“อรชุน เจ้าชายนักรบ” โลดแล่นบนแผ่นฟิล์มอีกครั้งด้วยซอฟต์แวร์ Autodesk

Home / IT News, Software & App / “อรชุน เจ้าชายนักรบ” โลดแล่นบนแผ่นฟิล์มอีกครั้งด้วยซอฟต์แวร์ Autodesk

 

แอนิเมชั่นฟอร์มยักษ์จากอินเดียและบริษัทวิช่วลเอฟเฟคยักษ์ใหญ่อย่าง Visual Computing Labs (VCL) ของ Tata Elxsi Ltd.ใช้ชุดซอฟต์แวร์ Digital Entertainment Creation จากออโตเดสก์ ในการสร้างภาพยนตร์แอนิเมชั่นฟอร์มยักษ์เรื่องที่ 2 ของบอลลีวูด “อรชุน เจ้าชายนักรบ” ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่าง Disney และ UTV Pictures กำกับโดย อาร์นาบ ชอดูรี

 

Autodesk Maya และ Autodesk 3ds Max modeling, animation and rendering software เป็นผลิตภัณฑ์หลักในการสร้างฉากหลังและลักษณะเฉพาะของตัวละครที่ทำให้ภาพรวมของภาพยนตร์เรื่องนี้สวยงาม โดยซอฟต์แวร์ Autodesk Flame software ถูกนำมาใช้สำหรับการตกแต่งความคิดสร้างสรรค์และการปรับสี

 

มาร์ค สเตรแมน รองประธานฝ่ายกลยุทธ์สื่อและเอ็นเตอร์เทนเมนต์และการตลาดของออโตเดสก์ กล่าวถึงเรื่อง “อรชุน เจ้าชายนักรบ” ว่าเป็นภาพยนตร์อะนิเมชั่นเกี่ยวกับตำนานที่บอกเล่าเรื่องราวของอรชุน วีรบุรุษของมหาภารตะ เขาเป็นเด็กไร้เดียงสาที่มีความสามารถมากกว่าเด็กในรุ่นราวคราวเดียวกันที่ตกลงสู่โลกแห่งความมืดของการหลอกลวงและการทรยศ

 

 

ก้าวผ่านพ้นวัยกลายเป็นนักรบที่ทรงอำนาจมากที่สุดในช่วงเวลาของเขา สมัยที่ราบฝุ่นแห่งหัสตินาปุระไปจนถึงยอดเขาน้ำแข็งแห่งเทือกเขาหิมาลัย “อรชุน เจ้าชายนักรบ” เป็นเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่ค้นพบสิ่งที่จะทำให้เขากลายเป็นวีรบุรุษ  และเสริมว่า “อุตสาหกรรมการผลิตภาพยนตร์ของอินเดียกำลังรุ่งเรืองและเราตื่นเต้นที่ได้พบกับลูกค้าของออโตเดสก์ VCL จาก Tata Elxsi ใช้เครื่องมือของเราในการสร้างภาพยนตร์ที่สวยงามอย่างนี้ “อรชุน เจ้าชายนักรบ” เป็นการยกระดับแอนิเมชั่น 3มิติ ในบอลลีวูดอย่างแท้จริง” กล่าวโดย

 

 

“จากจุดเริ่มต้นเป้าหมายของเรากับ “อรชุน” นั้นเป็นผลงานที่สร้างขึ้นเพื่อให้เหนือกว่าภาพยนตร์แอนิเมชั่นอื่นๆ ในบอลลีวูดที่สร้างในตอนนั้น ท้องเรื่องนั้นเรียกได้ว่าเป็นความท้าทายของฉากแอ็คชั่นที่มีทั้งฉากที่สวยงาม, การแข่งม้า และบทสรุปของการรบ เพื่อที่จะสร้างสิ่งเหล่านั้นให้สมบูรณ์และสมจริง เราไว้ใจซอฟต์แวร์ Maya เป็นอย่างมาก Maya เป็นทางเลือกแรกที่เหมาะสมกับงานนี้ ซึ่งมีเครื่องมือที่จำเป็นที่จะพัฒนาและทำให้ฉากหลังมีชีวิตชีวาและทำให้ตัวละครเคลื่อนไหวมีพลังที่จะดำเนินเรื่องต่อไป” กล่าวโดย วิชาล อันนานด์ ผู้อำนวยการด้านเทคนิคของ VCL

 

เขายังเสริมอีกว่า “ด้วยโซลูชั่นที่มีประสิทธิภาพอย่าง Maya ในกระบวนการทำงาน เราจึงสามารถทำภาพยนตร์แอ็คชั่นฟอร์มยักษ์ให้เสร็จได้ตรงตามเวลา”

 

 

กว่า 14 เดือนที่ทีมงานมากกว่า 70 คนทำงานกับ “อรชุน” ในออฟฟิศของ VCL ที่มุมไบ จากการแสดงภาพก่อนเริ่มไปสู่ การสร้างภาพเคลื่อนไหว, การให้แสงและเงา, การปรับแสงและสี การใช้ประโยชน์จากกระบวนการทำงานที่ VCL ใช้สร้างภาพยนตร์อะนิเมชั่นครั้งแรกในเรื่อง “Roadside Romeo” ทีมผู้สร้างใช้ Maya อย่างกว้างขวางเพื่อพัฒนาและทำฉากหลัง จิตรกร 15 คนผลิตเครื่องเคลือบออกมาเป็นแบบจำลองที่ทีมได้คาดการณ์ไว้เป็นรูปทรงเรขาคณิต เพื่อสำรวจมุมกล้องที่แตกต่างกัน จนได้ลักษณะมุมกล้องตามทีต้องการ เครื่องเคลือบที่สร้างขึ้นก็ถูกทำลายลงเป็นองค์ประกอบต่างๆ ที่ระดับความลึกแตกต่างกัน

 

 

“ด้วย Maya ทีมงานของเราสามารถแก้ปัญหาได้ง่ายแม้ว่าจะเป็นความท้าทายที่ยากที่สุดในการลำดับภาพแอนิเมชั่นก็ตาม ซอฟต์แวร์สามารถให้เราสร้างฉากหลังที่ลงสีได้อย่างรวดเร็ว แต่ยังคงให้ความรู้สึกที่สมจริง ในขณะเดียวกันก็สามารถสร้างเงาที่ถูกต้องและภาพเคลื่อนไหว

 

สำหรับแต่ละตัวละครได้ เราสามารถอ้างอิงโดยใช้รูปทรงเรขาคณิตที่มีพื้นผิวขั้นพื้นฐานมากๆ สิ่งนี้จะช่วยให้วางฉากและกำหนดการเคลื่อนไหวของกล้องได้ จากนั้นจึงสามารถวางโครงร่างภาพเรขาคณิต เพื่อให้ทีมงานได้เพิ่มแสงและบรรยากาศต่อไป ซึ่งทัศนียภาพและมิติของภาพนี้ก็ตรงกับความต้องการของผู้กำกับ” กล่าวโดย วิชาล อันนานด์

 

 

VCL ใช้ Autodesk FBX data interchange format ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่าง Maya และ 3ds Max ระบบ 64-bit Linux –based ถูกนำมาใช้สำหรับการกระทบของของเหลวและการเปลี่ยนแปลงในภาพยนตร์ ความสามารถในการใช้ Maya Embedded Language ( MEL ) ฝั่งสคริปทำให้ศิลปินและผู้กำกับด้านเทคนิคสร้างที่เก็บเอฟเฟคไว้ที่สามารถนำมาใช้ได้ง่าย การกำหนดค่าต่างๆ ได้ล่วงหน้าเช่นนี้

 

ทำให้ศิลปินสามารถปรับใช้ในงานต่างๆ ได้เพียงดึงข้อมูลสคริปต์ วางลงในฉาก และปรับเอฟเฟกซ์ตามต้องการภายในเวลาสั้น การใช้ Maya และคลังสคริปต์ที่กำหนดไว้แล้ว ทำให้ VCL สามารถดำเนินงานอัตโนมัติได้ด้วยทีมงานกลุ่มเล็กเพื่อสร้างสรรค์งานที่มีประสิทธิภาพ .