แกะรอย ไอโฟน ใน Grey Market

Home / PC & Notebook / แกะรอย ไอโฟน ใน Grey Market

“Grey Market” หรือตลาดที่มีการซื้อขายสินค้า โดยที่ผู้ขายหรือนำเข้าไม่ได้รับการ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากผู้ผลิตหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์นั้น ซึ่งปัจจุบันเราสามารถพบเห็นได้ ชินตากับสินค้ายอดฮิต “ไอโฟน”

รายงาน ข่าวจาก Inquirer ระบุว่า ถึงแม้ แอปเปิลได้อ้างตัวเลขล่าสุดเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมาว่า ยอดขายไอโฟนในอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี มีจำนวนถึง 3.7 ล้านเครื่อง แต่เอทีแอนด์ทีโอเปอเรเตอร์หลักของแอปเปิลกลับระบุว่ามีประมาณ 2 ล้านเครื่องเท่านั้น ทำให้หลายฝ่ายออกมาอนุมานว่าตัวเลขจำนวนกว่า 1.7 ล้านเครื่องนั่นถูก “ปลดล็อก” เพื่อให้ไอโฟนสามารถทำงานบนเครือข่ายอื่นๆ ได้นอกเหนือจาก โอเปอเรเตอร์ที่เอ็กซ์คลูซีฟกับแอปเปิล

ขณะที่ บิสซิเนส วีกรายงานว่า ปัจจุบันมีไอโฟน 8 แสน-1 ล้านเครื่อง หรือ 1 ใน 4 ของยอดขายไอโฟนทั้งหมดถูก “ปลดล็อก” ทำให้เกิดไอโฟนในตลาดเกรย์มาร์เก็ตหลายประเทศที่โอ เปอเรเตอร์มือถือยังไม่ได้ทำสัญญาข้อตกลงกับแอปเปิล

เพราะตั้งแต่ ไอโฟนวางจำหน่ายเมื่อ 29 มิ.ย. 2550 บรรดาแฮกเกอร์ทั้งหลายพยายามหาวิธีการปลดล็อกไอโฟนเพื่อให้สามารถทำงานบน เครือข่ายของค่ายอื่นๆ ได้ และเพียงเวลาไม่ถึงสัปดาห์ที่ไอโฟนวางจำหน่าย ความสำเร็จของ แฮกเกอร์จากการปลดล็อกเริ่มปรากฏอยู่บนโลกออนไลน์และแพร่กระจายทั่วโลก

เนื่อง จากยุทธวิธีการทำตลาดไอโฟนของ แอปเปิลนั้นจะเป็นการขายพร้อมซิมมือถือแบบ จดทะเบียนรายเดือนของโอเปอเรเตอร์ที่แอปเปิลได้ทำข้อตกลงไว้ โดยที่แอปเปิลจะได้รับส่วนแบ่งรายได้จากค่าใช้บริการของลูกค้าด้วย

ตลาด “Grey Market” ทั้งในฝั่งเอเชีย ยุโรปตะวันตก ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย จึงเริ่มได้รับความนิยมขึ้น โดยสินค้าส่วนหนึ่งมาจากลูกค้าปกติทั่วไปที่เดินเข้าไปซื้อไอโฟนจำนวนหลายๆ เครื่องจากตัวแทนจำหน่ายของแอปเปิลในประเทศอเมริกาและยุโรปตะวันตก ที่มีการทำข้อตกลงกับแอปเปิลแล้วนำกลับมาขายต่อหรือใช้เองในประเทศของตน ซึ่งขณะนี้จะพบว่ามีร้านรีเซลเลอร์จำนวนมากที่ซื้อไอโฟนแล้วนำมาปลดล็อก พร้อมขยับราคาสูงขึ้นเพื่อส่งขายลูกค้าทั่วโลก

ปัจจัยหนึ่งที่ไอ โฟนในตลาด Grey Market มีมากขึ้น เพราะการเปลี่ยนแปลงค่าเงินโดยเฉพาะสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่กำลังอ่อนตัวลง ทำให้ลูกค้าจากยุโรปและประเทศอื่นสบโอกาสทองเข้ามาซื้อไอโฟนในฝั่งอเมริกา นำไปขายในประเทศตน

โดยพ่อค้าหัวใสบางคนใช้วิธีให้เพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวกระจายกันซื้อสินค้าแล้วนำมารวบรวมเพื่อนำไปขายทอดตลาดอีกต่อหนึ่ง

รี เซลเลอร์รายหนึ่งยอมรับว่า เขาให้เพื่อนลงทุนพิมพ์นามบัตรและแสแสร้งว่าเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดย่อยราย หนึ่ง เข้าไปหลอกผู้จัดการร้านแอปเปิลเพื่อขอซื้อไอโฟนจำนวน 100 เครื่องให้พนักงานในบริษัทใช้ ขณะที่พ่อค้าไอโฟนในจีนกล่าวว่า เขาขอให้พนักงานบนเครื่องบิน เช่น สจ๊วต หรือแอร์โฮสเตส นำไอโฟนเข้ามาให้

ยิ่งกว่านั้นมีรายงานว่า ไอโฟนบางส่วนหลุด มาจากโรงงานขนาดใหญ่ในจีน ซึ่งเป็นผู้ประกอบ เครื่องไอโฟนเอง

ดิสทริ บิวเตอร์รายหนึ่งกล่าวว่า คนงานจากโรงงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการผลิตไอโฟนเป็นผู้นำไอโฟนออกมาขาย โดยอ้างว่าซัพพลายเออร์ของเขาได้โชว์เอกสารบางอย่างจากแอปเปิลรวมถึงคำแนะ นำในการซ่อมแก่เขาเพื่อจะแสดงว่า ไอโฟนนั้นเป็นของจริง

ชาวแซต เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายอาวุโสจาก WirelessImport.com หนึ่งในเว็บไซต์ขายไอโฟนปลดล็อกกล่าวว่า บนเว็บไซต์ของเขามีรูปแบบ การขายไอโฟน 2 กลุ่มคือ ขายโซลูชั่นสำหรับการปลดล็อกราคา 179 เหรียญสหรัฐ และขายไอโฟนขนาด 8 GB ที่ปลดล็อกเรียบร้อยแล้วราคา 599 เหรียญ โดยสถิติพบว่าจำนวนยอดขายไอโฟนจากเว็บไซต์เฉลี่ย 500-1,000 เครื่องต่อเดือน

ส่วนไอโฟนประมาณ 1.7 ล้านเครื่องที่ ปลดล็อกนั้น ตนเชื่อว่าประมาณ 2.5-5 แสนเครื่องคือลูกค้าของเอทีแอนด์ที แต่ต้องการปลดล็อกโทรศัพท์เพื่อที่จะนำไปใช้ในต่างประเทศ หรือไม่ก็เป็นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการจะเปลี่ยนไปใช้ บริการเครือข่ายรายอื่น

และพบว่ามีดิสทริบิวเตอร์หลายราย โดยเฉพาะจากฮ่องกงได้สั่งซื้อสินค้าไอโฟนทันทีเมื่อทราบข่าวว่าไอโฟนสามารถ ปลดล็อกได้ บางครั้งพบยอดสั่งถึง 1 พันเครื่อง จากนั้นผู้ขายจะนำสินค้ามาเก็บไว้เพื่อรอจนกว่าซอฟต์แวร์ปลดล็อกแพร่หลาย ก่อนที่จะนำไอโฟนวางจำหน่ายอีกครั้ง จึงทำให้ราคาของสินค้าในช่วงนั้นเกิดการผันผวนขึ้นมา

ชาวแซตกล่าว อีกว่า สำหรับการซื้ออุปกรณ์แฮนด์เซตประเภทอื่นผ่านเว็บไวต์ของตนนั้นมีผู้ซื้อ น้อยจำนวนกว่า 1 ใน 100 คนที่พยายามจะใช้บัตรเครดิตปลอม แต่กรณีของไอโฟน พบว่ามีการใช้บัตรเครดิตปลอมสูงถึง 1 ใน 5 ดังนั้นเพื่อควบคุมการหลอกลวงจึงต้องมีมาตรการให้ ผู้ต้องการซื้อไอโฟนส่งสำเนาเครดิตการ์ดและ ใบขับขี่มาให้เพื่อตรวจเช็กก่อน

ทั้งนี้ จากกระแสความนิยมของไอโฟนไม่เพียงแต่จุดชนวนให้ดีมานด์ในตลาดมากขึ้น แต่ได้สร้างรอยแผลให้กับแอปเปิลและพาร์ตเนอร์ตามมาด้วย เพราะรายได้ค่าบริการรายเดือนมูลค่าหลายร้อยดอลลาร์ที่โอเปอเรเตอร์และ แอปเปิลควรจะได้รับกลับต้องสูญเสียไป ทั้งสองฝ่ายจึงร่วมมือกันเพื่อหามาตรการยับยั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้น โดยจำกัดจำนวนเครื่องที่ลูกค้ามีสิทธิ์ที่จะซื้อคือ จากร้านแอปเปิล 5 เครื่อง และร้านพาร์ตเนอร์ 3 เครื่อง

มาร์ค ซีเกิล โฆษกของเอทีแอนด์ทีกล่าวว่า “ไอโฟนตั้งใจจะขายให้กับผู้ที่ต้องการซื้อสินค้า ไม่ใช่นำไปขายเพื่อจุดประสงค์ทางการค้าอื่น”

TelephonyOnline วิเคราะห์ว่า การแก้ปัญหาคือแอปเปิลควรจะเพิ่มการขายไอโฟนในประเทศต่างๆ เพื่อลดปัญหาไอโฟนปลดล็อก แต่เหตุการณ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าแอปเปิลอยู่ในภาวะดาบสองคมคือ ด้านหนึ่งจะช่วยผลักดันความต้องการไอโฟนในตลาดต่างประเทศให้มีมากขึ้น และอาจจะเป็นตัวเร่งให้แอปเปิลสามารถบรรลุยอดขาย 10 ล้านเครื่องที่ต้องการได้ในปีนี้ แต่ถ้าควบคุมปริมาณหรือจำกัดจำนวนจะทำให้ยอดขายอาจไม่เป็นไปตามที่ตั้งไว้

ขณะ ที่อีกด้านหนึ่งถ้าปล่อยให้เครื่องปลดล็อกจำนวนกว่า 1 ล้านเครื่องแทรกซึมอยู่ในตลาด อาจจะทำให้แอปเปิลสูญเสียรายได้ประมาณ 300-400 ล้านเหรียญที่คาดว่าจะเติบโตในอนาคต


ที่มา – คอลัมน์ click world หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ