Nikon D300 เอสแอลอาร์ในฝัน
ต้นเดือนธันวาคมนี้ นิคอน (Nikon) มีกำหนดวางตลาดกล้องใหม่หลายรุ่น โดยเฉพาะกล้องสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยว (D-SLR) ถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ ที่นักถ่ายภาพทั่วโลกให้ความสนใจ จะออกวางจำหน่าย
D3 สำหรับมืออาชีพ และ D300 ที่เหมาะกับตากล้องสมัครเล่นที่กำลังเทิร์นโปร
เทคโนโลยี และประสิทธิภาพของ D3 นั้น เคยนำเสนอมาแล้ว ทีนี้ก็ถึงตาของ D300
เว็บไซต์ของ บ.นิคส์ไทยแลนด์ ประกาศคุณสมบัติและสเปกไว้ยาวเหยียด มีของแปลกใหม่ให้ตื่นตาตื่นใจอยู่หลายอย่าง เอาเป็นว่าก่อนจะหยิบเอาจุดเด่นที่สุดมากล่าว ขอดึงเอาข้อมูลรวบยอดของ D300 มาบอก สั้น ๆ ว่า เป็นกล้องที่มีคุณสมบัติ คล้ายรุ่น D200 ที่วางจำหน่ายมาแล้วพักใหญ่ ในด้านคุณภาพจะมีส่วนละม้าย D3 แต่ตามชื่อชั้นก็ยังเป็นรอง
กล้องมีระดับความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เทคโนโลยีที่บรรจุภายใน เป็นเซ็นเซอร์รับภาพ CMOS ขนาด DX Format และระบบประมวลผลภาพรุ่นใหม่ EXPEED ที่ทำงานได้รวดเร็ว และเที่ยงตรง พร้อมระบบโฟกัสอัตโนมัติ 51 จุด หาโฟกัสได้รวดเร็วและแม่นยำ ระบบ Scene Recognition System ช่วยหาโฟกัส, วัดแสงและ White Balance ได้อย่างแม่นยำ
จุดเด่นมาก ๆ อยู่ตรงระบบ D-Lighting ซึ่ง เป็นซอฟต์แวร์ แก้ไขชดเชยแสงให้กับภาพที่ถ่ายแล้ว สามารถเพิ่มความสว่างให้กับส่วนมืด โดยบริเวณที่สว่างไม่เว่อร์ หรือตัดภาพในขนาดที่ต้องการได้ในตัวกล้องขณะเดียวกัน และมี Active D-Lighting เพื่อชดเชยแสงก่อนถ่ายได้ถึง 4 ระดับ
เวลาจำเป็นต้องถ่ายภาพในสภาพแสงเข้าด้านหลัง ด้านหน้ามืดสามารถปรับแก้ไขให้วัตถุชัดขึ้นโดยง่าย แต่ส่วนที่เป็นแสงสว่างไม่เปลี่ยนแปลง
อันนี้ตัวแทนจำหน่ายยืนยันว่า มีเฉพาะนิคอนเจ้าเดียวในขณะนี้ รวมถึงการชดเชยแสงทั้งภาพ ด้วยฟังก์ชัน E/V ให้ปรับถึง 5 ระดับ เทียบกับทั่วไปอยู่แถว ๆ ระดับ 3
จอมอนิเตอร์ด้านหลัง ขนาดใหญ่ 3 นิ้ว ความละเอียดสูง 920,000 จุด มองภาพได้ชัดจากรอบด้านทุกมุมมอง ตอบสนองการทำงานฉับไว พร้อมใช้งานทันทีที่เปิดสวิตช์ ซึ่งนอกจากดูภาพที่ถ่ายแล้ว ยังมีระบบ live view ใช้เล็งถ่ายภาพแบบเดียวกับกล้องคอมแพ็ก ปรับโฟกัสอัตโนมัติได้ ซูมได้ แม้จะถ่ายภาพที่ต้องการความฉับไว ถ่ายต่อเนื่อง ก็แพนตามได้
ส่วนช่องมองภาพแบบเล็ง pentaprism รุ่นใหม่ขนาดใหญ่ ครอบคลุมการมองเห็นภาพ 100% ต่างกับทั่วไปที่เห็นแค่ 95% ทำให้การจัดองค์ประกอบภาพและเล็งโฟกัสแม่นยำขึ้น
การเล็งโฟกัส แบบแยกสีวัตถุ และ สามารถเคลื่อนที่ตามวัตถุได้ แก้ปัญหาถ่ายภาพธรรมชาติ หรือความเคลื่อนไหวได้โดยไม่หลุด ส่วนการวัดแสง ก็ใช้ระบบวัดตามสี RGB ซึ่งทำให้การเล็งภาพคล้ายกับตามนุษย์ ไม่ใช่การแปลงค่าจากสีเทา
ระบบปรับความชัด โฟกัส 51 จุดเลือกได้ทุกจุด ซึ่งจะคลุมพื้นที่ตรงกลางของภาพทั้งหมด
ปรับค่าความไวแสง ISO ได้สูงถึง 3200 กับเพิ่มได้ HI 1 เทียบเท่า ISO 6400 โดยมีสัญญาณรบกวน (Noise) น้อยมีความสามารถในการถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 100 เฟรม ด้วยความเร็ว 8 เฟรมต่อวินาที
กล้องเอสแอลอาร์ รุ่นหลัง ๆ มักมีระบบเขย่า เซ็นเซอร์รับภาพ ไล่ฝุ่นที่เกาะ คราวนี้ D 300 ก็มี แต่แตกต่างตรงจัดการด้วยคลื่นความถี่ และมีที่รองรับ คล้ายถังดักฝุ่น
กล้องรุ่นนี้ วัสดุตัวกล้อง (บอดี้) ทำด้วยแมกนีเซียม อัลลอย ป้องกันละอองน้ำ ละอองฝุ่นได้
รองรับเลนส์ของกล้องนิคอนทุกรุ่น นับตั้งแต่รุ่นปี 1959 เป็นต้นมา
สนใจรายละเอียดมากกว่านี้ เข้าไปที่ www.niksthailand.com ถ้าอยากเป็นเจ้าของต้องจองล่วงหน้า
ช้าไม่ได้นะ.
ที่มาจาก หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
mormmam
2007-10-08 10:34:55



Play video