เก็บตกงาน “คอมมาร์ต2008 COMMART2008”

Home / PC & Notebook / เก็บตกงาน “คอมมาร์ต2008 COMMART2008”


“คอมมาร์ต” เฉียด 5 พันล้าน ผลพวงของการ “อั้น” กำลังซื้อ

“โน้ตบุ๊ก” ยังคงเป็นสินค้าครองความนิยมอันดับ 1 ของงานคอมมาร์ตไทยแลนด์ 2008 ด้วยสถิติ 6.79 หมื่นเครื่อง มูลค่าประมาณ 3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงานคอมมาร์ตปลายปีที่มียอดขาย 1.8 พันล้านบาท ทำให้เม็ดเงินในงาน 4 วันสะพัดกว่า 4.8 พันล้านบาท เพิ่มเมื่อครั้งงานปลายปีอยู่ที่ 3 พันล้านบาท

โดยแบรนด์ที่เป็นขวัญใจผู้บริโภคยังคงเป็น “เอเซอร์ และเอชพี” ซึ่งรวมกันกวาดส่วนแบ่งไปกว่า 50-60% ของยอดขาย โน้ตบุ๊กในงาน

ขณะ ที่อันดับ 3-6 เบียดกันอย่างคู่คี่สูสีระหว่าง เลอโนโว-โตชิบา-อัสซุส รวมถึงน้องใหม่อย่าง “เดลล์” ที่เข้ามาเป็น “ตาอยู่” กวาดยอดขายในงานนี้ด้วย

“ตลาดอั้นกำลังซื้อตั้งแต่เดือน ม.ค. คนยังมีดีมานด์และมีเงินอยู่แต่ถูกดึงไว้เพื่อมารอซื้อในงาน ตัวเลขยอดขายที่หายไปใน 2-3 เดือนที่ผ่านมาจะถูกชดเชยด้วยตัวเลขในงานคอมมาร์ต รวมถึงปัจจัยด้านการเมืองภาครัฐมีงบฯออกมา มีเมกะโปรเจ็กต์ จึงเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าด้วย” นายปฐม อินทโรดม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ.อาร์. อินฟอเมชั่น แอนด์ พับลิเคชั่น จำกัด กล่าวและว่า

ผู้บริโภคที่เข้ามาในงานมีความแตกต่าง จาก 4-5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเน้นดูโปรโมชั่นด้านราคาเป็นหลัก แต่ปัจจุบันพบว่าลูกค้าจะเช็กราคาและสเป็กควบคู่กันและยอมจ่ายเงินเพิ่มถ้า ได้สิ่งที่ดีกว่า ดังนั้น สินค้าในกลุ่มเอนทรี่จึงอาจจะไม่ใช่เหตุผลหลักที่ดึงดูดลูกค้าเข้างานหรือ ช่วยตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภค

นายปฐมกล่าวว่า ครั้งนี้จะพบว่าโน้ตบุ๊ก ระดับราคา 4-4.5 หมื่น กลายเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยม เพราะกระแสชิปเพนริน (penryn) ที่พัฒนาบนพื้นฐานเทคโนโลยี 45 นาโนเมตร ซึ่งหลายค่ายใช้เป็นเวทีเปิดตัวสินค้าภายในงาน ทำให้คนหันมาซื้อสินค้ามากขึ้นเพราะเห็นว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ขณะที่สินค้าที่ใช้คอร์ ทู ดูโอ มีแนวโน้มลดลงเหลือประมาณ 1-2 หมื่นบาท

นอก จากนี้กระแสเซ็กเมนต์ใหม่ของโน้ตบุ๊กราคาประหยัด หรือ “เน็ตบุ๊ก” ของเอสวีโอเอ และ EeePC ของอัสซุส ก็ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นจำนวนมากเช่นกัน แต่เนื่องจากเน็ตบุ๊กของเอสวีโอเอยังไม่มีสินค้า เป็นเพียงการเปิดให้จอง

ขณะ ที่ตลาด “เดสก์ทอป” หรือพีซี ตั้งโต๊ะ พบว่ากำลังซื้อเหงาหงอย ยอดขายลดลงเหลือ 125 ล้านบาท จากครั้งที่ผ่านมามียอดขายเป็นอันดับ 2 ด้วยมูลค่า 175 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเพราะเดสก์ทอปที่ขายในงานของแต่ละค่ายต่างเน้นสินค้าประเภทโฮม เอ็นเตอร์เทนเมนต์ เจาะกลุ่มระดับไฮเอนด์ ซึ่งมีราคาแพง ทำให้ปริมาณการซื้อมีจำกัด เพราะผู้ซื้อในงานส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ซื้อระดับกลาง ขณะเดียวกันผู้ซื้อจากต่างจังหวัดที่คาดว่าจะซื้อเดสก์ทอปก็มีพฤติกรรม เปลี่ยนไปหันมาซื้อโน้ตบุ๊กมากขึ้น

ด้านสินค้ากลุ่มสตอเรจ-เมมโมรี่ เช่น flash memory ฮาร์ดดิสก์ มีสถิติเหนือความคาดหมายเช่นกัน โดยมียอดขาย 265 ล้านบาท โตเพิ่มขึ้นเกือบ 80% สาเหตุเพราะผู้บริโภคมีไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป เก็บงานในรูปแบบของอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น

 

 





 

ที่มา – www.matichon.co.th