ 3 รุ่นล่าสุด ตอบโจทย์โดนใจทุกความต้องการเพื่อช่างภาพมือโปรและนักถ่ายภาพมือสมัครเล่น ได้แก่ เลนส์ DO ซุปเปอร์เทเลโฟโต้พัฒนาใหม่รุ่นที่ 3 EF400mm f/4 DO IS II USM, เลนส์แพนเค้กมุมกว้างน้ำหนักเบา EF-S24mm f/2.8 STM และ เลนส์ซูมมาตรฐาน EF24-105mm f/3.5-5.6 IS STM

1

“เลนส์ใหม่ทั้ง 3 รุ่นนี้ได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงไปของนักถ่ายภาพในปัจจุบัน โดยเลนส์ EF400mm f/4 DO IS II USM เหมาะสำหรับช่างภาพมืออาชีพที่ต้องการเลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้ซูมภาพระยะไกลที่มีน้ำหนักเบาพกพาสะดวก ขณะที่เลนส์ EF-S24mm f/2.8 STM และเลนส์ EF24-105mm f/3.5-5.6 IS STM เป็นเลนส์อเนกประสงค์น้ำหนักเบาที่มีคุณสมบัติการใช้งานรอบด้านสำหรับนักถ่ายภาพมือสมัครเล่น” นายวรินทร์ ตันติพงศ์พาณิช ผู้อำนวยการอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ส่วนงานคอนซูเมอร์อิมเมจจิ้ง แอนด์ อินฟอร์เมชั่น บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าว

EF400mm f/4 DO IS II USM   “เลนส์ซูมน้ำหนักเบาคุณภาพเหนือชั้น”

EF400mm f4 DO IS II USM_s

EF4000mm f/4 DO IS II USM เป็นเลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้สำหรับผู้ใช้มืออาชีพที่พัฒนาต่อยอดมาจากเลนส์รุ่นพี่อย่าง EF400mm f/4 DO IS USM เหมาะสำหรับการถ่ายภาพกีฬาและสัตว์ป่า ที่เหนือชั้นด้วยพลังซูมระยะไกลแต่มีน้ำหนักเบาสะดวกพกพาไปได้ทุกที่

ด้วยการคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีชิ้นเลนส์พิเศษที่เรียกว่า Diffractive Optics (DO) ทำให้เลนส์ของแคนนอนสามารถลดความคลาดเคลื่อนสีของภาพได้ดี และยังช่วยให้กระบอกเลนส์มีน้ำหนักเบาและขนาดกะทัดรัด ในขณะที่เลนส์เทเลโฟโต้ทั่วไปจะออกแบบให้มีช่องว่างเล็กๆ ระหว่างชิ้นเลนส์เพื่อลดความคลาดเคลื่อนสี แต่เลนส์ EF400mm f/4 DO IS II USM จากแคนนอนประกอบขึ้นจากชิ้นเลนส์พิเศษแบบ DO ที่มีลักษณะเป็นวงซ้อนกันหลายชั้นจนไม่มีช่องว่างระหว่างชิ้นเลนส์ ซึ่งจะช่วยลดการกระจายของแสงได้ดีโดยเฉพาะแสงที่มีความเข้มสูง ประกอบเข้าด้วยกันกับชิ้นเลนส์ แบบ Aspherical ขนาดใหญ่และชิ้นเลนส์แบบ UD อย่างละ 1 ชิ้น

ระบบป้องกันภาพสั่นไหวพัฒนาใหม่

เลนส์ EF400mm f/4 DO IS II USM มาพร้อมกับระบบป้องกันภาพสั่นไหวปรับปรุงใหม่ที่ช่วยให้การทำงานในโหมดต่างๆ มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดย IS Mode 1 ออกแบบมาสำหรับการถ่ายวัตถุไม่เคลื่อนไหว โดยจะได้ภาพที่ชัดเจนและคมชัดเทียบเท่ากับการถ่ายภาพความเร็วชัตเตอร์ 4 สต็อป

IS Mode 2 เหมาะสมสำหรับการถ่ายภาพแอ็คชั่นที่ต้องแพนกล้องอยู่ตลอดเวลา อาทิ การถ่ายภาพการแข่งขันกรีฑา ว่ายน้ำ ซึ่งจะช่วยลดความผิดพลาดของภาพที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการแพนกล้องหรือการเปลี่ยนมุมมองกระทันหัน

ส่วน IS Mode 3 ออกแบบสำหรับการถ่ายภาพวัตถุที่มีการเคลื่อนไหวในทิศทางที่ยากต่อการคาดเดา เช่น นักฟุตบอล เมื่ออยู่ในโหมดนี้ ระบบป้องกันภาพสั่นไหวจะไม่ทำงานหากผู้ใช้กดปุ่มชัตเตอร์ค้างไว้ครึ่งหนึ่ง ซึ่งจะช่วยตัดการเคลื่อนไหวในช่องมองภาพ  ทำให้ช่างภาพสามารถติดตามวัตถุเคลื่อนไหวเร็วได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ไดอะแฟรมรับแสงแบบ 9 ใบที่เรียงตัวเป็นรูปวงกลม ยังช่วยให้ได้ภาพโบเก้ที่มีฉากหลังเบลอสวยงามนุ่มนวลเป็นธรรมชาติ

โฟกัสคมชัดรวดเร็วฉับไว

เลนส์รุ่นใหม่นี้มาพร้อมวงแหวน Playback Ring ที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถใช้ตั้งค่าโฟกัสล่วงหน้าได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะอยู่ในโหมด Auto Focus, Power Focus และ Manual Focus ผู้ใช้ก็สามารถกำหนดทางยาวโฟกัสได้ตามต้องการ และสามารถย้อนกลับไปใช้ค่าต่างๆ ที่เคยตั้งไว้ได้ง่ายๆ เพียงแค่หมุนวงแหวน

เมื่อต้องการถ่ายวิดีโอ โหมด Power Focus จะช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมความเร็วในการเปลี่ยนความยาวโฟกัสได้ดียิ่งขึ้น โดยสามารถเปลี่ยนสลับ 2 ตำแหน่งได้ง่ายๆ เพียงแค่หมุน Playback Ring และด้วยการประสานงานระหว่างหน่วยประมวลผลความเร็วสูง AF อัลกอริทึมส์ปรับปรุงใหม่ ระบบโฟกัสภายใน และมอเตอร์โฟกัสแบบ Ring-type USM เลนส์ EF400mm f/4 DO IS II USM จึงมีความคล่องตัวสูงในการปรับความเร็วออโต้โฟกัส และติดตามวัตถุต่อเนื่องได้ไม่มีพลาด

นอกจากนี้ แคนนอนยังพัฒนาให้เลนส์รุ่นใหม่นี้มีทางยาวโฟกัสขั้นต่ำสั้นลงจาก 3.5 ม. ในเลนส์รุ่นก่อน เป็น 3.3 ม. และปรับปรุงให้มีอัตราขยายสูงสุดเพิ่มขึ้นจาก 0.12x เป็น 0.13x

ป้องกันเหนือชั้นด้วยเคลือบผิวพิเศษ

เลนส์ EF400mm f/4 DO IS II USM มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมสูง เคลือบสารฟลูออรีนทั้งชิ้นเลนส์ด้านหน้าและชิ้นด้านหลัง ช่วยป้องกันฝุ่นผงและน้ำมัน ทำความสะอาดง่าย ส่วนปุ่มบังคับและวงแหวนควบคุมการทำงานทั้งหมดผลิตขึ้นให้มีโครงสร้างป้องกันฝุ่นและของเหลวไม่ให้หลุดเข้าไปภายในกระบอกเลนส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

EF-S24mm f/2.8 STM “สะดวกพกพาให้ภาพสวยดังใจ”

EF-S24mm f2.8 STM_s

เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ในการถ่ายภาพให้แก่ผู้ใช้ระดับ entry-level นอกเหนือจากการใช้งานเลนส์คิทมาตรฐานทั่วไป แคนนอนจึงพัฒนาเลนส์ EF-S24mm f/2.8 STM รุ่นใหม่ขึ้นเพื่อตอบโจทย์นี้ โดยเป็นเลนส์ที่มีน้ำหนักเบาและบางที่สุดในบรรดาเลนส์ตระกูล EF-S ทั้งหมดที่ใช้สำหรับกล้องเซ็นเซอร์ขนาด APS-C

เลนส์แพนเค้ก EF-S24mm f/2.8 STM ถือว่ามีขนาดเล็กกว่าเลนส์คิททั่วไปค่อนข้างมาก เพราะหนาเพียง 22.8 มม. (ประมาณ 1 ใน 3 ของเลนส์คิท) และหนัก 125 กรัมเท่านั้น (หรือหนักเท่ากับสมาร์ทโฟน 1 เครื่อง) เมื่อติดเข้ากับตัวกล้องจึงทำให้น้ำหนักโดยรวมเบาลงและมีขนาดไม่ใหญ่เทอะทะ ช่วยเพิ่มความสะดวกในการพกพาให้กับผู้ใช้และนักเดินทางที่ชื่นชอบกล้อง DSLR ได้เป็นอย่างดี

ด้วยขนาดทางยาวโฟกัส 24 มม. (เทียบเท่ากล้อง 35มม.) ทำให้เลนส์ EF-S24mm f/2.8 STM ให้ภาพมุมกว้างอย่างเป็นธรรมชาติ ใช้งานได้หลากหลายเหมาะสำหรับการถ่ายภาพในสถานการณ์ทั่วไปในชีวิตประจำวัน อาทิ สัตว์เลี้ยง อาหาร เพื่อนๆ และภาพวิวทั่วไป ถึงแม้ว่าเลนส์รุ่นนี้จะเป็นที่มีความยาวโฟกัสเดียวแบบที่นักถ่ายภาพมือใหม่อาจไม่ค่อยคุ้นเคยนัก แต่มีข้อดีในแง่ที่ว่าจะช่วยให้ผู้ใช้ได้สนุกกับทดลองถ่ายภาพในมุมมองใหม่ๆ ได้หลากหลาย นอกจากนี้ ทางยาวโฟกัสต่ำสุดที่ระดับ 0.16ม. และอัตราขยายสูงสุดที่0.27x ยังทำให้เลนส์ตัวนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับถ่ายภาพอาหารและจับภาพที่มีรายละเอียดปลีกย่อยได้ดี

แน่นอนว่าเทคนิคการถ่ายโบเก้ให้สวยงามเป็นธรรมชาติยังเป็นสิ่งที่สมาร์ทโฟนในท้องตลาดปัจจุบันไม่อาจทำได้ เลนส์ EF-S24mm f/.28 STM ที่มีรูรับแสงกว้าง f/2.8 ช่วยให้การละลายฉากหลังให้เบลอสร้างความโดดเด่นให้ภาพทำได้สวยงาม ขณะเดียวกันก็มั่นใจได้ว่าจะได้ภาพถ่ายคุณภาพสูงเพราะประกอบขึ้นจากชิ้นเลนส์พิเศษแบบ GMo (glass-molded) Aspherical

ด้วยเทคโนโลยี Stepping Motor (STM) จากแคนนอน เลนส์ EF-S24mm f/2.8 STM จึงโฟกัสได้เงียบและนิ่ง เหมาะสำหรับถ่ายวิดีโอเพราะปราศจากเสียงรบกวน

EF24-105mm f/3.5-5.6 IS STM

EF24-105mm f3.5-5.6 IS STM_s

เลนส์ EF24-105mm f/3.5–5.6 IS STM ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่อยากหันมาลองเล่นกล้องฟูลเฟรมเป็นครั้งแรกด้วยประสิทธิภาพการใช้งานที่หลากหลายและระดับราคาที่ย่อมเยา  มีทางยาวโฟกัสที่เหมาะสำหรับถ่ายภาพมุมกว้างตั้งแต่ 24 มม. ไปจนถึงซูมระยะไกลระดับ 105 มม. จึงตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้ทั่วไปได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพพอร์ตเทรต ภาพวิว หรือภาพซูมวัตถุระยะไกล

ตัวเลนส์ประกอบขึ้นจากเลนส์ GMo (glass-molded) Aspherical 2 ชิ้น จึงมั่นใจเรื่องคุณภาพได้ในทุกระยะการซูม ขณะเดียวกันชิ้นเลนส์แบบ UD ที่เสริมเข้ามายังช่วยแก้ปัญหาจากความคลาดเคลื่อนของสีได้เป็นอย่างดี ช่วยให้ภาพได้สีแม่นยำตรงกับความเป็นจริง นอกจากนี้ยังมีไดอะแฟรมรับแสงแบบ 7 ใบที่เรียงตัวเป็นรูปวงกลมร่วมกับระบบป้องกันภาพสั่นไหว ช่วยให้การถ่ายภาพละลายฉากหลังในยามค่ำคืนมีความสวยงามเป็นธรรมชาติ เลนส์ตัวนี้ยังใช้ถ่ายภาพมาโครได้ดีเพราะมีทางยาวโฟกัสต่ำสุด 0.40ม. และมีอัตราขยายสูงสุด 0.30x ในทุกระยะการซูม

ระบบป้องกันภาพสั่นไหวในเลนส์ EF24-105mm f/3.5-5.6 IS STM ช่วยให้ได้ภาพคมชัด เทียบเท่าความเร็วชัตเตอร์ 4 สต็อป และยังมีระบบการทำงานอัจฉริยะสามารถตรวจจับทิศทางการเคลื่อนไหวของกล้อง เพื่อเลือกใช้ IS Mode ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ถ่ายภาพนั้นๆ โดยอัตโนมัติอีกด้วย

เลนส์รุ่นนี้ยังเป็นเลนส์ตระกูล EF ตัวแรก ที่ติดตั้งมอเตอร์โฟกัสแบบ Lead-screw stepping motor (STM) และมีกลไกปรับโฟกัสแบบ Full-time manual focus ทำให้แม้จะอยู่ในโหมดออโต้โฟกัสก็สามารถปรับโฟกัสแบบแมนนวลได้ตามต้องการ โดยมอเตอร์ STM นี้ไม่เพียงช่วยให้การออโต้โฟกัสทำงานได้รวดเร็วและราบรื่น แต่ยังโฟกัสได้เงียบมากจึงเหมาะสำหรับการถ่ายวิดีโอ โดยเฉพาะเมื่อใช้กับกล้องที่มีฟังก์ชั่น Movie Servo AF

Untitled-1