5 เทคโนโลยี มาแรง ปี 2008 !!

Home / PC & Notebook / 5 เทคโนโลยี มาแรง ปี 2008 !!

เมื่อเรามี 3 เทรนด์ไอที ปี 2008 กรีนเทคโนโลยี ความแข็งแรงปลอดภัย และดีไซน์ล้ำเลิศประเสริฐศรี ก็ต้องมีเทคโนโลยีใหม่ที่สามารถสร้างของเล่นไอทีได้ตามเทรนด์ประจำปี และต่อไปนี้คือ 5 เทคโนโลยีใหม่ที่เราจะได้ใช้ในเร็วๆ นี้
         


Solid State Drive (SSD)
          Solid State Drive หรือที่เราเรียกสั้นๆ ว่า SSD เป็นฮาร์ดดิสก์แบบใหม่ ซึ่งไม่ใช้แผ่นแม่เหล็กและมอเตอร์หมุน หรืออธิบายง่ายๆ ก็คือ เป็นไดรฟ์เก็บข้อมูลที่มีระบบเชิงกลเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงรองรับแรงสั่นสะเทือนได้ดี มีขนาดเล็กและเบากว่าฮาร์ดดิสก์แบบแผ่นแม่เหล็ก ลักษณะการทำงานของ SSD จะเหมือนกับ Flash Drive การอ่านและเขียนข้อมูลจะทำงานผ่านไฟฟ้า ทำให้การเข้าถึงข้อมูลเร็วขึ้น และแทบไม่มีความร้อนออกมา รวมทั้งเสียงรบกวน
          นอกจากนี้ ยังประหยัดพลังงานกว่าฮาร์ดดิสก์ธรรมดา เพราะถ้าเทียบกับฮาร์ดดิสก์ปกติที่ใช้พลังงาน 1 วัตต์แล้ว SSD ใช้พลังงานเพียง 0.4 วัตต์เท่านั้น ถ้านำมาใช้ในโน้ตบุ๊กจะช่วยทำให้โน้ตบุ๊กทำงานเร็วขึ้น 3 เท่า และประหยัดไฟมากกว่า 95% ปัจจุบัน SSD ยังมีราคาแพงและมีความจุไม่มากนัก
          อย่างไรก็ตาม เวลานี้ Apple ได้ประกาศเปิดตัว MacBook Air ที่ใช้ Solid State Drive ไปแล้ว และค่ายอื่นๆ กำลังทยอยตามมา คือ Asus, Toshiba ในขณะที่ซัมซุงได้ประกาศการผลิต External SSD เพื่อมาแทนฮาร์ดดิสก์ โดยมีขนาดทั้ง 32 และ 64 GB สำหรับทดแทนฮาร์ดดิสก์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
         


45 นาโนซีพียู
          45 นาโนซีพียู เป็นซีพียูที่ใช้การผลิตแบบ 45 นาโน จากเดิมที่เราใช้เทคโนโลยี 65 นาโน โดยอินเทลจะเปิดตัวซีพียูโค้ดแนมเพนรีน (Penryn) ซึ่งเป็นซีพียูตัวแรกของโลกที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ 45 นาโน ทำให้มีความซับซ้อนได้มากขึ้น ทำงานเร็วขึ้น 10-40% ในขณะที่กินไฟน้อยลงจาก 65 วัตต์ เหลือ 35 วัตต์ เพิ่มความเร็วให้พีซี ใช้พลังงานน้อย ประหยัดแบตเตอรี่ รักษาสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังช่วยลดการรั่วไหลของอิเล็กตรอนในทรานซิสเตอร์ ทำให้มีประสิทธิภาพในการประมวลผลมากขึ้น ความร้อนซีพียูจะลดลงและทำให้ประหยัดไฟมากขึ้นด้วย 45 นาโนซีพียูยังมีขนาดเล็กกะทัดรัด จนสามารถออกแบบให้คอมพิวเตอร์พกพามีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา และดูทันสมัยมากขึ้น
          ส่วนซีพียูตัวจริงน่าจะออกจำหน่ายได้ราวๆ ไตรมาส 3 ของปีนี้ ดังนั้น ใครที่คิดจะซื้อคอมพิวเตอร์ประกอบใหม่ในปีนี้ น่าจะรอดูทิศทางช่วงปลายปีก่อน เพราะซีพียูถือเป็นหัวใจสำคัญของคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะมีผลต่อการเลือกซื้อเมนบอร์ดและการอัพเกรดเครื่องในอนาคต
         


 Multitouch Display
          อาจจะไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ในสายตาของคอไอที แต่ทว่านับจากนี้ไประบบจอภาพแบบสัมผัสจะเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการสั่งงานเครื่องมือต่างๆ อย่างสิ้นเชิง ง่ายต่อการควบคุมและง่ายต่อการเรียนรู้ เหมือนที่เครื่องพีดีเอโฟน ไอโฟน และไอพอดทัช ประสบความสำเร็จมาแล้ว การกลับมาในครั้งนี้เราอาจจะได้เห็นหน้าจอโทรศัพม์มือถือ หน้าจอแอลซีดี รวมทั้งหน้าจอแสดงผลการทำงานทั้งหลายกลายเป็นระบบมัลติทัชมากขึ้น
         


OLED (Organic Light Emitting Diode)
          จอภาพแบบใหม่ที่อาจจะเข้ามาโค่นแอลซีดีลงอย่างสิ้นเชิง หลังจากหมดยุคการแข่งขันระหว่างจอพลาสมากับจอแอลซีดีหมดลงไป แน่นอนว่าผู้ชนะคือจอแอลซีดี แต่คู่แข่งตัวใหม่เป็นจอภาพที่กินพลังงานต่ำ สามารถบิดโค้งงอได้ตามต้องการ ที่สำคัญคือมีแนวโน้มที่จะพัฒนาสีสันของภาพได้ดีกว่าแอลซีดีอีกด้วย จอภาพ OLED ชนิดใหม่ ที่แหล่งไฟแสงสว่างเป็น organic semiconductor ไม่ได้เป็นหลอดไฟสว่างแบบเดิม ทำให้จอภาพบางจนสามารถม้วนงอได้ และยังสามารถกำหนดพื้นที่ที่จะส่องสว่างได้ นอกจากนี้ ยังเหนือกว่าแอลซีดีตรงที่มีความไวในการแสดงผลสูงถึง 0.01 MS ในขณะที่จอ LED แบบดั้งเดิมความเร็วสูงสุดแค่ 2 MSเท่านั้น
         


จอภาพแบบ HD (High Defination)
          เมื่อการมาของจอภาพแบบ OLED เริ่มเข้าใกล้มาเรื่อยๆ จอภาพแบบแอลซีดีจึงขอขยับไปใช้แบบ HD ที่ความละเอียดภาพ 1080 พิกเซล ที่ให้รายละเอียดของภาพที่ชัดเจนกว่าจอภาพแบบแอลซีดีรุ่นเดิม ด้วยขนาด 1920 x 1080 พิกเซล ในขณะที่จอแอลซีดีทำได้เพียง 1204 x 728 พิกเซลเท่านั้น
          แต่ราคาของจอภาพแบบ HD ขนาดใหญ่มีราคาสูงถึงหลักแสน แต่เชื่อว่าอีกไม่กี่ปีราคาก็จะตกลงเหลือหลักหมื่นให้เราจะได้หาซื้อมาใช้ได้ไม่ยาก นอกจากนี้ ยูบีซีก็ประกาศพร้อมจะแพร่ภาพที่ความละเอียดระดับ HD อีกด้วย และทั้ง 5 เทคโนโลยีก็คือเทคโนโลยีใหม่ของปี 2008 ที่จะเข้ามาอย่างเต็มตัว และจะกลายเป็นศัพท์มาตรฐานของเล่นไอทีที่ควรจำไว้ก่อนเลือกซื้ออีกด้วย


ที่มา – http://www.posttoday.com/