แดนสนธยาของหุ่นเขียว?

Home / Android, iPhone, Mobile & Tablet / แดนสนธยาของหุ่นเขียว?

 

Tech Believe This Or Not?  –  Nielsen’s  เพิ่งปล่อยสถิติส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟนล่าสุดออกมา ปรากฏว่าระบบปฎิบัติการณ์แอนดรอยด์  อันมาแบบแก๊งก๊วน นั้นยังครองสัดส่วนสูงสุดไว้ได้ที่  39%  ตามมาด้วยแรงศรัทธาจากสาวกของแอปเปิ้ลกับ iOS แพรตฟรอร์ม ฟันเพียวๆ คนเดียว ไปที่ 28%  RIM ยังรั้งอันดับ 3 พา Blackberry กินพื้นที่เค้กอยู่ 20%  ที่เหลือถูกจัดสันปันแบ่งกันไปคนละเล็กละน้อย ตั้งแต่ WP7 9% / Web OS  2% / Symbian 2%

 

 

หันมาดูข้อมูลด้าน device แอนดรอยด์ อย่างเดียว HTC เป็นผู้นำที่ (14%)  ตามมาด้วยโมโตโรล่า(11%)  ซัมซุง(8%)  และอื่นๆ รวมกัน (6%) จะเห็นว่าตัวเลขดังกล่าว นั้นสร้างความแช่มชื่น แด่เหล่าพันธมิตรอย่างมาก สำหรับการตัดสินใจเข้าร่วมวงไพบูรณ์หุ่นเขียว โดยเฉพาะกับค่ายฮัลโหลโมโต และกิมจิซัม ที่อาจเรียกว่า กลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง บนโลกสมาร์ทโฟน ยืนยันจากตัวเลข “Galaxy S II” ของกิมจิซัม กับสถิติสุดจะกลั้นยิ้ม 85 วัน 5 ล้านเครื่อง!!

 

 

ภายใต้ฉากข้อมูล ชุดอมยิ้มอันหวานลิ้น ด้านบน กลับมีชุดข้อมูลรสขม เล็ดลอดออกมา ว่าแม้ตัวเลขผู้ใช้ รวมถึง ผู้ที่เพิ่งเปิดการใช้งานแอนดรอยด์จะเพิ่มขึ้น กลับพบเปอร์เซ็นต์ “return to sender” หรือส่งกลับยังผู้ผลิตมากถึง 30 – 40% ในหลายๆ ผู้ผลิต ซึ่งมากกว่า return rate กรณีปัญหาเสาอากาศใน iPhone4  (Antennagate) เมื่อปี 2010 ที่มีอยู่ 1.7% เสียอีก และเหตุผลที่เป็นเช่นนั้น คือ ผู้ใช้ส่วนใหญ่ ขาดความเข้าใจในตัวแพรตฟอร์ม!!!

 

 

ในมุมมองของ Geek หรือ เนิร์ด ไอที ทั้งหลาย ตัวเลือกอย่างแพรตฟอร์มแอนดรอยด์ นั้นง่าย ยังคงสดใหม่ และเสรี ยืดหยุ่นต่อทั้งโปรแกรมเมอร์และผู้ใช้  ซึ่งความเป็นจริง ผู้ใช้โดยเฉลี่ย มองว่า “แอนดรอย์ซับซ้อน” และด้วยความที่มันขยายตลาดจากกลุ่ม Geek มีข้อมูลว่า บางผู้ใช้ตัดสินใจเลือกแอนดรอยด์ผ่านเหตุผลที่ว่า “คิดต่าง” (Think Different)  จนอาจต้องผิดหวังเมื่อเผชิญกับความต่าง ที่ง่ายดายกว่าใน iPhone กระทั่ง Blackberry ของเพื่อน!!

 

 

นอกจากนี้ เรื่องของฮาร์ดแวร์ ยังเป็นปัจจัยในการกำหนดราคาแต่ละเครื่อง ผู้ใช้จ่ายเพื่อฮาร์ดแวร์!!  แม้ระบบแอนดรอยด์ จะชูป้ายว่า “ข้าฟรี” แต่ เค้าว่ากันว่า คำว่า “ฟรี” นี่แหละหนา สร้างแรงปราถนาต่อการซื้อขายได้อย่างเบร็ดเสร็จ  คิดง่ายๆ “จะมีไหม หากใครสักคนได้อะไรมาฟรีๆ? นั่นเท่ากับว่า จะต้องมี อีกฝ่ายเสียไป โดยที่ไม่ได้อะไรกลับมา ? ” ปรัชญาการตลาดที่ นักการเมืองบ้านเรา น่าจะเข้าใจมันมากที่สุด!!!

 

 

 

 

Source By Techcrunch