Facebook สูญเสียฐานผู้ใช้วัยรุ่น และอาจจะตายเร็วกว่าที่คิด!!

Home / Software & App / Facebook สูญเสียฐานผู้ใช้วัยรุ่น และอาจจะตายเร็วกว่าที่คิด!!

mark-zuckerberg-theverge-stock-1_1020_large

สำหรับนักบริโภคโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คระดับเจนวาย คุณได้ผ่านความรุ่งโรจน์ และร่วงโรย ของทั้ง Hi5 และ MySpace มาแล้ว ก่อนจะหมกตัวเป็นผีเฟสบุ๊คในปัจจุบัน แต่ดูเหมือนว่า นี่ก็ใกล้จะปลายยุคของเฟสบุ๊คเข้าไปทุกที แม้จะเพิ่งเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้ไม่นาน เพราะตัวแปรอย่างวัยุร่น ไม่ได้สนใจแชร์ “โอ้อวดชีวิตตัวเอง” ลงเฟสบุ๊คอีกต่อไป !!

 

รายงานจาก Forbes ได้นำเสนอเรื่องราวว่า เด็กยุคใหม่ไม่ชอบเฟสบุ๊คเลยแม้แต่น้อย นั่นเป็นเหตุผลให้ Blake Ross เฮดฝ่ายสินค้าแห่ง Facebook ถึงกลับลาออกจากบริษัท หลังประเมิณอนาคตว่าเฟสบุ๊คอาจจะไม่ได้ไปไกลต่อจากนี้แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการเปิดเผยข้อมูลสอดคล้องของบริษัทที่สูญเสียฐานลูกค้าวัยรุ่นไปแล้วจาก กลต. ของสหรัฐฯ นั่นคือ บริษัท Facebook

 

cats

ซึ่งเหตุผลหลักที่เฟสบุ๊คดูไม่เจ๋ง แล้วในสายตาของวัยรุ่นคือ “การแชร์ ที่เคยเป็นเรื่องสนุก น่าสนใจ ของแต่ละคน กลายเป็น “การโอ้อวด เรื่องส่วนตัว ซึ่งกลับไปยัดเยียดผู้ใช้อื่น กลายเป็นพื้นที่ในการสร้างภาพและสังคมที่น่าเบื่อ ” มันเป็นเรื่องงี่เง่า ที่คนต้องคอยโพสต์รูปชีวิตตัวเองตลอดเวลา โดยไม่มีเหตุผล ผมใช้เฟสบุ๊กติดต่อกับเพื่อนมากกว่า ประมาณสัปดาห์ละครั้ง 2 ครั้งเท่านั้น เด็กอายุ 15 รายหนึ่งกล่าว

 

ขณะที่หากมองไปถึงโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คอื่นๆ ที่วัยรุ่นสหรัฐฯ อายุ 13-25 ปี ให้ความสนใจ กลับเป็นบริการ  Tumblr, Snapchat และ Instagram ข้อมูลจากสำนักข่าวนำเสนอว่า Tumblr เป็นพื้นที่ระบายความเป็นส่วนตัว สามารถหาคนที่มีลักษณะนิสัยเหมือนกับเราได้ ทำให้ไม่เหงา และเป็นการแชร์จริงๆ ในขณะที่ในเฟสบุ๊กตอนนี้ เต็มไปด้วย เพื่อนร่วมงานจนถึงคุณครู และ หัวหน้าห้อง ที่หากโพสต์อะไรไป อาจกระทบต่อชีวิตจริงได้

 

facebook1

 

และอีกเทรนด์คือ Snapchat ที่นิยมส่งข้อความ รูปภาพหากันแทนเฟสบุ๊ค มีความน่าสนใจตรงที่ เมื่ออ่านแล้วมันก็ถูกลบไปในทันที ซึ่งวัยรุ่นนิยมใช้ร่วมกับการแชร์ภาพอินสตราแกรม  หากมองไปถึงอนาคตข้างหน้า การแชร์เพื่อโอ้อวด แชร์รูปแบบ selflies ที่ถ่ายหน้าตัวเอง อัพลงเครือข่ายใดๆ จะไม่ได้รับความนิยมอีกต่อไป

 

จะเห็นได้จากกระแสนิยมการโพสต์ กดไลค์ ในเฟสบุ๊คตอนนี้ ที่เปลี่ยนมาเป็นการบอกความคิด และความรู้สึกให้คนอื่นทราบแล้ว  แต่อาจจะยังไม่ใช่เทรนด์ที่ผู้ใช้เฟสบุ๊คในบ้านเรารู้สึกถึง เพราะเทรนด์อินเตอร์เนตในบ้านเรา จะดีเลย์กับต่างประเทศสักพักใหญ่ๆ เลยนั่นเอง !!

xlarge

Source : blognone , theverge