คุยกับ “ทรีฟ แจเฟอรี่” มิสเตอร์ iamtrend

Home / Software & App / คุยกับ “ทรีฟ แจเฟอรี่” มิสเตอร์ iamtrend

 

เมื่อต้นปีมีกระแสความสำเร็จของโซเชี่ยลบล๊อคที่คู่คี่สูสี เข้ามาบนโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คระดับท้อป ทั้งที่เปิดบริการเพียงไม่นาน และจำกัดผู้ใช้ มันคือ Pinterest โซเชี่ยลบล๊อคปักหมุด ที่หน้าตาน่าใช้

 

ไม่นานนักรูปแบบที่ว่าถูกนำเสนอเข้าสู่บริการในชื่ออื่น วันนี้เรามาดูอีกหนึ่งบล๊อคของคนไทยที่กำลังได้รับความนิยมขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง … “iamtrend”

 

– แนะนำตัวผู้ก่อตั้งกันสักนิด ?

 

ทรีฟ แจเฟอรี่ นักพัฒนาด้าน  “Social media” หลานของ สุหฤท สยามวาลา ทายาทรุ่นที่ 4 ของ บริษัท ดี.เอช.เอ. สยามวาลา จำกัด

 

 

– iamtrend มีที่มายังไง?

 

มันเริ่มมาจากคำว่า “Social discovery” ที่เป็นพฤติกรรมของคน เวลาจะเข้าไปค้นหาเรื่องสิ่งใหม่ๆ ก็จะเข้าไปที่ “Socail media” แต่ก็จะมีข้อจำกัดที่ว่ามีเครือข่ายเพื่อนอยู่แค่ 100 – 200 คนโดยเฉลี่ย หรืออาจจะมีเพื่อนที่ติดตามจริงๆอยู่ 5 – 10 คน

 

แล้วเรื่องราวก็ไม่ค่อยเป็นสิ่งที่ผู้เข้าไปใช้สนใจที่จะค้นหาสิ่งใหม่ๆ เลยเป็นที่มาของ iamtrendเป็นแหล่งที่จะให้ผู้ใช้ได้ ค้นพบ แชร์ ติดตาม และสร้างเทรนด์ในสิ่งที่ผู้ใช้ชื่นชอบจริงๆ ในกลุ่มคนที่มีความชื่นชอบเหมือนๆกัน หลุดกรอบข้อจำกัดที่เรื่องราวมีอยู่เครือข่ายเพื่อนเท่านั้น

 

– iamtrend ตั้งกลุ่มเป้าหมาย ผู้ใช้ไว้บ้างไหม ?

 

เราไม่ได้กำหนดไว้ เป็นใครก็ได้ที่จะเข้ามาใช้ “iamtrend” แต่ในโลกที่เรียกว่าการบล๊อคจะเป็นผู้หญิงจำนวนมาก  เนื้อหาใน “iamtrend” ก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับแฟชั่น ความสวยความงามซะส่วนใหญ่ แต่เราก็ไม่ได้กำหนดว่ากลุ่มเป้าหมายจะต้องเป็นใคร เป็นใครก็ได้ที่อยากเข้ามาค้นพบสิ่งใหม่ๆ อยากแชร์ในสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบ

 

– ที่ออกแบบหน้าตา iamtrend แบบนี้ เพราะมันกำลังอินเลยหรือเปล่า?

 

เหตุผลแรกที่เลือกรูปแบบหน้าตาแบบนี้เพราะ เหมาะสำหรับเนื้อหาที่ผู้ใช้จะแชร์ เราก็มีรุ่นเก่าที่มีรูปแบบหน้าตาอีกแบบ ซึ่งทำให้การค้นหาเรื่องราว การแชร์มันยาก และไม่สนุก เลยเห็นว่าการใช้รูปแบบหน้าตานี้มันเวิร์คที่ผู้ใช้จะแชร์เรื่องราวไปให้คนอื่นเห็น

 

– คิดว่าคนไทย ก็ต้องใช้โซเชี่ยลเน็ตเวิร์คของคนไทย ?

 

มันไม่จำเป็นว่าคนไทยต้องมาใช้โซเชียวเน็ตเวิร์คของคนไทย ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่เราเห็นว่ารูปแบบเนื้อหาใน “iamtrend” จะเป็นเรื่องราวหรือไลฟ์สไตล์ที่คนไทยนำมาแบ่งปัน มาแชร์กัน ซึ่งก็จะเป็นคอมมูนิตี้ในสิ่งที่คนไทยสนใจเหมือนๆกัน หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็น “Local content” ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

 

– สมมุติที่เราแชร์กันอยู่นี้ ควรจะมีแต่เรื่องที่คนไทยเก็ท ?

 

เราไม่อยากมองว่าเรื่องที่แชร์กัน จะต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับคนไทยเพียงอย่างเดียว เพราะเหมือนจะเป็นการปิดกั้นการแสดงออกเรื่องราวของผู้ที่เข้ามาใช้ ซึ่ง iamtrend จะเปิดกว้างในการค้นพบ แชร์ ติดตาม และสร้างเทรนด์ แล้วเราก็มีรูปแบบ การวางระบบ โครงสร้าง ที่ทำให้ผู้ใช้ง่ายต่อการแชร์ ง่ายต่อการค้นหา และเรื่องราวเหล่านี้ก็จะไปแสดงถึงคนที่อยากเห็นข้อมูลเหล้านี้ด้วย

 

 

– อย่าง 9gag แบบนี้ แล้วคนไทยก็มาทำ นายแก็ก บ้าง มันเป็นการเลียนแบบ หรือคุณมองว่ามันเป็นทางเลือกสำหรับคนไทย ?

 

ผมว่านี่เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับประเด็นที่ การปรับเนื้อหาให้เหมาะกับคนไทย ประเด็นนี้พูดถึงเลยว่า ทำไมเนื้อหาที่เหมาะสำหรับคนไทยมันสำคัญ เพราะคนไทยมีการรับรู้ มีวัฒนธรรม มีไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมือนกับคนอเมริกา เลยต้องปรับเนื้อหาให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย ผมจึงมองว่าเป็นทางเลือกหนึ่งของคนไทยซะมากกว่า

 

– โลกในอุดมคติภายใต้กรอบ “iamtrend” ?

 

เราอยากให้ “iamtrend” เป็นรูปแบบ และระบบของการแชร์ข้อมูล การบล๊อค นอกเหนือจากนั้นยังเป็นการระบุตัวตนของคนที่สร้างเนื้อหาด้วย ทำให้ผู้ใช้ที่เข้ามา “iamtrend” แชร์ บล๊อคเรื่องราวที่ตัวเองชื่นชอบ จนกลายเป็นผู้นำเทรนด์ในเรื่องนั้นๆ จนกลายเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพล (influencer) ในเรื่องเดียวกัน

 

– จุดขายที่แบบแค่ “iamtrend” ที่คุณผู้ใช้จะเจอ ?

 

จุดขายในมุมมองของผู้ใช้ที่เข้ามาเล่น “iamtrend” คือ ง่าย (Easy to play) ง่ายในการค้นหาเรื่องราว ง่ายต่อการใช้ ง่ายต่อการแชร์ บล๊อค และส่วนรูปแบบหน้าตาของ iamtrendก็ได้กระแสตอบรับมาว่าสวย น่ารัก

 

 

– ถ้าวันนึงการแชร์เป็นเรื่องเอ้าท์ เราสิ้นหวังหมดกำลังใจที่จะแชร์กันแล้ว คนจะเข้ามาทำอะไรบนโซเเชี่ยลเน็ตเวิร์ค?

 

ในส่วนตัวของผมคิดว่าพฤติกรรมของมนุษย์ในเรื่องของการแชร์จะไม่หยุด เพราะพฤติกรรมของมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ต้องมีการคุยกันแชร์เรื่องราวต่างๆระหว่างกัน จากอดีต 100 200 1,000 ปีก่อนมนุษย์มีการแชร์เรื่องราวต่างๆ การวาดภาพบนผนังถ้ำ

 

แล้วก็มีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ แสดงให้เห็นว่าในอนาคต “Social media” ต่างๆ ก็จะมีการปรับตัว พัฒนา ให้มีการสื่อสาร มีการแชร์ที่ง่ายขึ้น ผมเลยสรุปว่าพฤติกรรมของการแชร์ยังคงอยู่ต่อไป

 

 

 

– คุณเล่นโซเเชี่ยลเน็ตเวิร์คตัวไหนบ้าง? ชอบอันไหน? บอกข้อดี อยากให้มี ไม่อยาก

 

ผมเป็นคนที่ชอบเล่นทุกอย่าง แต่ผมจะไม่ได้ออนไลน์ทั้งวัน แต่ผมจะเป็นคนลองเล่นทุกอย่าง Facebook Google+ Twitter เพราะผมชอบสิ่งใหม่ๆ แต่ที่ผมเห็นปัญหาคือ Facebook จะเป็นการอัพเดทเรื่องราวของเพื่อนๆ เราอยากเข้าไปใน facebook

 

เพราะอยากรู้ว่าเพื่อนๆของเรากำลังทำอะไรอยู่ ผ่านทางการแชร์สถานะ การแชร์รูปที่เกี่ยวกับกิจกรรมที่เพื่อนทำ แต่ Facebook ในไทยจะเป็นการแชร์เนื้อหาอื่นๆซะมากกว่า ทำให้ผมไม่อยากเห็นเรื่องราวเหล่านั้น เพราะมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องผมอยู่แล้ว

 

– ไตเติ้ลของเว็บคุณ welcome to i·am·trend – your visual webboard / เราทำให้การบล๊อคนั้นง่ายมาก และอยากชวนคุณมาร่วมและแชร์เรื่องที่คุณชอบกับเรา … สรุปอยากให้เราเรียกมันว่า บล็อค เว็บบอร์ด โซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค หรืออะไรกันแน่ ?

 

                ผมคิดว่าหลายอย่างก็เป็น “Social media” อย่าง “Youtube” ก็เป็น “Social media” เพราะสร้างจากสังคม แต่ในรูปแบบ “Youtube” จะเป็น “Vidio stream” ส่วน iamtrendก็เหมือนกัน เป็น “Social media” หรือ “Social network” แต่จะอยู่ในรูปแบบ “Visual webboard” ผมเลยจะไม่เลือกว่าจะเป็นแบบไหน ผมคิดว่าทั้ง 2 อย่างมันเกี่ยวข่องกัน

 

 

– “iamtrend” เปิดมานานแค่ไหน? คิดว่าจะอยู่ออนไลน์ด้วยกันไปอีกนานไหม?

 

“iamtrend” เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคมปี 54 แล้วก็ได้มีการปรับปรุง พัฒนาระบบ รีดีไซน์มาเป็นเวอร์ชั่นใหม่ในเดือนเมษายนปี 55 ที่ผ่านมา แล้วก็จะมีการพัฒนาในตัวระบบ หรือลูกเล่นใหม่ๆอีกต่อไปในอนาคต

 

– อนาคตเป็นเรื่องที่อาจกดดันทุกคน แต่คุณมองให้มันเป็นยังไงต่อไปสำหรับ “iamtrend” ?

 

เราก็จะมีความตั้งใจว่าจะขยายไปอีกหลายๆประเทศ ใน South east asia เป็นการขยายการเข้าถึงของเราในอีกเวอร์ชั่นหนึ่งด้วย iamtrend ก็จะคลอบคลุม South east asia ทั่งหมด ส่วนทิศทางการเปลี่ยนในตอนนี้ที่คนๆหนึ่งจะเข้าใช้งานอินเตอร์เน็ทเปลี่ยนจากเข้าใช้อินเตอร์เน็ตผ่านคอมพิวเตอร์ เป็นอุปกรณ์เคลื่อนที่กันมากขึ้น ซึ่งเราก็จะพัฒนาการค้นหา การแชร์ ให้อยู่บนมือถือให้มากขึ้น

 

 

– นอกเหนือจาก “iamtrend” คุณจะทำอะไรอีก ?

 

นอกจากเหนือจาก “iamtrend” ก็มีแอพพลิเคชั่นบนมือถือที่เป็น “Social TV” ที่ชื่อว่า “Chatterbox” เปลี่ยนพฤติกรรมการดูทีวีให้มีการตอบสนองมากขึ้นใน Features กรุ๊ปแชท เวปบอร์ด ผ่าน “Chatterbox” สามารถดาวน์โหลดผ่าน App store บน Iphone

 

– ผลวิจัยเรื่องคนไทยอ่านหนังสือปีละไม่เกิน 7 บรรทัด ดูเหมือนว่าที่เราถามกันมานี่ จะเลยไปหลายบรรทัด ฉะนั้นสายตาที่โฟกัสมาถึงตรงนี้ ควรจะมีประโยชน์มากที่สุด งั้นรบกวนเชื้อเชิญคนที่ยังไม่เล่น “iamtrend” มาเล่น “iamtrend” แบบกันเองๆ หน่อย ?

 

ใครที่อยากค้นพบ แชร์ ติดตาม และสร้างเทรนด์ ในเรื่องราวหรือไลฟ์สไตล์ที่ตัวเองชื่นชอบ อยากให้มาลองเล่น “iamtremd” เพราะมันง่ายมากที่จะค้นพบ แชร์ใน “iamtrend” ไม่ถึง 2 นาที ก็สามารถสมัครและแชร์ได้แล้ว ลองมาเล่นดูนะครับ www.iamtrend.com