10 เทคโนโลยี โลกตะลึง !!

Home / PC & Notebook / 10 เทคโนโลยี โลกตะลึง !!

 


ใครจะเชื่อว่านกเหล็กลำใหญ่มหึมาที่หนักแสนหนักจะเหาะเหินโจนทะยาน บรรทุกผู้คนบินข้ามทวีปไปได้ไกลแสนไกล

ใครจะคิดวันหนึ่งมนุษย์ตัวเล็กจะขึ้นไปเดินเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์ที่อยู่ไกลโพ้นได้

จินตนาการในอดีตเกิดขึ้นจริงมาแล้วนับไม่ถ้วน คำว่าเป็นไปไม่ได้ดูจะไม่สอดคล้องกับความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในโลกปัจจุบันสักเท่าไร เพราะอะไรต่อมิอะไรที่คิดว่า น่าจะอยู่ได้แค่ในยามหลับ กลับเป็นฝันที่เป็นจริงมาแล้วนักต่อนัก

เว็บไซต์ www.LiveScience.com ได้ประมวลวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 10 อย่างที่กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตมนุษย์ในอนาคตไว้ดังต่อไปนี้

10.ห้องสมุดดิจิทัล

ต้องยอมรับว่าคำว่า “ดิจิทัล” และความเป็น “ดิจิทัล” ทุกวันนี้ส่งผลต่อชีวิตและการทำงานของมนุษย์อย่างรวดเร็วและมากขึ้นทุกขณะ มีปรากฏให้เห็นตามสถานที่ต่างๆ จนถือเป็นเรื่องปกติ ตั้งแต่การเรียนการสอนออนไลน์, การค้นคว้าหาข้อมูล, หนังสือหนังหาและอีกสารพัน มีเว็บไซต์จำนวนมหาศาลไว้ให้ค้นคว้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเสมือนห้องสมุดขนาดใหญ่ที่ไม่เคยหลับใหล อาทิ กูเกิล วิกิพีเดีย หรือแม้แต่การถามตอบปัญหาต่างๆ แบบสดๆ ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต

9.สเต็มเซลล์ หรือยีนบำบัด

เนื่องจากโรคที่พบในปัจจุบันส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับยีนที่ฝังอยู่ในระบบพันธุกรรมของมนุษย์ ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์จึงกำลังขะมักเขม้นคิดค้นกระบวนการเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพยีนดังกล่าว พร้อมกับพลิกแพลงเซลล์ผิดปกติให้สามารถเติบโตตามทางที่ถูกต้อง หรือแก้ไขโรคต่างๆ ภายในยีน ไม่แน่ว่าต่อไปในอนาคตโรคที่ติดตัวมาแต่กำเนิดอาจถูกรักษาให้หายขาดได้









8.การแพร่กระจายของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไร้สาย

เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายทั้งไวแมกซ์, 3G, 4G หรือใดๆ ก็ตาม เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้การแพร่หลายของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไร้สายเพิ่มมากขึ้นทุกแห่ง ทุกที่ ทุกเวลา และเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันที่จำเป็นสำหรับมุนษย์ในการติดต่อสื่อสาร รวมถึงการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ข้ามไปมา เช่น การพัฒนาให้โทรศัพท์มือถือตรวจระบบป้องกันขโมยที่บ้านได้ เป็นต้น

7.หุ่นยนต์เคลื่อนที่

ว่ากันว่า “เจ้าหุ่นยนต์” ที่มีความสามารถพิเศษหลายด้าน ซึ่งบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำกำลังคิดค้นและพัฒนาขีดความสามารถกันอย่างขะมักเขม้นต่อไปจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตของมนุษย์มากขึ้น เช่น เข้ามาทำงานในบริเวณเสี่ยงภัยหรือชนบทห่างไกล มีการนำไปทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ จนเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางขึ้น รวมถึงเข้ามาแทนที่งานบ้านประจำวันที่น่าเบื่อของมนุษย์ด้วย

6.”โซลาร์เซลล์” ทั้งดี ทั้งถูก

แผ่นโซลาร์เซลล์ในปัจุจบันที่ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้า จากเดิมที่เคยมีราคาแพงแสนแพง มีแนวโน้มว่าจะลดราคาลงมาก มีมาตรฐานมากขึ้นและสามารถสร้างพลังงานเพิ่มขึ้นได้ถึง 3 เท่า โดยแนวโน้มการก่อสร้างที่พักอาศัยใหม่ๆ จะหันมานิยมใช้ โซลาร์เซลล์เป็นวัสดุสำคัญในการผลิตพลังงานไฟฟ้าด้วย

5.การประมวลผลของอุปกรณ์โดยอาศัย โลเกชั่น

แทนที่จะต้องคลิกตามไอคอน หรือใช้บราวเซอร์ค้นหาตามหน้าจอเหมือนในปัจุจบัน ต่อไปเมื่อเดินผ่านตามสถานที่ต่างๆ จะมีปรากฏภาพ 3 มิติที่อุปกรณ์สื่อสารโดยอัตโนมัติ ทำให้เราสามารถคลิกตรงภาพสถานที่นั้นๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือเพื่อรับข้อมูลข่าวสาร หรือลิงก์เข้าสู่เว็บไซต์เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่นั้นๆ ได้ทันที เช่นเดียวกับเซิร์ฟเวอร์ที่มี เป็นแหล่งรวบรวมของ อินเทอร์เน็ตแอดเดรส ต่อไปอาจมีการพัฒนาสามารถใช้ทำงานร่วมกันกับระบบทางภูมิศาสตร์ได้

4.เดสก์ทอป 3-D พรินติ้ง

แทนที่จะเดินไปตามร้านค้าเพื่อค้นหาบัดเจ็ตใหม่ๆ ต่อไปเราจะสามารถออกแบบสิ่งที่ต้องการ และสร้างผลงานผ่านเดสก์ทอป 3-D พรินติ้ง ไม่ว่าจะเป็นของเล่น อุปกรณ์เครื่องใช้ในครัว ของตกแต่งบ้าน เพื่อนำเสนอผลงานหรือจำหน่ายได้

3.เดินตามกฎของ “มัวร์”

ตามกฎของ “กอร์ดอน มัวร์” ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท “อินเทล” เคยบอกเป็นนัยว่า ประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์จะขยายเพิ่มเป็นสองเท่าทุกๆ ปี ผู้เชี่ยวชาญในวงการคอมพิวเตอร์ก็ให้ความเห็นในทำนองเดียวกันว่าอย่างน้อยสุดในอีก 2 ทศวรรษต่อจากนี้ อุปสรรคที่จะมีผลต่อการผลิตชิปจะถูกกำจัดออกไปและกฎที่มัวร์ตั้งไว้จะบรรลุผล โดยอุตสาหกรรมผลิตชิปที่มีความล้ำหน้ามากขึ้นจะเป็นผู้ทำลายอุปสรรคนั้น

2.การบำบัดโรคด้วยการ “โคลนนิ่ง”

การโคลนนิ่งในอนาคตจะทำเพื่อใช้ประโยชน์ในการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะหรือ เปลี่ยนเนื้อเยื่อ โดยเลี้ยงอวัยวะนั้นให้เติบโตบนภาชนะใดภาชนะหนึ่งด้วยการอาศัยเซลล์ต้นกำเนิดซึ่งทำให้ร่างกายผู้เป็นเจ้าของสามารถยอมรับเนื้อเยื่อได้ง่าย มิใช่เป็นการ “โคลนนิ่ง” เพื่อเพิ่มสิ่งมีชีวิตเหมือนแกะดอลลี่แต่อย่างใด ดังนั้นต่อไปหากมนุษย์ต้องเผชิญกับก้อนมะเร็งหรือมีอวัยวะที่ได้รับความเสียหายก็จะถูกแทนที่ด้วยอวัยวะใหม่จากการโคลนนิ่งดังกล่าว

1.เศรษฐกิจ “ไฮโดรเจน”

การบริโภคน้ำมันจำนวนมหาศาลในปัจจุบันของคนทั่วโลกทำให้ “น้ำมัน” กลายเป็น

เชื้อเพลิงที่มีความต้องการสูง และเดินเข้าสู่ช่วงขาดแคลนเข้าขั้นวิกฤตในอีกไม่ช้าไม่นานนี้อย่างแน่นอน หลายฝ่ายจึงหาทางออกด้วยการหาพลังงานทดแทน และหนึ่งในนั้น คือ การใช้ประโยชน์จาก “น้ำ” โดยอาศัยกระบวนการเผาไหม้เพื่อนำก็าซไฮโดรเจนมาใช้ให้เกิดประโยชน์

อย่างไรก็ตาม การเก็บไฮโดรเจนยังมี อุปสรรคอยู่มาก เนื่องจากความหนาแน่นของไฮโดรเจนต่ำมากและสามารถนำไปใช้กับอุปกรณ์หรือส่วนประกอบอื่นได้เพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น ดังนั้นจึงอาจต้องอาศัยเวลาในการพัฒนาหากจะเข้ามาแทนที่ “น้ำมัน” ได้ แต่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน


ที่มา – www.matichon.co.th