IT ช่วยได้ เตรียมตัวรับน้ำท่วมกับการใช้งานอุปกรณ์ IT, Smart Phone…

Home / ข่าวมือถืออื่น ๆ / IT ช่วยได้ เตรียมตัวรับน้ำท่วมกับการใช้งานอุปกรณ์ IT, Smart Phone…

ในช่วงนี้ สถานการณ์น้ำท่วม ดูจะรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สำหรับพื้นที่กทม.และปริมณฑล สำหรับคอ IT ทั้งหลายควรเตรียมตัวกันไว้บ้างนะครับ เพื่อที่จะช่วยให้เอาตัวรอดได้ในช่วงสภาวะน้ำท่วมวันนี้ เพื่อเป็นการเอาตัวรอดเฉพาะหน้า

เตรียมตัวก่อนน้ำมา ให้พร้อม ทั้งมือถือ โน้ตบุ้ค และอุปกรณ์ไอที

  1. ตราบใดที่ไฟฟ้ายังใช้ได้ ควรเตรียมเผื่อไว้เสมอๆ ในการชาร์ตแบทฯ คาไว้ ให้เต็มอยู่เสมอ หากใครมีแบตสำรอง งัดออกมาชาร์ตไว้ให้เต็มด้วยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นมือถือ โน้ตบุ้ค
  2. – หากเป็นมือถืออย่าง Smart phone ให้ลอง App ต่างที่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วมไว้ ลองใช้ดูให้เข้าใจ จะได้ไม่งงนะครับเวลาน้ำมา ว่าจะเช็คข่าวอย่างไร ที่เว็บไหนได้บ้าง
  3. ข้อมูลเบอร์โทรติดต่อฉุกเฉิน ควรบันทึกลงเครื่องไว้เลย เพราะเป็นเรื่องง่ายๆ ที่หลายคนไม่ได้คิดไว้ คิดว่าน้ำมาก็หาในเว็บได้ แต่ถ้าน้ำมาเยอะไฟฟ้าตัด จะหาที่ไหน? เผื่อไว้เลยดีกว่าครับ
  4. – ถ้าใครที่ใช้ หรือมี wifi account ที่เปิดให้ใช้งานทั่วไปตามถนนหรือพื้นที่สาธารณะ จดบันทึกไว้ หรือ save ไว้ให้ครบถ้วน เพราะถ้าต้องออกนอกพื้นที่ หรืออพยพออกจากบ้าน อย่างน้อยจะได้ไปใช้งานอัพเดทข่าวสารในพื้นที่ด้านนอกต่อได้ เผื่อไว้ในกรณีที่น้ำท่วมไล่หลังไปเป็นระยะๆ
  5. – ใครที่ใช้ PC และยังไม่ได้ยกเครื่องให้สูง หากมีข้อมูลสำคัญ ให้เตรียมเผื่อสำรองไว้ ในกรณีที่แย่ที่สุดคือ น้ำท่วมเครื่องช็อต อย่างน้อย งานการต่างๆจะไม่สูญหาย
  6. – มือถือหลายเครื่อง อย่าง Android มี apps สำหรับเปิดไฟแฟลชเป็นไฟฉาย หรือมี App สำหรับเปิดไฟหน้าจอคาไว้ เป็นไฟกระพริบขอความช่วยเหลือ “ลงไว้” เพราะแสงไฟพวกนี้ในที่มืด ช่วยได้เยอะ ในช่วงเวลาฉุกเฉินและมีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ
  7. สายชาร์ตอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็น โดยเฉพาะมือถือ ใส่ถุง หรือวางไว้ใกล้ๆ หากมีที่ชาร์ตจากรถยนต์ได้ เตรียมไว้ด้วยนะครับ เพราะในพื้นที่ตัดไฟแล้วคุณไม่สามารถอาจจะหาไฟชาร์ตได้ สิ่งเดียวที่พอเป็นไปได้คือ “ไฟฟ้าจากรถยนต์”
  8. – Apps ช่วยเหลือ พวก First AID พวกนี้มีอยู่ใน App Store, Market ลงไว้ไม่เสียหลายนะครับ
  9. – แผนที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจุดอพยพที่ใกล้ที่สุด เส้นทางที่น้ำไม่ท่วมที่ใกล้ที่สุด พวกนี้ ควร Save เป็นไฟล์ภาพเก็บไว้ในเครื่อง อย่างไปคิดว่าจะมีเน็ตใช้ตลอดนะครับ เพราะการเปิดภาพเฉยๆในเครื่องกินไฟน้อยกว่า การเปิด wifi, 3g นะครับ (ใน Google Map บน android เวอร์ชั่นใหม่ๆ สามารถเปิดดาวน์โหลด offline map ได้นะครับ โดยที่ไม่ต้องต่อเน็ตอีก แต่ต้องเลือกเฉพาะพื้นที่ใกล้ๆ รอบๆบ้านเท่านั้น )
  10. – จำไว้ว่า 3G ดี เร็วแรง แต่กินแบตมากกว่า edge นะครับ ดังนั้นถ้าสามารถสลับ mode กันได้ให้เลือกใช้เอาที่เหมาะ เช่นถ้าแค่อัพเดทข้อมูลกันทาง Whats App, twitter (ที่เป็น Text เฉยๆ) ใช้ edge ก็ได้ แต่ถ้าเป็นภาพ แผนที่ต่างๆ 3g ดีสุดครับไวกว่า สามารถโหลดเร็ว จบเร็ว ปิดหน้าจอได้เร็ว ดังนั้นเลือกใช้ให้เหมาะ

เมื่อน้ำมา เตรียมหนี มือถือ ให้เตรียมพร้อม

  1. มือถือที่ท่านใช้ ให้ทำการประหยัดไฟมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะคุณไม่อาจจะรู้ได้ว่า เมื่อไหร่จะได้ชาร์ต ดังนั้น ไม่ใช้ปิดหน้าจอ ปิดไวไฟ ปิดเน็ต พวกนี้เป็นสิ่งที่ทำงานอยู่และกินแบตมากที่สุด ไฟหน้าจอหากปรับได้ ปรับให้สว่างน้อยที่สุด
  2. – มือถือที่เป็น Touch Phone ทั้งหลาย ให้เตรียมห่อหุ้มเผื่อตกน้ำไว้ได้เลย คำแนะนำที่ดีที่สุดคือ ถุงยางอนามัย! ใส่เข้าไปผูกปากแบบมัดลูกโป่ง ปลอดภัยแม้ลื่นไปหน่อยก็ตาม คุณภาพของการสัมผัส (มือถือนะครับ) ขึ้นอยู่กับระดับความหนา ถ้ายิ่งบางแบบ 0.02 นี่เหมาะสำหรับมือถือ iPhone, Andorids รุ่นต่างๆ ที่เป็น Touch Screen อย่างยิ่ง (ยี่ห้อ Sagami หาซื้อได้นะครับ ในห้างบ้านเราพอมีขาย)
  3. ถ้าอยู่ในสภาวะที่แบตจะหมดแล้ว หรือใกล้หมด และยังไม่เห็นที่ชาร์ต แนะนำให้ปิดเครื่อง และเปิดเมื่อจำเป็น ถ้าขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานใดไว้ ให้นัดหมายเวลาโทรเช็คหรือโทรกลับให้ดี เช่น อีกสามนาที อีกห้านาที โทรกลับ พวกนี้ช่วยได้อย่างยิ่ง โดยเฉพาะเวลาติดเกาะกลางอยู่และรอการช่วยเหลือ
  4. – หากมีอุปกรณ์หลายตัว ทั้งมือถือ ทั้ง Tablet ไม่ว่า iphone, ipad, BB, Tab จะรุ่นไหนก็ตามแต่ ให้เลือกใช้เพียงช่องทางใดช่องทางหนึ่งก็พอ ไม่ต้องออนไลน์พร้อมกันทั้งหมด เปลืองแบตนะครับ เพราะหากยังหาที่ชาร์ตไม่ได้ และติดค้างอยู่ ยังพอที่จะสลับการใช้งานไปยังตัวอื่น เมื่ออีกตัวหนึ่งแบตหมด
  5. เลือกใช้ tablet ก่อนเป็นดี เพราะพวกนี้เกิดแบตเยอะ ชาร์ตได้ช้า และหลายตัว “โทรเข้าออกไม่ได้” ดังนั้น ควรเก็บมือถือไว้เป็นไม้ตายท้ายสุด
  6. การเดินทางช่วงกลางคืน หากไม่มีไฟฉายให้เอา Apps ไฟฉายต่างๆ งัดขึ้นมาใช้ แต่ควรใช้เท่าที่จำเป็นเช่น ส่องทางข้างหน้าให้ไกลที่สุดเท่าที่เดินไปได้โดยไม่ต้องเปิดไฟ แล้วปิดค่อยๆเดินไปเอา เพื่อประหยัดไฟ ถ้าจำเป็นเปิดคาไว้ ก็ไม่ควรเปิดนานมากควรพักเป็นระยะๆ เพราะอาจจะทำให้มือถือร้อน หลอดไม่พังไปก่อน

หลังจากหนีน้ำท่วมออกมาแล้ว

  1. – ถ้าชาร์ตได้ ให้ชาร์ทแบตทันที เผื่อมีคันกั้นน้ำพังระลอก 2
  2. – อัพเดทข้อมูลกลับไปทางเพื่อนฝูง ญาติพี่น้องให้ดี รวมทั้งหน่วยที่โทรไปแจ้งให้เข้าไปช่วยเหลือด้วย เพราะหลายครั้ง ออกมาแล้วไม่ได้แจ้งกลับไปยังที่ศูนย์ต่างๆ ทำให้หลายทีมไม่ทราบเข้าไปซ้ำ (ส่วนมากพบจากเพื่อนแจ้งซ้ำ) ทำให้โอกาสช่วยผู้อื่นลดลง
  3. – ถ้าอุปกรณ์ไอที ทั้งหลายโดนน้ำ อย่าพึ่งเปิดเครื่อง ให้ทำให้แห้งก่อน เพราะถ้าเปิดทันที ผลคือ ช็อตพัง แต่ถ้าทิ้งไว้ให้แห้ง ยังพอเปิดใช้งานได้ จนกว่าสนิมจะกินนั่นล่ะครับ

ที่เหลือหลังจากนี้ คงต้องประยุกต์ใช้ กันแล้วล่ะครับ สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในบ้านเรา ซึ่งสิ่งแรกที่ควรทำคือ เตรียมพร้อมให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะช่วยเหลือตนเองได้มากที่สุด และให้ทีมช่วยเหลือ ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมคนอื่นๆ ที่อาการหนักกว่าเราเพิ่มเติมอีกนะครับ