ค้นหา เวบทั่วโลก Mthai

Technology

Cool Tech!
Mthai Content
Mthai Service
More

 

กล้องเอสแอลอาร์แข่งเดือด

กล้องเอสแอลอาร์แข่งเดือด  digital , SLR , canon , nikon ,

 ตลาดกล้องเอสแอลอาร์แข่งกันเดือด หลังแนวโน้มตลาดโตกว่า 50% ราคาลด-ผู้เล่นส่งไลน์อัพหลากหลายเข้ากระตุ้น "แคนนอน-นิคอน" รุกตลาดเต็มสตรีมเปิดเกมเดิมพันขึ้นบัลลังก์แชมป์อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ด้านโอลิมปัสขอเป็นตาอยู่กวาดมาร์เก็ตแชร์ส่วนที่เหลือ

กล้อง ดิจิทัลยังคงเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าที่มีอัตราการขยายตัวที่ดีต่อเนื่อง โดยปีนี้ประเมินกันว่าจะโตกว่า 10-15% หรือประมาณ 9.2 แสนยูนิต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกล้องคอมแพ็กต์ โดยผู้เล่นในกลุ่มหลักๆ ยังคงเป็นโซนี่ แคนนอน ฟูจิ พานาโซนิค และซัมซุง เป็นต้น ซึ่งเป็น กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่สำหรับกล้องซิงเกิลเลนส์ หรือที่เรียกว่า เอสแอลอาร์ ที่แม้ว่าปัจจุบันจะมีสัดส่วน อยู่เพียงประมาณ 40,000 ยูนิต แต่กลับเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดกว่า 50%

นาย จรัสพงศ์ เจรจรัสสกุล ผู้จัดการฝ่าย-ผลิตภัณฑ์ถ่ายภาพ บริษัท เจ๊บเซ่น แอนด์ เจ๊สเซ่น มาร์เก็ตติ้ง (ที) จำกัด ตัวแทนจำหน่ายกล้องดิจิทัลภายใต้แบรนด์โอลิมปัส ซัมซุง และคาสิโอ กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ " ว่า ปัจจุบันแนวโน้มของกล้องเอสแอลอาร์จะมีการขยายตัวได้ดีกว่ากล้องคอมแพ็ก ต์ที่เป็นฐานใหญ่ของตลาด เนื่องจากกระแสความต้องการของลูกค้าเริ่มเปลี่ยนมาสู่กล้องที่มีฟังก์ชัน สูงและหลากหลายมากขึ้น ขณะที่ราคาเฉลี่ยของตลาดก็มีการปรับลดลงต่อเนื่อง

ประกอบ กับมีซัพพลายเออร์เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายรายขยายไลน์สินค้าเข้ามามากขึ้น จากเดิมตลาดมีเพียงแบรนด์หลักแคนนอน และนิคอนที่เป็นเจ้าตลาดขับเคี่ยวกันอยู่ ซึ่งปัจจัยบวกเหล่านี้ล้วนช่วยสร้างสีสันกระตุ้นตลาดได้เป็นอย่างดี

"เดิม ราคากล้องเอสแอลอาร์มีราคาค่อนข้างสูง ทำให้ทาร์เก็ตเป็นกลุ่มเฉพาะและแคบอยู่ในวงที่เป็นมืออาชีพหรือคนที่เล่น กล้องเท่านั้น แต่ตอนนี้ราคาลดลงมากแล้ว ส่วนกล้องคอมแพ็กต์โตเต็มที่น่าจะ 10-15% เท่านั้น เพราะโดนผลกระทบหลักจากตลาดกล้องมือถือที่พัฒนาฟังก์ชันความคมชัด การถ่ายภาพได้สูงขึ้นเรื่อยๆ เข้ามากินส่วนแบ่งตลาดตรงนี้ไป"

นาย จรัสพงศ์ยังกล่าวด้วยว่า ปัจจุบันตลาด เอสแอลอาร์แบรนด์แคนนอนและนิคอนยังขับเคี่ยวกัน แย่งกันสลับขึ้นลงเป็นเบอร์ 1 ในตลาด ทั้งในตลาดระดับโลกและตลาดเมืองไทย เมื่อรวมมาร์เก็ตแชร์ของ 2 แบรนด์ในตลาดนี้แล้วกินสัดส่วนไปกว่า 90% และส่วนของบริษัทมีแบรนด์ โอลิมปัสที่มีจุดขายและได้รับการยอมรับว่ามี ความชำนาญทั้งในกล้องคอมแพ็กต์ และกล้อง เอสแอลอาร์ที่จะเข้าไปแย่งส่วนแบ่งตลาด โดยตั้งเป้ายอดขายในเซ็กเมนต์นี้ 15% โดยขณะนี้บริษัทได้เพิ่งวางสินค้าเข้าตลาดไปแล้ว 8 รุ่น เมื่อรวมกับที่วางในตลาดมาก่อนหน้านี้แล้วจะครบไลน์ 14 รุ่นครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า

เช่นเดียวกับผู้ประกอบการ รายอื่นๆ ที่ต่างไลน์-เพิ่มสินค้าเข้ามาในกล้องเอสแอลอาร์มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยแบรนด์ที่วางขายกล้องเอสแอลอาร์ในตอนนี้ อาทิ แคนนอน นิคอน โอลิมปัส แพนเท็กซ์ (pantax) โซนี่ ซัมซุง และพานาโซนิค เป็นต้น

ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า ในช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทั้งแคนนอนและนิคอนต่างโหมรุกตลาดอย่างหนัก โดยได้จัดแคมเปญ Nikon Day 2007 และ Canon Day 2007 ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน โดยนิคอนชูจุดขายความเป็นโปรเฟสชั่นนอลเจาะกลุ่มมืออาชีพที่นำเอากล้องรุ่น ใหม่ล่าสุดที่เปิดตลาดไปแล้วทั่วโลกมาโชว์ ตอกย้ำความเป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างแท้จริง

ขณะที่แคนนอนยังคงเดิน ตามแผนด้วยนโยบายการขึ้นสู่ผู้นำตลาดกล้องดิจิทัลรวมอย่างแท้จริงภายในปีนี้ แม้ว่ากล้องเอสแอลอาร์จะเบียดอันดับ 1 สลับขึ้น-ลงกับนิคอน แต่ในส่วนกล้องคอมแพ็กต์นั้นยังเป็นผู้ตามโซนี่ที่ยังครองตำแหน่งแชมป์อยู่

ทั้งนี้ สัดส่วนมาร์เก็ตแชร์กล้องดิจิทัลโดยรวม แบ่งเป็นโซนี่มีส่วนแบ่งตลาด 27% แคนนอน 12% ซัมซุง 11% ฟูจิ 10% และอื่นๆ อีก 40%

ที่มาจากหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ


mormmam
2007-03-26 10:22:32
ตอบกระทู้นี้ครับ ( สิทธิ : คอมเมนต์ เฉพาะสมาชิก )
ชื่อ
รายละเอียด
รูปภาพ รูปโพสได้เฉพาะสมาชิก

/1

เรียงความคิดเห็น

/1