เปิดตัว Android 5.0 Lollipop เวอร์ชั่นใหม่ ไฉไลกว่าเดิม มีฟีเจอร์อะไรเด็ดบ้าง ติดตามด้านใน!

Home / Android / เปิดตัว Android 5.0 Lollipop เวอร์ชั่นใหม่ ไฉไลกว่าเดิม มีฟีเจอร์อะไรเด็ดบ้าง ติดตามด้านใน!

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วครับ สำหรับระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชั่นล่าสุด ที่มีโค้ดเนมน่ากินเช่นเคย โดยคราวนี้มีชื่ออย่างเป็นทางว่า Android 5.0 Lollipop หรือแปลเป็นไทยก็เป็นพวกลูกอมนั่นเอง ซึ่งมีจุดเด่นใหม่ๆ ก็จะใกล้เคียงกับที่เคยพรีวิวไปแล้ว เมื่อเดือนมิถุนายน ก่อนหน้านี้

lollipop-statue

Android 5.0 Lollipop มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ที่เรียกว่า “Material Design” ที่จะย้ำเรื่องการใช้งานระบบปฏิบัติการเดียวบนทุกขนาดหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต นาฬิกา ทีวี จนรวมไปถึงรถยนต์ และยังมีส่วนอื่นๆ ที่ปรับปรุงเพิ่มเติม อย่างเช่น การปรับปรุงให้รองรับการประมวลผลแบบ 64 บิต การแจ้งเตือนแบบใหม่ และ Project Volta ที่ช่วยให้อุปกรณ์ประหยัดพลังงานมากขึ้นกว่าเดิม เป็นต้น

Android 5.0 Lollipop มีอุปกรณ์ใดอัพเดตได้บ้าง?

ในเบื้องต้น อุปกรณ์ที่จะสามารถอัพเดตได้คือ อุปกรณ์ตระกูล Nexus นั่นเอง โดยประกอบไปด้วย Nexus 4, Nexus 5, Nexus 7 (ทั้งรุ่น 2012 และ 2013), Nexus 10 และนอกจากนี้ยังรวมไปถึงพวกรุ่น Google Play Edition ต่างๆ โดยจะเริ่มอัพเดตได้ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป

ส่วนพวก Nexus 6, Nexus 9 และ Nexus Play ที่เพิ่งเปิดตัวไป จะมาพร้อมกับ Android 5.0 Lollipop อยู่แล้ว

ฟีเจอร์ใหม่ Android 5.0 Lollipop มีอะไรบ้าง?

จุดเด่นหลักๆ ของ Lollipop คือ มาพร้อมกับหน้าตา UI แบบใหม่ที่เรียกว่า Material Design ที่มีดีไซน์ดูสะอาดตา สีสันสดใส และมีแอนิเมชั่นที่สวยงาม ส่วนฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจ จะมีรายละเอียดดังนี้

lollipop-clan

Notifications การแจ้งเตือน

– การแจ้งเตือนจะฉลาดขึ้น ซึ่งจะเตือนเฉพาะเวลาที่คุณต้องการทราบเท่านั้น
– ดู และตอบโต้ข้อความได้โดยตรงจากหน้าจอแจ้งเตือน และยังสามารถซ่อนคอนเท็นต์ที่ไม่ต้องการแสดงได้
– Priority Mode ใช้สำหรับตั้งเวลาที่ไม่ต้องการรับสาย หรือการแจ้งเตือน เช่นเวลานอน และยังสามารถเลือกบุคคลพิเศษ ที่จะติดต่อกับคุณได้ในเวลาดังกล่าว
– ขณะกำลังชมคลิปวีดีโอ เมื่อมีสายเข้า คุณไม่จำเป็นต้องหยุดชมคลิปนั้น คุณสามารถเลือกที่จะรับสาย หรือไม่รับได้ทันที
– เรียงลำดับความสำคัญของการแจ้งเตือนของคุณ โดยจะให้ความสำคัญกับคนที่คุณติดต่อบ่อยๆ และประเภทของการสนทนานั้นๆ

Battery แบตเตอรี่

– ประหยัดพลังงานมากขึ้น
– มีระบบประหยัดพลังงานใหม่ Project Volta ที่สามารถยืดอายุแบตให้ใช้งานได้นานขึ้นอีก 90 นาที
– แสดงสถานะการชาร์จแบต ว่าอีกกี่นาทีแบตจะเต็ม
– แสดงระยะเวลาโดยประมาณ ว่าคุณจะต้องชาร์จแบตอีกเมื่อใด

Security ระบบความปลอดภัย

– ระบบการป้องกันข้อมูลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
– อุปกรณ์ที่เปิดใช้งานใหม่ จะมาพร้อมกับการเข้ารหัสข้อมูลทั้งหมด
– แอพทุกตัวจะถูกบังคับให้ใช้ SELinux (Security-Enhanced Linux) เพื่อการป้องกันการโจมตีจากมัลแวร์ต่างๆ
– Android Smart Lock เพิ่มความปลอดภัยในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ของคุณกับ wearable devices หรือแม้แต่รถของคุณ

Device Sharing ใช้อุปกรณ์หลายคน

– ใช้อุปกรณ์ได้หลากคน เช่น หากคุณลืมโทรศัพท์ คุณสามารถยืมมือถือของเพื่อน แล้ว log in ด้วยแอคเคาท์ของตนเอง เพื่อเข้าดูข้อมูลเช่น เบอร์โทร ข้อความ หรือรูปถ่าย ของคุณเองบนอุปกรณ์ของเพื่อนได้ แต่ต้องเป็น Lollipop ด้วยกันเท่านั้น
– มี Guest Mode สำหรับจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ หากเพื่อนขอยืมโทรศัพท์
– Screen Pinning สามารถเลือกหน้าจอให้เพื่อนเล่นได้ โดยเพื่อนไม่สามารถเปิดหน้าจออื่นได้

New Quick Settings การตั้งค่าด่วนแบบใหม่

– เข้าถึงการตั้งค่าด่วนที่คุณใช้งานเป็นประจำได้ง่าย เพียงลากสองนิ้วลงจากหน้าจอด้านบน และยังสามารถเปิดปิดไฟฉาย, เปิด/ปิด hotspot, หรือปรับการหมุนหน้าจอ เป็นต้น
– เปิด/ปิด Wi-Fi, Bluetooth หรือ ตำแหน่งของคุณด้วย Toggles ได้ง่ายขึ้น
– ปรับความสว่างหน้าจอได้ตามต้องการ จากนั้นระบบจะปรับความสว่างที่เหมาะสมตามสภาพแสงขณะนั้นอีกที (เหมือนกับที่มีอยู่แล้วบนมือถือหลายรุ่น แต่ Nexus ยังไม่มี)

Connectivity การเชื่อมต่อ

– การเชื่อมต่อที่ดีขึ้น และรองรับ Bluetooth Low Energy (การเชื่อมต่อบลูทูธแบบประหยัดพลังงาน)
– พัฒนาการสลับการเชื่อมต่อระหว่าง Wi-Fi และเครือข่ายมือถือที่ดีขึ้น ทำงานได้ไม่สะดุด
– สามารถเลือกให้ระบบต่อเน็ตด้วย Wi-Fi เท่านั้นได้
– ลดการใช้พลังงานในการค้นหา และเชื่อมต่ออุปกรณ์ Bluetooth Low Energy
– เพิ่มโหมด Bluetooth Low Energy (BLE) Peripheral สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง

Runtime and Performance การประมวลผล

– ใช้ Android Runtime แบบใหม่เรียกว่า ART ทำให้แอพพลิเคชั่นทำงานได้มีประสิทธิภาพ และตอบสนองได้ดีขึ้น
– การทำงานโดยรวมมีประสิทธิภาพมากขึ้น 4 เท่า, UI ลื่นขึ้นกว่าเดิม, บีบอัพแอพที่ทำงานอยู่เบื้องหลังให้ใช้ทรัพยากรน้อยลง ทำให้ไม่เปลืองแรม เปิดแอพได้มากขึ้น
– รองรับอุปกรณ์ที่ใช้ระบบประมวลผล 64 บิตเช่น Nexus 9 รวมไปถึงรองรับ ARM, x86, MIPSf ที่เป็น 64 บิตเช่นกัน
– แอพพวก Chrome, Gmail, Calendar, Google Play Music และอื่นๆ ของ Google ถูกปรับให้รองรับ 64 บิตเรียบร้อยแล้ว
– แอพประเภท Pure Java จะสามารถรัน 64 บิตได้อัตโนมัติ

Media ด้านความบันเทิง

– ปรับปรุงประสิทธิภาพด้านกราฟฟิก เสียง วีดีโอ และกล้องถ่ายภาพ
– เพิ่มประสบการณ์ด้านเสียงเพลงลง โดยลดความดีเลย์ของเสียง
– รองรับระบบเสียงแบบ Multi-Channel ได้สูงสุด 8 ช่องทาง เช่น 5.1 และ 7.1
– รองรับการเชื่อมต่อ USB เพื่อใช้เป็นไมค์โครโฟน, ลำโพง และอื่นๆ ได้
– เพิ่มประสิทธิภาพด้านเกมด้วย OpenGL ES 3.1 และ Android extension pack ที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าเครื่องเกมคอนโซล
– กล้องถ่ายภาพแบบใหม่ ที่เป็นมืออาชีพมากขึ้น เช่น บันทึกวีดีโอแบบ full resolution frames ที่ 30fps, รองรับไฟล์ RAW และ YUV, ควบคุมเซ็นเซอร์, เลนส์, แฟลชในการถ่ายภาพได้ดียิ่งขึ้นในการถ่ายภาพแต่ละเฟลม
– รองรับโค้ด HEVC main profile สำหรับเล่นวิดีโอ 4K 10-bit

อื่นๆ ที่น่าสนใจ

– ขณะหน้าจอดับ สามารถพูดคำว่า “OK Google” จากนั้นก็พูดคำสั่งด้วยเสียงได้ทันที (สำหรับ Nexus 6 และ 9)
– Tab & Go ใช้ NFC ในการตั้งค่าอุปกรณ์เครื่องใหม่ง่ายๆ โดยการแตะหลังกับอุปกรณ์เก่า
– รองรับภาษามากถึง 68+ ภาษา (ที่เพิ่มมาใหม่ Basque, Bengali, Burmese, Chinese (Hong Kong), Galician, Icelandic, Kannada, Kyrgyz, Macedonian, Malayalam, Marathi, Nepali, Sinhala, Tamil, Telugu)
– รองรับการเชื่อมต่อกับฮาร์ดแวร์คีย์บอร์ดมากกว่าเดิม