7 ของขวัญยอดฮิต ที่คนไทยอยากได้เป็นของขวัญปีใหม่

Home / Mobile & Tablet / 7 ของขวัญยอดฮิต ที่คนไทยอยากได้เป็นของขวัญปีใหม่

ภาวุธ เผยผลสำรวจพฤติกรรมนักช็อปออนไลน์ช่วงปีใหม่ แย้มเตรียมเปลี่ยนแพลตฟอร์ม “ตลาดดอทคอม” รับตลาดอาเซียน

ราคูเท็น ตลาดดอทคอมเว็บไซต์บริการช็อปปิ้งออนไลน์ชั้นนำของเมืองไทยเผยผลสำรวจพฤติกรรมการช็อปปิ้งออนไลน์ระดับภูมิภาคอาเซียนและในประเทศไทยที่จัดทำขึ้นตามนโยบายของราคูเท็นประเทศญี่ปุ่นเพื่อยกระดับ e-marketplace เมืองไทยอย่างแท้จริงด้วยผลการสำรวจที่เชื่อถือได้พบยอดขายสมาร์ทวอชมาแรงเป็นผลจากกระแสคนนิยมวิ่งมาราธอน-ปั่นจักรยานขณะที่สินค้าแฟชั่นและเครื่องสำอางยังคงขายดีติดลมบน สำหรับแนวโน้มการใช้จ่ายของนักช็อปออนไลน์ในไทยช่วงปีใหม่จะอยู่ที่ราว 1,200 – 1,500 บาทต่อครั้งซึ่งโดยรวมทั้งภูมิภาคพบว่าผู้คนยังจะใช้จ่ายต่อเนื่องหลังเทศกาลใหญ่อีก 2 สัปดาห์เพราะเชื่อว่ายังจะได้โปรโมชั่นดีๆอยู่ส่วนสินค้าออนไลน์มาแรงในปี 2559 หนีไม่พ้นสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ไอทีเพราะการมาของ 4G พร้อมวางกลยุทธ์บุกตลาดต่างจังหวัดด้วยบริการเก็บเงินปลายทาง ระบุเตรียมรับมือกำลังซื้อในประชาคมอาเซียนต้นปีหน้าโดยทางราคูเท็น ตลาดดอทคอมจะเปลี่ยนแพลตฟอร์มเว็บไซต์สู่ระดับ Global Platform เอื้อผู้ค้าและผู้ซื้อให้สามารถซื้อขายได้แม้อยู่ต่างประเทศ คาดลดกำแพงการค้าออนไลน์พร้อมติดอาวุธผู้ค้าสู่ระดับโลก

6951236-new-year-gift-ribbon-christmas

7 ของขวัญยอดฮิตที่คนไทยอยากได้เป็นของขวัญปีใหม่

จากผลสำรวจพฤติกรรมช็อปปิ้งออนไลน์ที่จัดทำโดยราคูเท็น ตลาดดอทคอม

1. สินค้าแฟชั่น – เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าน้ำหอม เครื่องสำอาง
2. เงินสดหรือเครดิตการ์ด รวมไปถึงการจ่ายเงินให้
3. รถ บ้าน คอนโด
4. เครื่องประดับอัญมณี
5. ดอกไม้หรือของเล่นยอดฮิต
6. อาหารดีๆสักมื้อ
7. สมาร์ทโฟนและแก็ดเจ็ตรุ่นใหม่

Rakuten_TARAD_Infographic_2

 

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Tarad.com หรือ ราคูเท็นตลาดดอทคอม เผยว่า “เป็นนโยบายเจาะลึกพฤติกรรมการช็อปปิ้งออนไลน์ของลูกค้าโดยบริษัทราคูเท็นประเทศญี่ปุ่น โดยจัดทำในหลายๆประเทศที่มีบริษัทในเครือของราคูเท็น อย่างไต้หวัน ซึ่งเป็นตลาดอีคอมเมิร์ซใหญ่ของราคูเท็น รวมทั้งประเทศในกลุ่มอาเซียน ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย เพื่อนำผลสำรวจดังกล่าวมาพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพของตัวเว็บไซต์และผู้ค้าออนไลน์ของเราให้สามารถคัดเลือกสินค้าและจัดโปรโมชั่นให้ถูกใจกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการและรสนิยมที่หลากหลายได้อย่างครอบคลุมและสะดวกรวดเร็วที่สุด”

แบบสำรวจพฤติกรรมนักช็อปออนไลน์ของประเทศไทย ผู้เข้าร่วมสำรวจมีทั้งหมด500คนแบ่งเพศหญิงชายอย่างละ250 คน โดยเฉลี่ยช่วงอายุตั้งแต่ 20 – 60 ปี ทั้งในเขตกรุงเทพฯและนอกกรุงเทพฯอย่างละเท่ากันจากผลสำรวจ เทรนด์สินค้าออนไลน์ในประเทศไทยที่ได้รับความนิยมและขายดีในช่วงปีที่ผ่านมายังคงเป็นสินค้าประเภทแก็ดเจ็ต อุปกรณ์ไอทีต่างๆ รวมไปถึงสินค้าแฟชั่น นาฬิกา เสื้อผ้า น้ำหอม เครื่องสำอางก็ยังเป็นสินค้าติดลมบนอยู่ แต่ช่วงปลายปีเป็นต้นมาที่เห็นยอดขายเพิ่มขึ้นจนสังเกตได้คือแก็ดเจ็ตเพื่อคนชอบออกกำลังกายอย่างสมาร์ทวอช นาฬิกาอัจฉริยะที่สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจและวัดจำนวนก้าวเดิน ซึ่งเป็นผลพวงจากกระแสความนิยมวิ่งมาราธอนและปั่นจักรยานที่แพร่หลายในช่วงปีที่ผ่านมา

Rakuten_TARAD_Infographic_1

ส่วนในช่วงปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนักช็อปออนไลน์ในไทยมีแผนจะซื้อของขวัญประมาณ 1,200 – 1,500 บาท เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน17.8 % รั้งอันดับที่ 4 รองจาก สิงคโปร์21.6 %อินโดนีเซีย 19.6% และมาเลเซีย 18% ตามลำดับซึ่งปัจจัยหลักที่มีส่วนในการตัดสินใจซื้อสินค้าออนไลน์ของคนไทยนั้นหนีไม่พ้นกระแสการพูดถึงสินค้านั้นๆบนSocial Media และรีวิวจากผู้ใช้สินค้าซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่ยึด Social Media เป็นหลักในการช็อปปิ้งออนไลน์มากที่สุดในกลุ่มอาเซียน ขณะที่ประเทศอื่นๆยังใช้วิธีปากต่อปาก นอกจากนี้หลากหลายเว็บไซต์เพิ่มบริการส่งของและเก็บเงินปลายทางก็ยิ่งเป็นปัจจัยเสริมในการเลือกช็อปปิ้งออนไลน์ในช่วงปีใหม่ที่กำลังจะถึงนี้ด้วยเช่นกัน
เมื่อกล่าวถึงพฤติกรรมของนักช็อปในภาพรวมระดับภูมิภาคอาเซียนในช่วงคริสมาสต์และปีใหม่นี้ พบว่าจากการสำรวจพบว่ามีแนวโน้มช็อปปิ้งออนไลน์เพิ่มขึ้นกว่า 75% เมื่อเทียบกับปีก่อนและคาดว่ายอดการจับจ่ายในภาพรวมจะโตสูงถึง20% อันเนื่องผู้ให้บริการได้พัฒนาระบบเว็บไซต์รองรับไลฟ์สไตล์ลูกค้าอย่างตอบโจทย์มากขึ้นและที่สำคัญการช็อปปิ้งออนไลน์นั้นสะดวกสบาย ไม่เสียเวลาและไม่เหน็ดเหนื่อย นอกจากนี้เหล่านักช็อปยังมีแผนที่จะเลือกซื้อสินค้าในช่วงเวลา2สัปดาห์หลังคริสมาสต์และปีใหม่เนื่องจากต้องการซื้อหาของขวัญให้ตัวเองหลังจากทำงานเหนื่อยมาทั้งปีและคาดว่ายังจะได้รับส่วนลดอยู่

สำหรับเทรนด์สินค้าออนไลน์ในปี2559 นั้น ภาวุธยังเผยอีกว่า “สินค้าที่กำลังมาแรงและได้รับความสนใจคือสินค้าประเภทเทคโนโลยี โดยเฉพาะอุปกรณ์สมาร์ทโฟนเพราะการมาของ 4G จะเป็นตัวกระตุ้นให้คนหันมาใช้สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ไอทีมากขึ้น รวมไปถึงแก็ดเจ็ตเพื่อสุขภาพอย่างสมาร์ทวอชและแก็ดเจ็ตจำพวก Activity Tracker ซึ่งเป็นกลุ่มที่เติบโตอย่างน่าจับตามองเนื่องจากในปีที่ผ่านมาหลากหลายแบรนด์ได้ปล่อยรุ่นเด็ดๆออกมาแข่งขันกันมากมายสินค้าที่ยังคงได้รับความนิยมตลอดมาอย่างประเภทแฟชั่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง กระเป๋าถือผู้หญิงก็จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้หญิงหันมาซื้อสินค้าประเภทนี้ผ่านออนไลน์มากขึ้นสำหรับทิศทางการเลือกสินค้าเข้ามาขายที่Rakuten TARAD.com ยังคงเน้นสินค้าที่เข้ากับไลฟ์สไตล์และรุกตลาดต่างจังหวัดมากขึ้นกว่าที่ปีผ่านมา เนื่องจากทางเว็บไซต์ได้พัฒนาบริการเก็บเงินปลายทางหรือ Cash on Delivery ที่ลูกค้าสามารถรับกับมือและเห็นสินค้าก่อนจ่ายเงิน เพิ่มความมั่นใจก่อนทำการชำระเงินปลายทางด้วยระบบใหม่นี้ที่หน้าประตูบ้านได้เลย”

คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ (1)
ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Tarad.com

ยิ่งไปกว่านั้น ในฐานะที่ เป็น e-marketplaceชั้นนำของเมืองไทย หัวเรือใหญ่ของเว็บไซต์ได้เตรียมกลยุทธ์เพื่อรองรับการมาของประชาคมอาเซียนที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า “ทางราคูเท็น ตลาดดอทคอมมีแผนรับมือกับผู้ซื้อในระดับอาเซียน โดยเรามีการเปลี่ยนแปลงแพลตฟอร์มเว็บไซต์เพื่อเข้าสู่ระดับGlobal Platform ซึ่งส่งผลดีต่อการเข้าถึงลูกค้าทั้งในประเทศและทั่วทั้งอาเซียน เป็นการยกมาตรฐานของ E-commerce Platform ตามมาตรฐานระดับโลก ทั้งในแง่ของรูปแบบเว็บไซต์ที่ค้นหาสินค้าได้ง่ายขึ้นและความง่ายของการเข้าถึงร้านค้าทั่วโลกของ Rakuten ด้วยบัญชีสมาชิกเดียวกัน ทำให้ในอนาคตเหล่านักช็อปสามารถช็อปข้ามประเทศในที่เดียวได้เลย และตัวแพลตฟอร์มนี้ยังจะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยค้าขายกับต่างชาติได้สะดวกยิ่งขึ้น สามารถเข้าถึงลูกค้าทั้งในระดับอาเซียนและระดับโลก ซึ่งเมื่อวงจรการค้าออนไลน์รูปแบบนี้เติบโต ปลายทางของผลประโยชน์ในภาพใหญ่ก็คือประเทศไทยสามารถลดกำแพงทางการค้าลงได้ ทำให้เกิดการค้าขายได้จากทั่วทุกมุมโลก ติดอาวุธให้ผู้ประกอบการไทยเพื่อบุกตลาดโลกได้ในอีกไม่ช้า”ภาวุธย้ำถึงผลประโยชน์ที่ผู้ประกอบการไทยจะได้รับในอนาคตอันใกล้นี้