รวม 7 เบื้องหลัง คำศัพท์ไอที ที่คุณไม่รู้

Home / Tips & Technic / รวม 7 เบื้องหลัง คำศัพท์ไอที ที่คุณไม่รู้

TechTerms_Mouse

เคยสงสัยมั้ยครับว่าที่มาของคำศัพท์อย่างเช่น เมาส์, คุ๊กกี้, หรือสแปม คำศัพท์เหล่านี้ถ้าไม่ได้อยู่ในโลกเทคโนโลยี และแทบไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันเลย รวมไปถึงอาจไม่ได้มีความหมายเหมือนที่่เราเข้าใจอย่างทุกวันนี้ แล้วที่มาของคำเหล่านี้มันมาจากไหนล่ะ แล้วทำไมความหมายเมื่อมาอยู่บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แล้วถึงกลายเป็นคำใหม่ขึ้นมา วันนี้เรามีความเป็นมาในอดีตของคำศัพท์ที่เราใช้อยู่ในวงการคอมพิวเตอร์มาฝากครับ

1. Mouse (เมาส์)

mouse22-640x360

มันคืออะไร: อุปกรณ์สำหรับบอกตำแหน่งของเคอร์เซอร์ หรือตัวชี้บนหน้าจอคอมพิวเตอร์
มาจากไหน: ไม่มีใครทราบได้ แม้แต่ตัวผู้คิดค้นเมาส์อย่างนาย Douglas Engelbart เองก็ตาม

“ผมต้องขอโทษด้วย เพราะผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเราถึงเรียกมันว่าเมาส์ แต่พอใช้ชื่อนี้แล้วก็ไม่คิดเปลี่ยนมันอีกเลย” ผู้สร้างเมาส์กล่าวไว้ในงานเปิดตัวเมื่อปี 1968 และอีกหนึ่งบทสัมภาษณ์จากเว็บไซต์ Super Kids นาย Engelbart บอกเอาไว้ว่า “ไม่รู้เหมือนกันว่าใครเป็นคนเรียกคนแรก แต่เมาส์มันมีรูปร่างเหมือนหนู โดยเฉพาะที่สายมันเหมือนหางเอามากๆ เราเลยเรียกอุปกรณ์ชิ้นนี้ว่าเมาส์”

ทางด้านนาย Roger Bates นักออกแบบที่เป็นหนึ่งในผู้ออกแบบเมาส์กลับให้สัมภาษณ์ไปในทิศทางอื่น โดยบอกว่าตัวเคอร์เซอร์ในหน้าจอคอมพิวเตอร์นั้น ก่อนหน้านี้ถูกเรียกว่า “CAT” (แมว) จึงเป็นเรื่องปกติที่จะต้องไล่ตาม “MOUSE” ที่เป็นหนู

2. Blog (บล็อก)

laptop-640x360

มันคืออะไร: เว็บไซต์ส่วนตัวที่ใช้สำหรับเขียนบทความ หรือแแชร์ลิงค์ต่างๆ
มาจากไหน: คำว่า Blog เป็นชื่อย่อที่มาจากคำว่า “Weblog” ซึ่งถูกใช้ครั้งแรกในปี 1997 โดยนาย Jorn Barger ที่ใช้เรียกเว็บไซต์ Robot Wisdom ที่เป็นแหล่งรวมข้อมูล และลิงค์ต่างๆ ของเขา ซึ่งเมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไปคำๆ นี้ก็เป็นที่นิยมมาจนถึงปัจจุบัน

3. Cookies (คุ๊กกี้)

cookie-640x360

มันคืออะไร: ข้อมูลย่อยขนาดเล็กที่ถูกเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ต่างๆ เวลาท่องเว็บไซต์
มาจากไหน: Cookies มีต้นกำเนิดมาจากคำว่า “Magic Cookies” ซึ่งคิดค้นโดย Lou Montulli โดยเขาได้บอกว่า “ผมได้ยินคำว่า Magic Cookies ระหว่างการเรียนวิชาระบบปฏิบัติการในมหาวิทยาลัย และผมก็ชอบคำนี้เอามากๆ”

แต่ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่า Magic Cookies มาจากไหน แต่มีอยู่หนึ่งทฤษฎีบอกว่ามาจากวีดีโอเกม ที่ผู้เล่นจะต้องเก็บ Magic Cookies ไปเรื่อยๆ เพื่อผ่านด่าน

4. Spam (สแปม)

spam-640x360

มันคืออะไร: อีเมลที่ไม่พึงประสงค์ หรือเมลขยะนั่นเอง
มาจากไหน: ต้องขอบคุณนาย Monty Python ที่พูดในรายการตลกของเขา ซึ่งมีการพูดถึงเมนูอาหารที่ทุกจานจะต้องมีส่วนผสมของสแปมในทุกจาน รวมไปถึงในรายการเขาก็พูดคำว่าสแปมซ้ำๆ จนกลายเป็นเรื่องตลก และน่ารำคาญ จนเป็นที่มาของคำว่าสแปม ซึ่งหมายถึงของที่ไม่พึงประสงค์นั่นเอง

5. Meme (มีม)

mememe-640x361

มันคืออะไร: ความคิด หรือการกระทำที่แพร่หลาย และถูกกระทำต่อๆ กันในโลกอินเตอร์เน็ต
มาจากไหน: มาจากหนังสือเรื่อง The Selfish Gene ในปี 1976 เขียนโดยนักวิทยาศาสตร์นามว่า Richard Dawkins โดยเขาต้องการใช้คำที่สามารถอธิบายได้ถึง “การเลียนแบบทางวัฒนธรรม” จึงไปเจอคำว่า “mimeme” ซึ่งเป็นภาษากรีกแปลว่า “ของลอกเลียนแบบ” และได้เปลี่ยนให้เป็นคำสั้นๆ ว่า “meme” แถมคำนี้ยังไปพ้องเสียงกับคำว่า même ที่แปลว่า “เหมือน” ในภาษาฝรั่งเศสอีกด้วย

6. Hacker (แฮ็กเกอร์)

hacker-640x360

มันคืออะไร: อาชญากรบนโลกอินเตอร์เน็ต ที่มักเจาะข้อมูลที่ไม่ได้รับอนุญาต
มาจากไหน: จริงๆ แล้วคำว่าแฮ็กเกอร์ก็อาจไม่ได้หมายความถึงสิ่งที่มีความหมายในทางลบเสมอไปนะครับ เพราะเมื่อก่อนคำว่าแฮ็กเกอร์หมายถึง คนที่เชี่ยวชาญในเรื่องอิเล็กทรอนิกส์มากๆ ไม่ใช่แค่เรื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้น

ในหนังสือชื่อว่า Piracy Cultures ความหมายของคำว่าแฮ็กเกอร์นั้นหมายถึง “บุคคลผู้ซึ่งทำงานในการเขียนข้อมูล และทดสอบซอฟต์แวร์” และสำหรับแฮ็กเกอร์ที่เจาะข้อมูลเพื่อกระทำเรื่องที่ไม่ดี เราจะใช้คำว่า “Crackers” (แคร็กเกอร์) แทน

7. Firewall

fire-640x360

มันคืออะไร: โปรแกรมที่ใช้ป้องกันเครื่องคอมพิวเตอร์จากแฮ็กเกอร์ที่ไม่ดี หรือไวรัสต่างๆ
มาจากไหน: คำๆ นี้ถูกใช้มาหลายร้อยปีแล้ว ซึ่งหมายถึงกำแพงที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องอาคารจากไฟที่กำลังลุกลามเข้ามา ในความหมายทางด้านคอมพิวเตอร์ก็เช่นกัน จะหมายถึงเทคโนโลยีที่ป้องกันไวรัสอันตรายต่างๆ ที่จะลุกลามมาหาเครื่องคอมของเรานั่นเอง

source: mashable