บทสรุป WWDC 2012 งดงาม แม้ไร้เงาไอโฟนเจน6 !!

WWDC 2012 – เป็นที่ชัดเจน เรียบร้อยอีกงาน สำหรับ WWDC 2012 ( World Wide Developers Conference 2012 ) อีเว้นท์ครั้งสำคัญของแฟนๆ แอปเปิ้ล ที่ปีนี้ ก็ยังคงไร้เงา iPhone 5 ( ไอโฟนเจน 6 ) ที่หลายฝ่ายคาดหวัง
แต่ถึงอย่างนั้น WWDC 2012 ก็ไม่ได้ทำให้แฟนๆ ผิดหวังกับการรีโปรดักส์ New MacBook Air และ New MacBook Pro การเซอร์ไพรส์เรื่องราวของเรติน่าดิสเพลย์ รวมถึงอัพเกรดซอร์ฟแวร์และโอเอสอย่าง iOS 6 และ OS X Mountain Lion !!
The New MacBook Pro

New MacBook Pro – รีเฟรชฮาร์ดแวร์สดใหม่อย่าง MacBook Pro ครานี้ แอปเปิ้ลขยับสเปกขึ้นไปตามที่หลายฝ่ายคาดเดาทั้ง ชิป Ivy Bridge และส่วนประมวลผลของ New MacBook Pro ที่เพิ่มขึ้นเป็นสี่คอร์ (Quad-core i7) กับความเร็วของการ์ดจอ Nvidia GeForce GT 650M ที่เร็วขึ้น 60% ตบท้ายด้วยไฮไลท์อย่าง Next Ganeration Macbook Pro อีกรุ่นที่อัด Retina Display เข้ามาช๊อคแฟนๆ !!

Spec New MacBook Pro
ระบบประมวลผลแบบ Quad-core i7 ความเร็ว 2.7GHz ( turbo boost up to 3.7GHz )
หน่วยความจำ RAM สูงสุดที่ 8GB 1600MHz / ประมวลผลภาพเร็วขึ้น 60%
การ์ดจอ Nvidia GeForce GT 650M ประมวลผลสูงสุดที่ 1GHz เร็วขึ้น 60% / รองรับ USB 3.0

New MacBook Air

New MacBook Air – ไลน์บางเบาของ MacBook Air ได้อัพเกรด ส่วนประมวลผลเป็นชิป Ivy Bridge เช่นเดียวกับ MacBook Pro แต่แน่นอนข่าวลือที่ว่าจะมากับเรติน่าดิสเพลย์นั้น ยังไม่ใช่เวลาของ MacBook Air ตัวใหม่นี้ เราจึงเห็นความละเอียดกำลังดีที่ 1440 x 900 ในรุ่น 13 นิ้ว และ 1366 x 768 ในรุ่น 11 นิ้ว นอกจากนี้ ยังเพิ่มในส่วนของกล้อง เพื่อรองรับ FaceTime แบบ 720p ให้แจ่มชัดมากขึ้นด้วย !!

Spec New MacBook Air
ชิป Ivy Bridge ประมวลผลแบบ Dual-core i7 ความเร็ว 2.0GHz (turbo boost up to 3.2GHz)
หน่วยความจำ RAM สูงสุดที่ 8GB 1600MHz (up + 60%)
SSD สูงสุดที่ 512GB / รองรับ USB 3.0 /FaceTime ( HD 720p )
11 นิ้ว 1.7 GHz processor, 4GB of memory และ 64GB SSD ราคา £849.
ในรุ่น 128GB SSD ราคา £929.
13 นิ้ว 1.8 GHz processor, แรม 4GB และ 128GB SSD ราคา £999
รุ่น 256GB SSD ราคา £1,249 .

Next Generation MacBook Pro

tablet/17704.html “>
Next Generation MacBook Pro – ไฮไลท์ฮาร์ดแวร์เด็ดดวงของงานนี้ ก็คือ แมคบุ๊คโปร รุ่นพิเศษตัวนี้ Next Generation MacBook Pro กับความสำเร็จที่ยัด Retina Display ได้แบบคอมเพรต ซึ่งภายในงาน มันถูกโชว์อยู่ในตู้กระจกราวของสงวน ความละเอียดที่พกมาก็คือ 2880 x 1800 ( 220ppi ) กับขนาดหน้าตัก ที่กว้าง 15.4 นิ้ว เป็นขนาดเดียวสำหรับเรติน่าดิสเพลย์ แอปเปิ้ลบอกว่าเจ้าตัวนี้ ทำงานอยู่ได้ราว 7 ช.ม. ติดต่อกัน และเปิดสแตนบายได้ราว 30 วัน ราคาเริ่มต้นของมันอยู่ที่ £1799 หรือประมาณ 66,000 บาท .

Spec Next Generation MacBook Pro
จอขนาด 15.4 นิ้ว Retina display ความละเอียด 2880 x 1800 พิกเซล
ประมวลผล Quad-core i7 Processor ( 2.3 GHz ) / RAM 8 GB อัพเกรดสูงสุด 16GB 1600MHz
การ์ดจอ Nvidia GeForce 650M ความเร็ว 1GB ความจุ 256GB แบบ SSD (up to 768GB )
แบตเตอรี่ใช้งานสูงสุด 7 ชั่วโมง / พอร์ต SD card, HDMI, USB 3.0 , MagSafe 2, Thunderbolt
Multi-touch trackpad / Backlit keyboard
ไมโครโฟน 2 ตัว (Dual mics) / รองรับ Wi-Fi และ Bluetooth 4.0
บาง 0.7 นิ้ว/ ราคา£1799 ประมาณ 66,000 บาท



iOS 6

iOS 6 – ข้ามมาที่ไฮไลท์ฝั่งระบบปฏิบัติการณ์โมบายด์กันบ้าง สำหรับ iOS 6 ที่การอัพเกรดครานี้ แอปเปิ้ลเคลมว่า ทำให้เพิ่มฟีเจอร์ได้มากถึง 200 ฟีเจอร์ ( ไม่รู้จะเยอะไปไหน? -0-” ) สำหรับฟีเจอร์ที่โดดเด่น ก็เป็นการทำงานร่วมกับฟีเจอร์ Siri ที่ว่า Genius ขึ้น!! รองรับภาษาได้มากขึ้น และรองรับ iPad 3

Highlight iOS 6
Siri แบบไอคิวสูง รองรับ 15 ภาษา เพิ่มการใช้งานบน ipad 3
Eye Free บนพวงมาลัยรถยนตร์ สำหรับใช้งาน Siri
( BMW, General Motor, Benz, Land Rover, Jaguar, Audi, Honda, Toyota และ Chrysler)
รวม Facebook เข้ามาเป็นหนึ่งเดียวกัน
Passbook แอพรวมค่าใช้จ่าย ทำงานด้วยสแกนบาร์โค้ด
แอพแผนที่ใหม่ ที่ไม่ใช่ Google Maps เปิด 3D แบบที่ลือมาก่อนหน้านี้
แอพโทรศัพท์ตัวใหม่ ช่วยเตือนการโทรกลับ
Do Not Disturb ปิดการแจ้งเตือน / FaceTime แบบ 3G / iCloud Tabs
Smart app banners แนะนำเว็บ / แชร์ภาพผ่าน Photo Streams
Mail VIP / Lost Mode ส่งเบอร์ไปยังเครื่องที่หาย /เป็นมิตรกับ Baidu แปลภาษาจีน
iOS 6 จะปล่อยดาวน์โหลดช่วงเดือน ก.ย. โดยทิ้ง iPad 1
และ iPod Touch ไว้เบื้องหลัง (ไม่รองรับนั่นเองจ๊ะ^^)


OS X 10.8 Mountain Lion

OS X 10.8 Mountain Lion - เพิ่งปล่อยให้นักพัฒนาดาวน์โหลดไปเมื่อ ก.พ. ที่ผ่านมา และ WWDC ครั้งนี้ แอปเปิ้ลก็จัดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ และพร้อมจำหน่ายในเดือน ก.ค. เช่นกัน ราคา $19.99

Highlight OS X 10.8 Mountain Lion
เชื่อมโยงแอพเข้ากับ iCloud ได้ดีขึ้น
แอพใหม่ Messages, Reminders และ Notes
ระบบ Banner and alerts แจ้งเตือนจากแอพต่างๆ มีปุ่มสำหรับปิดได้ไปจนถึงพรุ่งนี้ด้วย
ระบบ Dictation ใหม่ที่ใช้งานได้แทบทุกแอพ
ปุ่มแชร์ เข้าถึงและหลากหลายกว่าอีเมล, Messages, Air Drop, Twitter และ Flickr
Safari ตัวใหม่ ว่ากันว่ารันจาวาไวในปฐพี
ซิงก์ bookmarks และ history ในชื่อ iCloud Tabs
Power Nap แแบคอัพ รองรับ New MacBook และ New MacBook Air
รองรับการใช้งานในจีน input ด้วยภาษาจีน, พจนานุกรม Baidu ใน Safari
หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับ Facebook เช่นกัน

Source By blognone , techmoblog , techradar , the verge , slashgear
แสดงความคิดเห็น
โพสต์นี้ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ค่ะ
เออ ก็นะถ้าลงทุนให้ถูกทางมันก็ต้องแม๊กเนี่ยแหละนะ ถ้ามีตังค์ได้ทำงาน ได้ใช้งานจริงๆก็คงต้องแม๊กเหมือนกัน
OS มันเสถียรภาพสูงกว่าและเป็นระบบปิดเหมาะกับงานองค์กรที่เน้นความปลอดภัย
ใครจะใช้อะไรก็ใช้ไปเถอะครับ ถ้ามันไม่ได้ไปทำให้คนอื่นเดือดร้อน…นะ
@ Gingerseed
พูดตรงๆครับเพื่อนผมเป็นช่างภาพที่สตูแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ….ส่วนผม…ทำครีเอทีฟ บริษัทโฆษณา ที่หนึ่ง ….ที่ผมใช้แมคเพราะอย่างน้อย ถึงผมจะยััดๆ อะไรเข้าคอม Source ข้อมูล รูป วีดีโอ หรือตัดต่อ วีดีโอ พรีเซนท์ …ทำงานให้ตายเครื่องร้อนแค่ไหน มันก็ไม่ค้างครับ . . . .ไม่ใช่ว่ามาเสถียร จนไม่ค้างนะครับ มันมีค้างบาง แต่ถ้า update ios มันจะไม่ค่อยมีปัญหา เรียกง่ายๆ ละครับว่า ผมไม่ต้องมานั่งทำงานใหม่บ่อยๆ หรือ กู้ข้อมูลบ่อยๆ
อีกอย่างผมก็ ชื่นชมนะครับ ว่าคุณหาเงินตั้งแต่เด็ก นู่นนี่นั้น ทำให้คุณชีวิต มุมมองและลูกจ้าง …บลาๆ ….แต่ต่างคนต่างความคิดผมแค่ อธิบายในมุมของพูดใช้แมค ที่บ้านผมก็มีเครื่อง desktop ตัวหนึ่ง core i7 ซึ่งเอาไว้ ตัดต่องานหนังและโฆษณา ซึ่งถ้าจะใช้แมคตัดต่อ ต้องใช้เครื่อง mac pro รวมๆ เป็นแสนครับ ราคาแพงไปเลยซื้อเครื่อง desktop มาตัดต่องานเล็กๆน้อยๆให้ช่างตัดดู ผมเลยเห็นความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด มันก็แค่นั้น ส่วนใครจะใช้อะไรก็ใช้ไป แต่อย่าดูถูกคนอื่น โง่หรือ ฉลาด ถ้าคุณฉลาดจริงคุณจะไม่พูดว่าคนอื่นมีปัญญาหรือไม่มีปัญญาอ่านหรอกครับ
ปล.ผมพยายามพิมพ์ภาษาไทย เพราะผมรู้ว่าคนอย่างคุณตังหากที่ไม่มีปัญญาอ่านภาษาอังกฤษ lol.
ปล.ใช้แมคไม่ได้ดูหรู นะครับ คนที่คิดว่าใช้แมคแล้วดูหรู อันนั้น มันตรรกะ คน . . . . ฮ่ะฮ่า
ปล.ไม่ต้องลดตัวเองหรอกครับคุณ เพราะความคิดคุณมันก็ไม่ได้สูงส่งอะไรนัก
ปล. รายได้ผมไม่แน่นอนครับผมเป็นฟรีแลนท์ และเข้างานประจำ อาทิตย์ละ สองวัน ถ้ามีโปรเจค งานลูกค้าใหญ่ๆ ผมจะเข้าติดกันหลายวันหน่อย แต่แน่นอน ครับ รายได้ผม ไม่ใช่เดือนละไม่กี่พันแน่ . . . เอ่อ …ผมเป็นร้านเสื้ออยู่ที่ terminal 21 นะครับ ผมก็เป็นเจ้าของกิจการเหมือนกัน ฮ่ะฮ่า
ปล.สุดท้ายนี่ ผมว่าโดยส่วนตัวทุกอย่างผมหาเองหมดนะครับ ไม่ว่าจะค่าเทอม เอนท์ติดด้วยตัวเอง เปิดกิจการด้วยเงินตัวเอง เอาแน่ๆ พูดตรงๆ ว่า ผมสูงกว่าคุณแน่ๆ (ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองสูงกว่าคนอื่น เพราะคนคิดแบบนั้นผมเห็นมันก็ดีแต่ปากทุกคนละครับ) และคุณเป็นคนแรกที่ผมคิดแบบนั้น มีเงินเดือนละ สองล้านก่อนนะครับ แล้วค่อยไปดูถูกคนอื่น ว่ามีปัญญาหาเงินเดือนไม่กี่พัน ฮ่ะฮ่า ความคิดคุณมัน….ฮ่ะฮ่า
เสียเวลาเถียง ไม่รู้จะลดตัวไปทำไม เอาง่ายๆ พอ
เช้าผมมาทำงานออฟฟิศ เย็นผมทำธุรกิจส่วนตัว
+
ผมหาเงิน มาตังแต่เด็ก กว่าจะเปิดธุรกิจเป็นของตัวเองได้
เลยแนะนำมุมมองให้รู้ ว่า….ลูกจ้าง กับ เจ้านายคิดต่างกันแค่ไหน
+
ขี้ข้าก็คิดแบบขี้ข้า เจ้าของกิจการเขาก็คิดแบบเจ้าของกิจการ
+
เงินใครซือ้มันไม่เดือนร้อนผมอยู่แล้ว….มีปัญญาซื้อ แต่เอามาหารายได้เดือนละไม่กี่พัน..ก็ทำไปเหอะ….
คือผมอยากจะทราบว่า ios6ปล่อยให้ใช้วันไหนง่ะ
Gingerseed มาอีกล่ะ คนประเภทนี้ เห็นคนอื่น คิดต่าง มองต่าง ใช้ชีวิตแตกต่างด่าเค้าโง่
เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล ว่าความคิดตูนี่แหละเจ๋งสุด พูดไปถึงนู่น โลกทุนนิยม!
ไปจำชาวบ้านเค้ามาพูดแล้วเสริมเอาทั้งนั้น คนจริง คนประสบความสำเร็จ และเป็นคนดี มักจะไม่ด่าคนอื่นที่ใช้ชีวิตแตกต่างกับตัวว่าโง่อย่างนู้นอย่างนี้
เงินเค้าเค้าจะใช้แบบไหนยังไงก็แล้วแต่เค้า โง่หรือไม่ เค้าตัดสินใจเองครับ เพราะสถานภาพคนเราแตกต่างกัน เค้าจะซื้อมาทำอะไร คุณไปเดือดร้อนอะไรถึงขนาดต้องไปด่าเค้าว่าโง่ล่ะครับ
แล้วคุณจะไปมองแทนคนอื่นได้ไง คนเรามุมมองการใช้ชีวิต การเงิน เรื่องทางบ้าน สถานภาพสังคม สภาพแวดล้อมแต่ละคนไม่เหมือนกัน
แต่การเอาตัวเอง วางเป็นไม้บรรทัด แล้วทำเป็นหาเรื่องด่าคนที่อยู่นอกไม้บรรทัด ว่าอย่างนู้นอย่างนี้ ให้ดูเท่ มันไม่ได้เรื่องครับ
ผมใช้ pc ตลอด ณ.ตอนนี้ยังไม่เคยใช้ mac แต่ผมมองว่า ความคิดใครความคิดมัน ใครชอบอะไรเรื่องของเค้า ทำอะไรเรื่องของเค้า เค้าไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน
แล้วอีกเรื่อง ที่คุณว่าความสามารถของคนไม่เท่ากัน อยากทราบว่ามันเกี่ยวอะไรกับการใช้ คอม window หรือใช้ mac os ครับ??
ใช้ mac ไม่ต้องเชี่ยวชาญคอม แต่ใช้ window ต้องเชียวชาญงั้นหรือ? พูดอะไรคิดบ้างหรือเปล่าครับ ของพวกนี้มันประสบการณ์ทั้งนั้น ใช้มากลองมากก็รู้มาก อย่างคนใช้ window มาตลอด ไปใช้ mac ก็งง ผมไม่เคยใช้mac แต่แค่มองดูเพื่อนใช้ยังรู้สึกงงเลย แต่คอม window ผม แก้ได้หมด ประกอบ ลงโปรแกรม advance fix ปัญหาต่างๆ ได้เกือบทุกอย่าง ผมไม่ได้เก่ง หรือเชี่ยวชาญ แค่ใช้มานาน และมีประสบการณ์ในการใช้แค่นั้นแหละ คนใช้ อะไรมาก่อน ก็เก่งอันนั้น รู้มากเกี่ยวกับ os นั้นๆ
เกี่ยวอะไรกับความสามารถ และความเชี่ยวชาญ ใช้คอม ไม่ว่าwindow หรือ mac มันไม่จำเป้นต้องอะไรมากเลย หลักๆมันใช้ประสบการณ์เอาเท่านั้นแหละ ใช้อันไหนมา ก็เก่งอันนั้น
ดูตัวคุณสิพูดเรื่อยเปื่อยขนาดไหน จะทำเป็นว่า ฉันเชี่ยวชาญฉันมีความสามารถเลย ใช้ pc คนใช้ mac ไม่มีความสามารถงั้นหรอ? ตลกไปไหม ตัดสินตัวเองว่าเก่งว่าดีกว่าคนอื่นด้วยสายตาที่มองโลกแคบๆ
ลองมองดูตัวเองนะครับ น่าสมเพศแค่ไหน แค่เรื่องใช้คอมคนละ os ก็สามารถ พูดยกตนข่มท่านให้ตัวเอง ดูดี ดูถูกคนอื่นว่าโง่นู่นนั่นนี่ ไม่มีปัญญาอ่าน อย่างนู้นอย่างนี้ ได้เนอะ เหอะๆ คุณเป็นคนแบบนี้แหละครับ
ความสามารถของคนไม่เท่ากัน
Pc (Window) มันก็เสถียร ถ้ารู้จักใช้…ภาษาอังกฤษมันก็แจ้งเออร์แล้วไม่รู้จักอ่าน หรือไม่มีปัญญาอ่านก็ไม่รู้..
Mac ทำออกมารองรับคนที่ไม่เชี่ยวชาญคอมมาก…เพราะมันตอบโจทย์ความสะดวกสบายได้หมด
+
ในการทำงาน ถ้าคุณซื้อคอมมาเครื่องละหลายหมื่น แต่คุณไม่ได้เอามาทำงานหาเงิน ทำเท่ หรือแค่เล่นเกมไปวัน…มันไร้สาระ….
หรือคุณมีปัญญาซื้อ แต่เอามาหารายได้เดือนละไม่กี่พัน…ผมว่าเอาไปทำแกงอย่างอื่นเหอะ…
คนทำงานเขาพยายาม “ลดต้นทุน แล้วเพิ่มรายได้”
ต่างกับผู้ออกผลิตภัณฑ์ “ลดค่าแรงงาน แล้ขายแพง..”
วัฎจักรของ โลกทุนนิยม..ทำให้ผู้บริโภค โง่ ไม่รู้คิด…
ผมเห็นหลายๆคนแล้ว….ซื้อโปรแกรมถูกลิขสิทธิ์มาหลายหมื่น แต่เห็นเอามานั่ง รีทัช แมว รีทัชรูปในเฟสบุค…..แล้วภูมิใจที่ตน ซื้อของลิขสิทธิ์…..ไม่รุ้ขะเรียกว่าอะไรดี “มีเงิน” “ใช้เงินเป็น” “ใช้ของแท้” “หรือว่า โง่” ดี…..ครับ
ผมไม่ได้อวยแมคนะ แต่ผมคิดว่าของแมคถ้าเลือกดีๆมันคุ้มมากๆ ไม่รวมโทรศัพท์กะพวกไอแพดนะครับ นั่นก้อทำได้ดี แต่ผมว่าแพงไปหน่อย ข้อสำคัญ ที่ผมว่ามันต่างกะคอมเครื่องอื่น คือถ้าใช้เป็นแล้ว มันง่ายต่อการใช้มาก มันต่างกะวินโดยสิ้นเชิง ถ้ามีอะไรที่แมคทำไม่ได้ มันก้อคือทำไม่ได้เลย ไม่ต้องพยายาม เอาแค่โอเอสก้อเหนือชั้นกว่ามากแล้ว ไม่เคยลงโอเอสใหม่เลย ต่างกะวิน ขนาดใช้วินxp ไม่ถึงปีก้อต้องลงใหม่ ผมใช้มาห้าปีไม่เคยต้องลงอะไรเลย ลองดูเถอะครับ แค่ไม่มีบักกะไม่มีไวรัส ชีวิตก้อสุขมากโขแล้ว
ตั้งแต่ผมใช้MBP ผมไม่เคยแตะโน๊ตบุ๊คอันอื่นอีกเลย MultiTouch Pad สุดยอดมากๆ ถ้าควบคุมมันเป็นนะ สองนิ้ว สามนิ้ว สี่นิ้ว ตอนนี้คล่องมาก ลืมเม้าส์ไปได้เลย ส่วนเรื่องราคาที่แพง ผมว่าแอปเปิ้ลก็แพงมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วนิคับ PC หรือ โน๊ตบุ๊คสเปกเทพๆ เอาเข้าจริงแบบอัดเต็มๆผมก็ว่ามีเงินแสนเช่นกันนะ
ลองใช้ดูครับ ผมซื้อ Mac pro 17 นิ้ว ลงทุนทีเดียว…ผมใช้มาห้าปีแล้ว…
เพื่อนผมซื้อ Asus Corei7 ทุกวันนี้เครียดทำพวก Adobe โปรแกรม ช้ากว่าแมคผมอีก (Core 2 dou) แถมทำๆไป Photoshop ค้าง…สีจอก็เพี้ยนอัดงานออกมาทีไร ต้องไปปรับสีที่ร้านตลอด…มันบ่นจะเปลี่ยนเป็นแมค….
@เหนื่อยใจโลกใบนี้
ในโลกนี้มีคนคิดแบบคุณเยอะ แต่คนพวกนั้นสุดท้ายก็กลับมาซื้อแมค ….Os mac ใน Pc ไม่เสถียร แถมแดกแรมเวอร์ . . . . . คนที่ใช้แมคไม่ได้ซื้อ แค่ Design แต่เค้าซื้อความ เสถียร ที่ Windows ไม่มี……แมคจะตกต่ำได้ ถ้า…Windows นั้นเสถียร กว่าแมค ….มันไม่ได้อยู่ที่ สเปก . .. แต่มันอยู่ที่ OS
เอาเงิน 6หมื่นซื้อคอมแรงๆ ลงos macดีกว่ามั้งได้สเปคเทพกว่านั้นเยอะ
อยากได้แมคบุคเอามาทำงานวิยานิพพนธ์จริงๆ มันสเถียรดี วันนั้นโน๊คบุคจอดับเปิดไม่ติด น้ำตาร่วงเลย T T คววามบางกับเสปค ถือว่าถูกกว่าเพื่อนแล้วครับ ถ้าทำคดีเมื่อไรจะซื้อมาทำงานซัดตัว หลอนแล้วกับโนตบุคจอดับ
อิจฉา ?
คุณรู้รึป่าวว่า ทำไมเครื่องเค้าถึงแพง เพราะราคานั้นรวม ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ เกือบทั้งเครื่องแล้ว ถ้าแยกค่าลิขสิทธิ์กับค่าเครื่อง ก็คงราวๆ สองหมื่น กับ nb 5 หมื่น acer hp compaq sony ก็ราคาแพงกว่านี้แถมไม่มีวินโดว์ให้อีกด้วย
- จากความเห็นที่ 2 ที่บอกว่าไม่เจอไวรัสเพราะ
ส่วนมากไวรัสก้คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ้งคนเขียนไวรัสส่วนมากเขาจะทำไวรัสสำหรับวินโด จะไม่ค่อยทำในระบบos ของ แม็กและลีนุก
เหตุผลเพราะคนส่วนมากนิยมใช้วินโด
- ความเห็นสำหรับสินค้า apple ยอมรับเลยว่าสวยทุกอย่าง ดีไซน์ดีทุกสิน แต่ราคาก็แพงพอสมควร ถ้าหาเงินเองได้ก็คงอยากจะซื้อบางแหละ แต่ตอนนี้ยังขอเงินแม่ใช้ถ้าประหยัดได้ก็น่าจะประหยัด
แม๊กบุคราคานี้ ขายให้เฉพาะสาวกสินะ 7 หมื่นถ้าไม่ศรัทธาในตัวศาสดาแห่งแอปเปิ้ล คงซื้อไม่ได้
///////////////////////////////
ไม่ครับ คุณต้องดูว่าเอามาทำอะไร
คือพูดกันตรงๆ ของเค้าไม่ได้แพงอะไรมากหรอกครับ ค่าครองชีพเค้าสูง เงินเค้าก็เยอะตาม
แต่ไทยเรา ค่าครองชีพถูกเงินก็ได้น้อย เวลาจะซื้อของทีก็นะ
เอาง่ายๆครับ ทำงานที่เมกา เป็นแค่เด็กล้างจาน เด็กเสริฟ ก็มีรถยนต์ขับแล้วครับ หลายๆคนรู้ภาษาก็ไปทำงานที่เมกา พออายุเยอะก็เอาเงินที่นั้นมาใช้ที่ไทยก็สบายกันไปไหนคน มาลงทุนต่อที่ไทย
แม๊กบุคราคานี้ ขายให้เฉพาะสาวกสินะ 7 หมื่นถ้าไม่ศรัทธาในตัวศาสดาแห่งแอปเปิ้ล คงซื้อไม่ได้
ผมชอบหน้าจอ แค่นั้นเอง
ผมว่าผมก้อเคยซื้อโนตบุคมาเล่นหลายยี่ห้อนะ ทั้งเอเซอร์ โตชิบา เฮชพี อะซุส และ ก้อซื้อ แมคบุคตัวธรรมดาสีขาวมาเล่่่น แรกๆ บอกตรงว่าผมก้อเล่นแมคเพราะรูปลักษณ์นี่แหละ มันสวยไม่เหมือนใคร แต่พอผมเล่นๆ ไปผมพบว่าข้อดีของแมค คือ มันเสถียรมาก เล่นมาไม่เจอไวรัส เครื่องอึดมาก เล่นมาตอนนี้ก้อห้าปีแล้ว พึ่งเสียเมื่อเร็วๆ นี้เอง อุปกรณ์ภายในก้อยังทันสมัย hdd ผมยังเป็น sata อยู่เลย แล้วชิปของอินเทลก้อเป็นแบบโมมาแล้วไม่ต้องทำไรอีก แบตอึดมาก ข้อเสียที่มี ก้อหม้อแปลงที่ต่อภายนอกเสียง่าย กับค่าซ่อมที่แพงมหาโหด ซึ่งเด๋วนี้ก้อมีร้านที่ซ่อมแมคแบบไม่ต้องผ่านศูนย์ครับ อีกอย่างที่บอกสะเปคกลางๆ นี่ ผมไม่เหํนว่ามันจะกลางตรงไหน hdd แบบ ssd ก้อบวกชิปโมเข้าไป แค่นี้ก้อเทพมากๆ แล้วครับ ลองดูเถอะครับ ถ้าใช้สะเปกแบบแมคบุคโปรมีตัวไหนราคาถูกกว่าแมคสักห้าสิบเปอร์เซนต์มั้ยครับ ต้นปีผมไปถอย โตชิบา โปเตเจ้ ให้หลานหมื่นเจ็ด ยังต้องรีบขายๆทิ้งเลยครับ เพราะมันอืดเอามากๆ เล่นเนตได้อย่างเดียว
ตระกูลนี้บอกตรงๆ ชอบในการออกแบบรูปลักษณ์
แต่สเป็ก กลางๆ ราคาเพงเวอร์
เอาเงินที่จะซื้อ ไปหา pc ได้เครื่องเทพและแรงเร็วกว่าอีก