เปิดตัวแล้ว! iPad mini 3 มีอะไรใหม่บ้าง ติดตามด้านใน!

Home / iPad / เปิดตัวแล้ว! iPad mini 3 มีอะไรใหม่บ้าง ติดตามด้านใน!

เปิดตัวอย่างเป็นทางการเช่นกันครับ สำหรับ New Retina iPad mini หรือเรียกง่ายๆ ว่า iPad mini 3 ตามมาติดๆ กับ iPad Air 2 ที่เปิดตัวไปเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา โดยไอแพดมินิรุ่นใหม่นี้ มาพร้อมกับดีไซน์เล็กกระทัดรัด หน้าจอคมชัดขนาด 7.9 นิ้วเช่นเคย แต่เพิ่มความสามารถใหม่ๆ อย่างเช่นระบบ Touch ID หรือระบบสแกนลายนิ้วมือ และมีสีทองเป็นตัวเลือกเพิ่มเติมเข้ามา

ipadmini1

iPad mini 3 มีอะไรใหม่บ้าง?

บน iPad mini 3 ตัวใหม่นี้ มาพร้อมกับระบบ Touch ID ซึ่งเป็นระบบการระบุเอกลักษณ์บุคคลด้วยลายนิ้วมือ โดยระบบนี้เปิดตัวครั้งแรกกับ iPhone 5s, มีสีทองให้เลือก, และรองรับ Apple Pay ระบบการชำระเงินรูปแบบใหม่บน iOS 8

เจาะลึกสเปค

iPad mini 3 นอกจากจะมาพร้อมกับ Touch ID และสีใหม่แล้ว ส่วนใหญ่สเปคจะเหมือนกับ iPad mini 2 เลยครับ ทั้งขนาด และน้ำหนักเหมือนเดิมทั้งหมด ด้านการประมวลผลก็เช่นกัน Apple ยังคงใช้ชิป Apple A7 กับ iPad mini 3 เหมือนรุ่นก่อน โดยมาพร้อมหน้าจอขนาด 7.9 นิ้ว ความละเอียดระดับ Retina 2048×1536 พิกเซลเหมือนเดิม

กล้องถ่ายภาพ

iPad mini 3 มาพร้อมกล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 รองรับการถ่ายวีดีโอ Full HD 1080p และมาพร้อมฟีเจอร์การถ่าย Panorama แบบใหม่บน iOS 8 รวมถึงโหมดกล้องใหม่ต่างๆ เช่น timer mode, time-lapse video เป็นต้น กล้องหน้าความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล รองรับ FaceTime แบบ HD

ระบบการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต

ไอแพดมินิรุ่นใหม่ รองรับ 802.11n Wi-Fi ยังไม่รองรับ 802.11ac เหมือนที่อัพเกรดให้กับ iPad Air 2 ไม่รองรับ LTE Advance

แบตเตอรี่

iPad mini 3 สามารถใช้งาน 10 ชั่วโมงต่อเนื่อง ต่อการท่องเว็บ, ดูวีดีโอ, และฟังเพลงผ่าน Wi-Fi แต่ถ้าเล่นเน็ตด้วยเครือข่ายมือถือ จะเหลือ 9 ชม.

ipad_mini_3_hand

ราคา และวันวางจำหน่าย

iPad mini 3 จะเปิดให้จองตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป โดยมีสีให้เลือก 3 สี คือสีขาว, เทา, และสีใหม่ สีทอง โดยมีหน่วยความจำให้เลือกคือ 16, 64, และ 128GB

โดย iPad mini 3 รุ่น Wi-Fi Only มีราคาตั้งแต่ $399 / $499 / $599 สำหรับรุ่น 16, 64, และ 128GB ตามลำดับ ส่วนรุ่น Wi-Fi + Cellular (ใส่ซิมได้) มีราคาตั้งแต่ $529 / $629 / $729 สำหรับรุ่น 16, 64, และ 128GB ตามลำดับเช่นกัน

source: macrumors, theverge