ถึงขาลงของ TV แล้วจริงๆ หรือ???

Home / PC & Notebook / ถึงขาลงของ TV แล้วจริงๆ หรือ???

จากผลการวิจัยตลาดของ Solutions Research Group พบว่า ทุกวันนี้คนอเมริกันดูทีวีเฉลี่ย 3.9 ชั่วโมงต่อวัน ขณะที่ใช้เวลากับการดูวีดีโอบนเว็บไซต์ เล่นวีดีโอเกม และดูหนังดีวีดีถึง 2.2 ชั่วโมงต่อวัน แต่ภายในปี 2013 หรืออีก 5 ปีข้างหน้า คนอเมริกันจะใช้เวลาไปกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านั้นมากขึ้นไปอีก อาจถึง 3.2 ชั่วโมงต่อวันเลยทีเดียว โดยเฉพาะวัยรุ่นในช่วงอายุ 12-24 ปี

นอกจากนี้ ผลการสำรวจยังพบว่าผู้หญิงดูทีวีและวีดีโอบนเว็บไซต์มากกว่าผู้ชายอีกด้วย ส่วนเวลาที่คนสนใจดูทีวีหรือวีดีโอ หรือที่เรียกว่า ไพรม์ไทม์ นั้น พบว่าวีดีโอออนไลน์มีคนดูมากที่สุดในตอนกลางวันของวันธรรมดา และมีคนดูน้อยที่สุดช่วงหลัง 6 โมงเย็นและช่วงสุดสัปดาห์ ขณะที่ช่วงไพรม์ไทม์ของวีดีโอเกมเป็นช่วงเช้าวันเสาร์ และไพรม์ไทม์ของการดูวีดีโอบนอุปกรณ์พกพาอย่างโทรศัพท์มือถือ คือ ช่วงเช้าของวันธรรมดา


สำหรับสาเหตุที่จะทำให้คนอเมริกันหันมาสนใจความบันเทิงอื่นๆ นอกเหนือจากทีวี ก็เพราะอินเทอร์เน็ตมีความเร็วสูงขึ้น ทำให้ดูเว็บไซต์วีดีโอได้ง่ายขึ้น รวมถึงคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คและอุปกรณ์พกพาต่างๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ ก็มีความต้องการสูงขึ้นเรื่อยๆ นั่นเอง


สัดส่วนการใช้เวลากับอุปกรณ์ความบันเทิงในแต่ละวัน ปี 2008


ทีวี                          63.9%


วีดีโอเกม                  13%


วีดีโอออนไลน์           10.3%


ดีวีดี                          7.2%


วีดีโอในอุปกรณ์พกพา   5.6%


ขณะที่ผลงานวิจัยของ Multimedia Intelligence กลับระบุว่า ใครก็ตามที่บอกว่าทีวีกำลังจะตายนั้น คงต้องรออีกสักพักใหญ่ๆ เลยทีเดียว เพราะแม้ว่าจะมีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตและดูวีดีโอออนไลน์กันมากขึ้น แต่นั่นก็เป็นคนกลุ่มระดับบน ซึ่งมีรายได้ต่อเดือนสูงๆ เท่านั้น ขณะที่คนส่วนใหญ่ของประเทศยังดูทีวีกันเหมือนเดิม ยิ่งไปกว่านั้นการดูวีดีโอผ่านอุปกรณ์พกพาอย่าง iPhone ก็ยังเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับคนอเมริกันชั้นกลางทั่วไป และอย่างมากก็ดูไม่เกิน 30 นาทีต่อวัน


ส่วนนักวิจารณ์ในอุตสาหกรรมออนไลน์ ระบุว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับวงการทีวีในขณะนี้คือ 1. อินเทอร์เน็ตกำลังกินส่วนแบ่งตลาดของทีวีมากขึ้นเรื่อยๆ 2. รายการในทีวีถูกดูดไปอยู่บนอินเทอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย 3. คนดูเปลี่ยนช่องหรือกดปุ่ม fast forward ทุกครั้งที่เจอโฆษณา และ 4. รายการทีวีมีคุณภาพแย่ลงทุกวัน


 


ที่มา   กรุงเทพธุรกิจ