ประดิษฐ์ ‘กระจกหมอดู’ รู้อนาคต บอกเจ้าของให้รู้ ชะตากรรมล่วงหน้า

Home / Software & App / ประดิษฐ์ ‘กระจกหมอดู’ รู้อนาคต บอกเจ้าของให้รู้ ชะตากรรมล่วงหน้า

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต


ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว มนุษย์อยากที่จะล่วงรู้อนาคตของตน เหมือนกับว่าจะได้ช่วยให้ รู้หนทางดำเนินชีวิตตนเองได้ดีขึ้น และบัดนี้ ความใฝ่ฝันนั้นกลับเป็นจริงขึ้นแล้ว อันเนื่องมา จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี


ีห้องปฏิบัติการทดลองชื่อ ?แอคเซนเจอร์ เทคโนโลยี? ที่อเมริกา สามารถประดิษฐ์อุปกรณ์ที่ตั้งชื่อให้ว่า ?กระจกลิขิต? ซึ่งจะแสดงภาพโฉมหน้าของเจ้าของให้รู้ได้ว่า จะมีหน้าตาอย่างไรในวันหน้า หากว่ายังประพฤติปฏิบัติตัวอย่างแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันต่อไป เจ้าของจะต้องตอบคำถาม ถึงแบบการประพฤติปฏิบัติตัวกับกระจกเสียก่อน จากนั้นมันจะนำข้อมูลไปประกอบเป็นโฉมหน้า ที่จะปรากฏโฉมขึ้นในระยะ 6 เดือนข้างหน้า


ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการ นายแอนดรูว์ ฟาโนได้อธิบายให้เข้าใจว่า ปกติคนเราแม้จะรู้ๆ อยู่ว่าการสูบ บุหรี่ กินเหล้าเมายา การกินมากและการอาบแดดทำลายสุขภาพตนเอง แต่ก็มักจะไม่ค่อยยอมเลิกประพฤติกัน คณะนักวิทยาศาสตร์ผู้ประดิษฐ์กระจกวิเศษนี้ สร้างมันขึ้นด้วยความหวังว่า จะทำให้เจ้าของกระจกเปลี่ยนใจเสียได้ เมื่อได้เห็นหน้าค่าตาของตนที่จะเป็นไปในวันหน้า


?เพราะแทนที่มันจะเพียงแต่สะท้อนภาพออกมาธรรมดา มันจะกลับเอาไปแปรรูปเสียใหม่ แล้วจึงค่อยกลับมาเสนอให้เจ้าตัวดู ภาพที่ถูกแปลงเสียใหม่นี้ ทำขึ้นเพื่อจะแสดงภาพของคนใดคนหนึ่ง ซึ่งจะมีหน้าตาเหมือนกับคน ที่ยังไม่เลิกนิสัยความประพฤติแบบเดิมอยู่? เขาย้ำว่า ?ภาพมันจะ มีค่าเหมือนกับคำเตือนพันคำ มันเป็นได้ที่อาจจะทำให้เรากลัวหรือทำให้เรานึกชอบมันก็เป็นได้ อย่างหนึ่งอย่างใด?


เป็นที่คาดกันว่า ?กระจกลิขิต? จะเป็นประโยชน์ ไม่แต่เพียงช่วยให้คนเปลี่ยนนิสัยเสียใหม่ ได้เท่านั้น หากยังอาจช่วยทำประโยชน์ในการค้นหาคนหาย และช่วยติดตามอาชญากรที่หลบหนีอยู่ ได้ด้วย และกระจกรุ่นแรก จะผลิตออกใช้อยู่ภายในวงการแพทย์ก่อน ในราวเดือนพฤษภาคม ศกนี้.


2- รักษามะเร็งของบุรุษด้วยวิธีใหม่ แช่เย็นต่อมลูกหมากใต้ศูนย์องศา โปรย นักวิจัยสหรัฐฯซึ่งติดตามศึกษาผลการรักษาคนไข้ มะเร็งของต่อมลูกหมาก มายาวนานถึง 10 ปี เผยคนไข้ได้ใช้การรักษาแบบใหม่ ที่เรียกว่า การรักษาด้วยความเย็น ปรากฏว่าได้ผลไม่แพ้การฉายรังสี

นักวิจัยสหรัฐฯซึ่งติดตามศึกษาผลการรักษาคนไข้ มะเร็งของต่อมลูกหมาก มายาวนานถึง 10 ปี เปิดเผยว่าคนไข้ได้ใช้การรักษาแบบใหม่ ที่เรียกว่า การรักษาด้วยความเย็น ปรากฏว่าได้ผลไม่แพ้การฉายรังสี


ดร.ราล์ฟ มิลเลอร์ ผู้อำนวยการศูนย์โรคมะเร็งต่อมลูกหมากของโรงพยาบาลกลางในกรุงพิตส์เบิร์ก บรรยายถึงเทคนิคการรักษาว่า จะใช้เข็มเล่มบางๆ ฝังที่ต่อมลูกหมาก แล้วปล่อยก๊าซอากอน ที่อุณหภูมิเย็นจัด ถึงใต้ศูนย์องศาเซนติเกรด 150 ขีดให้เดิน เพื่อแช่แข็งต่อมลูกหมากไว้ จะได้ฆ่ามะเร็งลง แต่วิธีนี้ในปัจจุบันก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ และยังใช้กันน้อยที่สุดในอเมริกา


หมอราล์ฟกล่าวว่า ?เหตุผลอันหนึ่งที่การรักษาแบบนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ เพราะเรายังไม่รู้ผลการรักษาในระยะยาว เพราะจะต้องคอยติดตามสังเกตอาการต่อไปไม่ต่ำกว่า 10 ปี จึงจะบอกได้ว่าผลการรักษาเป็นอย่างไร ด้วยเหตุว่ามะเร็งของต่อมลูกหมากเติบโตช้ามาก?


เขาเปิดเผยผลการติดตามสังเกตติดตามดูอาการคนไข้รายแรก มาเป็นเวลา 10 ปีว่า ?ผลการรักษาโดยพื้นฐาน ได้ผลเท่ากับการรักษาด้วยการฉายรังสี?.


3- ประชาชนกลับต้องไปพึ่งการสัก สำหรับการให้วัคซีนของดีเอ็นเอ โปรย คนเราทุกคนอาจจะต้องกลับไปสักกันใหม่ในวันหน้า เพราะได้มีการคิดค้นวัคซีนสำหรับดีเอ็นเอ โดยจะต้องใช้วิธีการสักแทนการฉีด จึงจะได้ผล

คนเราทุกคนอาจจะต้องกลับไปสักกันใหม่ในวันหน้า เพราะได้มีการคิดค้นวัคซีนสำหรับดีเอ็นเอ โดยจะต้องใช้วิธีการสักแทนการฉีด จึงจะได้ผล


วารสาร ?วัคซีนพันธุกรรมและการบำบัด? ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดร.มาร์ติน มูเอลเลอร์ กับคณะของศูนย์วิจัยมะเร็งเยอรมนีที่เมืองไฮเดลเบิร์ก ได้ประดิษฐ์วัคซีนสำหรับสารพันธุกรรม ซึ่งจะต้องใช้การสักในการให้วัคซีน แทนการฉีดอย่างวัคซีนทั่วไป


การสักจะทำให้วัคซีนออกฤทธิ์ในการก่อภูมิต้านทานได้ดีกว่าการฉีด จากการทดสอบ หลังจากที่ให้วัคซีนด้วยการสักเพียง 3 วัน มันจะสามารถสร้างระดับภูมิต้านเกิดขึ้น สูงกว่าการฉีดวัคซีนพร้อมกับยาช่วย 3 เข็ม ถึง 16 เท่า มันอาจจะเป็นได้ว่า การสักต้องใช้พื้นที่โตกว่าการฉีด อาจเป็นสาเหตุทำให้มันสามารถก่อภูมิต้านทานขึ้นได้แรงกว่าการฉีดวัคซีน.
 
 


ที่มาจาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ