Facebook จะครองโลกหรือ !?

Home / Mobile & Tablet / Facebook จะครองโลกหรือ !?

 

จากจำนวนผู้ลงทะเบียนกับเฟซบุ๊ค (Facebook) ที่มีมากถึง หกร้อยล้านคน เมื่อเปรียบเทียบกับประชากรของแต่ละประเทศ นับว่ามากเป็นอันดับสาม จะเป็นรองก็แต่ จีน กับ อินเดีย แต่เหมือนกับว่าเท่านั้นยังไม่เพียงพอ ก้าวต่อไปที่น่าจับตามองคือ การนำเอาบริการสังคมออนไลน์นี้ ใส่ลงในซิมการ์ด (SIM) ของโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยไม่จำเป็นต้องจำกัดการใช้งานบน สมาร์ทโฟน (Smartphone) เท่านั้น เครื่องธรรมดาก็สามารถเข้าร่วมเป็นสาวกของ เฟซบุ๊ก (Facebook) ได้
การขยายฐานจากกลุ่มที่เคยจำกัดอยู่เพียงผู้ที่ใช้งานอินเทอร์เน็ต ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (Desktop computer) หรือ พกพา (Computer notebook) และสมาร์ทโฟน เท่านั้น แน่นอนจะพยายามทางการตลาดอย่างไร พัฒนาบริการเพียงไหน กลุ่มผู้ใช้ก็จะขยายเกินกว่าจำนวนผู้ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และมีสมาร์ทโฟนได้
กลยุทธ์การเดินหมากในครั้งนี้ อาจจะเปลี่ยนโฉมหน้าการติดต่อสื่อสารในยุคดิจิตอล ด้วยการฝั่งแอพพลิเคชั่น (Application) ลงบนซิมการ์ด (SIM) มาตั้งแต่เริ่มแรก ซึ่งถ้าถามว่าเป็นเรื่องใหม่ไม่เคยมีมาก่อน ก็ไม่ใช่ ถ้าพอจำกันได้สมัยยุคที่เริ่มมีการใช้งาน โมบายล์อินเทอร์เน็ต ความเร็วต่ำๆ เมื่อหลายปีก่อน มีบริการที่ใช้แอพพลิเคชั่นงานผ่านซิม SIM Application Toolkit (STK) ซึ่งเริ่มต้นจากกลุ่มมาตรฐาน จีเอสเอ็ม (GSM) โดยใส่คำสั่งบางอย่างลงไปซิมการ์ด (SIM) จากโรงงานทำให้ สามารถเรียกใช้บริการเสริมต่างๆ ได้   อย่างไรก็ตามในยุคนั้นเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จพอสมควรเท่านั้น ต่างจากปัจจุบันที่บริการที่จ่อรออยู่อย่าง เฟซบุ๊ค (Facebook) เป็นที่นิยม ประกอบกับผู้ที่ถือเครื่องธรรมดามีจำนวนหลายพันล้านเครื่องทั่วโลก จึงกล่าวได้ว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ อาจทำให้จำนวนผู้ใช้จะก้าวกระโดดจากหลักร้อยล้าน เป็นหลายพันล้านรายก็เป็นได้
เมื่อพิจารณาดูจะพบว่าแนวคิดดังกล่าวเป็นสิ่งที่เคยทำมาแล้ว แต่ครั้งนี้น่าจะถูกเวลากว่า และตรงใจกว่า อย่าง ทวิตเตอร์ (Twitter) ก็มีโซลูชั่นลักษณะนี้ออกมา แทนที่จะต้องรับส่งผ่าน สมาร์ทโฟน (Smartphone) เท่านั้น สามารถใช้งานทวิตเตอร์ ผ่าน SMS ก็ได้  
การจับ เฟซบุ๊ก (Facebook) สื่อสังคมออนไลน์ เบอร์หนึ่งลงในซิมการ์ด (SIM) มีการประกาศออกมาจากผู้ผลิตซิมการ์ด (SIM) รายใหญ่ของโลก ซึ่งกลายเป็นคำตอบให้กับ ผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ทั่วโลกที่มีจำนวนนับ พันล้านเครื่อง ไม่จำเป็นต้องสามารถใช้งานโมบายล์ดาต้า (Mobile data) ได้  
ผู้ใช้ส่วนใหญ่ต้องการที่จะติดต่อกับเพื่อนบน เฟซบุ๊ก (Facebook) ตลอดเวลา ในทุกสถานที่ การนำเอา เฟซบุ๊ก (Facebook) ใส่ลงในซิมการ์ด (SIM) ทำให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อได้ด้วย ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหาซื้อ สมาร์ทโฟน มา ส่วนนี้ผู้ผลิตเครื่องอาจจะไม่ค่อยยินดีสักเท่าไหร่ โจทย์ที่สำคัญคือการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ฝังตัวซึ่งสามารถเรียกใช้งานได้กับทุกเครื่อง โดยจะรองรับการทำงานหลักอย่าง การอัพเดทสถานะ การโพสตข้อความบน Wall การส่งข้อความ และ Friend request เป็นต้น
แนวคิดนี้น่าจะเข้ากับพฤติกรรมของผู้ใช้ ที่ต้องการจะบอกกล่าวสิ่งที่เกิดขึ้นทันที แต่มีงบน้อยก็ยังคงใช้เครื่องเดิมได้ ไม่จำเป็นต้องใช้งานโมบายล์อินเทอร์เน็ต การออกมาประกาศในครั้งนี้ แม้ต้องใช้เวลาพิสูจน์ว่า ตลาดจะตอบรับดีแค่ไหน แต่ถ้าให้คาดการณ์ ประเทศที่คุ้นเคยกับการใช้งานลักษณะนี้ ส่งข้อความสั้น (SMS) เป็นอันดับต้นๆ ของโลก ก็คงจะหนีไม่พ้น ฟิลิปปินส์ ซึ่งเราอาจจะได้เห็นการใช้งานลักษณะนี้เป็นการติดต่อสื่อสารในยุคดิจิตอลใหม่ มาแทนการส่งข้อความสั้น ก็เป็นได้  
จากผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก (Facebook) ทั้งหมด สามสิบกว่าเปอร์เซนต์ เป็นผู้ใช้งานผ่านมือถือ และยังเป็นกลุ่มที่ใช้งานบ่อยกว่าปกติถึง สองเท่าตัว ดังนั้นการดึงเอากลุ่มที่ยังไม่ใช้งานผ่านมือถือ มาร่วมวงด้วย นอกจากจะเป็นการขยายฐานลูกค้าแล้ว ยังเป็นการเพิ่ม Activity ของผู้ใช้งานเฟซบุ๊คอีกทางหนึ่งด้วย เมื่อมีผู้ใช้งานมากขึ้น ก็ย่อมเป็นการสร้างมูลค่าให้กับ เฟซบุ๊ก อย่างแน่นอน  
เฟซบุ๊ก (Facebook) เป็นหนึ่งสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมระดับต้นๆ เริ่มเปิดให้บริการมาเพียงไม่กี่ปี   ใครก็ได้ที่อายุตั้งแต่ 13 ปี และมีอีเมล์ที่ใช้งานอยู่ ก็สมัครใช้งานได้ อายุของเฟซบุ๊กจัดว่าน้อย แต่ก็อย่าลืมว่าในธุรกิจดิจิตอล (Digital business) สินค้าและบริการต่างๆ อายุมันช่างสั้นเหลือเกิน (ในกรณีที่ไม่เพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานใหม่ๆ เข้าไป เพื่อต่ออายุขัย) บางทีเราเคยได้ยินเขาไปทำบุญ ซื้อโลงต่ออายุตัวเอง แต่สำหรับสินค้าบริการในยุคอินเทอร์เน็ตแล้วยาดีที่สุดเพื่อยืดอายุให้สามารถทำธุรกิจต่อไปได้ ต้องปรับปรุงและเพิ่มฟังก์ชั่นตอบสนองความต้องการให้ทันอกทันใจผู้ใช้นั่นเอง  
เกมในเฟซบุ๊ก น่าจะเป็นตัวสร้างความสัมพันธ์ได้อย่างดี ด้วยกลยุทธ์ว่าใครมีเพื่อนเยอะก็จะได้อะไรเพิ่มขึ้นในเกม นอกจากนั้นยังมีการหลอกล่อให้ต้องมีเพื่อนมาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในเกม ปลูกผักเลี้ยงปลากันใหญ่ วันก่อนมีโอกาสไปบรรยายเรื่องสังคมออนไลน์ให้กับกรมส่งเสริมการเกษตร ก็เล่าไปว่าบ้านเราน่าจะทำเกมลักษณะนี้ในรูปแบบไทยๆ บ้านเรามีเกษตรกร กว่าครึ่งค่อนประเทศ นี่ยังไม่นับรวมท่านที่ชอบทำการเกษตรบนโลกออนไลน์
ในทางกลับกันบางประเทศกลับห้ามให้ใช้งานเว็บนี้ บางบริษัทก็ห้ามใช้เนื่องจากเสียเวลาการทำงานของพนักงาน   เฟซบุ๊กได้รับการจัดอันดับเป็นเว็บสังคมออนไลน์ที่มีผู้ใช้มากที่สุดในปี ค.ศ. 2009  จำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว และที่น่าสนใจก็คือจำนวนผู้เล่นอินเทอร์เน็ตในสหรัฐเข้าใช้งานมากกว่ากูเกิ้ลเป็นครั้งแรกช่วงต้นปี 2010 อีกด้วย  
เมื่อมองย้อนกลับไปพบว่า กูเกิลมีแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจนที่จะมุ่งเป็นสื่อสังคมออนไลน์ สังเกตได้จากการเปิดตัว Google Buzz ซึ่งการตอบรับยังไม่ดีเท่าที่ควร และอีกบริการภายใต้ชื่อ Orkut ที่มีมาหลายปีแล้ว ก็ได้รับความนิยมเฉพาะในบราซิลเท่านั้น เมื่อพูดถึงบราซิลทำให้อดนึกถึงลีลาการเล่นฟุตบอลที่ใครๆ ต่างหลงใหล ด้วยสถิติชนะตลอดในรอบสุดท้าย แต่กลับต้องมาพ่ายให้กับนักเตะชาติอื่นกลับบ้านไปในศึกฟุตบอลโลก 2010 ว่าไปแล้วก็คงไม่มีใครเป็นแชมป์ตลอด แล้วในธุรกิจเครือข่ายสังคมออนไลน์ ใครจะเป็นแชมป์  
ว่าไปแล้วทางกูเกิลก็มีบริการหลายตัวที่จัดว่าเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าในโลกสังคมออนไลน์ อย่าง YouTube, Picasa และ Blogger เป็นต้น กูเกิลได้จ้างผู้เชี่ยวชาญด้านเว็บสังคมออนไลน์ เข้ามาเสริมทัพของตัวเองอย่างต่อเนื่อง เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่แสดงถึงการให้ความสำคัญกับธุรกิจนี้ แล้วถ้าไปดูที่ออฟชั่น (option) ในการค้นหาข้อมูลของกูเกิล ก็จะพบว่าได้เพิ่มการค้นหาข้อความในทวิตเตอร์ (Twitter) ไว้อีกด้วย
โดยเฉพาะการเดินหน้าของเฟชบุ๊ก (Facebook) ที่เพิ่มฟีเจอร์ (Feature) “Like” มาเก็บคลังข้อมูลขนาดมหาศาล ส่งผลให้ทางบริษัทได้ข้อมูลส่วนบุคคล และสามารถนำไปต่อยอดจัดอันดับเว็บไซต์ รวมถึงธุรกิจโฆษณาต่อไปได้ในอนาคต ทางกูเกิลทราบเรื่องนี้ดีจึงย่อมไม่นิ่งนอนใจรอคู่แข่งเข้ามาแข่งในตลาดของตนได้

ที่มา http://www.startpage.in.th/view/179906