พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ดัน3จีสุดแรง… แม้ไม่ถึงฝั่ง

Home / Mobile & Tablet / พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ดัน3จีสุดแรง… แม้ไม่ถึงฝั่ง

เมื่อปี 53 “พ.อ.นที ศุกลรัตน์” ถือเป็นความหวังที่จะผลักดันเทคโนโลยีระบบ 3จีให้เกิดขึ้นในประเทศไทยแบบใกล้ความเป็นจริงมากกว่าครั้งไหนๆ

“ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำสั่งยืนตามศาลปกครองกลาง การที่ขณะนี้ยังไม่มีการบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 3จี จึงไม่เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐ หรือแก่การบริการสาธารณะแต่อย่างใด แม้การดำเนินกิจการตามอำนาจหน้าที่ของ กทช. เพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่การดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์สาธารณะก็ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความชอบด้วยกฎหมายด้วย โดยให้ กทช. ระงับการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ เพื่อการประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1 GHz และการดำเนินการต่อไปตามประกาศดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น” นายพรชัย มนัสศิริเพ็ญ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด และตุลาการเจ้าของสำนวน ได้นั่งบัลลังก์อ่านคำสั่งเมื่อเวลา 9.00 น. วันที่ 23 ก.ย. 2553
แม้ไม่ได้เป็นนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จจากกิจการมูลค่านับหมื่นนับแสนล้านบาท หากชื่อของชายผู้นี้ “พ.อ.นที ศุกลรัตน์” จับจองพื้นที่สื่อทุกแขนง ทุกสำนักต่อเนื่องยาวนานหลายเดือน เป็นความหวังที่จะผลักดันเทคโนโลยีระบบ 3จีให้เกิดขึ้นในประเทศไทย คำว่า “3จี” ที่เข้าใกล้ความเป็นจริงมากกว่าครั้งไหนๆ
จากการเป็นหัวเรือใหญ่ที่ปลุกปั้น 3จี ผู้ทุบโต๊ะดีเดย์ประมูลครั้งประวัติศาสตร์วันที่ 20 ก.ย. เคาะราคาใบอนุญาต 15 เมกะเฮิรตซ์ อายุ 15 ปีที่ 12,800 ล้านบาท ถึงสุดท้ายแล้วโครงการดังกล่าวจะถูกดับฝันลงจากคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด หากชื่อของเขาต้องถูกบันทึกไว้ในฐานะ”บุคคลโทรคมนาคมแห่งปี”
มาได้ไกลเพราะทุกคนช่วย
เขา กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติมากครั้งหนึ่งในชีวิตการทำงานที่ได้รับตำแหน่งนี้ แต่การผลักดัน 3จีตัวเขาคนเดียวไม่สามารถทำให้ถึงขณะนี้ แต่ได้รับแรงสนับสนุนจากคณะกรรมการกทช.ทุกคนที่ไว้วางใจให้เป็นผู้รับผิดชอบงาน แม้วันนี้ยังไม่เกิดการประมูล 3จีแต่รัฐบาลก็อนุมัติให้บมจ.ทีโอที เริ่มให้บริการ 3จีแล้วจากงบประมาณ 19,980 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีมากขึ้น
“ผมเองไม่เคยคาดฝันว่าจะได้รับมอบหมายจาก กทช. อีก 6 ท่าน ให้เป็นผู้รับผิดชอบผลักดันการดำเนินการออกใบอนุญาต 3จี ซึ่ง กทช. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการ 3จี ที่เข้มแข็ง มีความตั้งใจเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และหวังว่า 3จี จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงสังคมของเรา 6 เดือนที่ผ่านมา เราตั้งใจทำงาน ฝ่าฟันอุปสรรค ไม่เคยเอนเอียงไปยังฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือมีสิ่งแอบแฝงในการกำหนดแนวทางการออกใบอนุญาต”
ทุกวันนี้บริการโทรคมนาคม ไม่ได้จำกัดแต่การให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เท่านั้น แต่สิ่งที่ กทช. ให้ความสำคัญ คือ การให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ที่จะช่วยยกระดับการพัฒนาของประเทศ และ กทช. ก็ได้ดำเนินการเปิดประมูล 3จีมาเป็นเวลา 4 ปีแล้ว ได้จัดทำประชาพิจารณ์ รับฟังความเห็นสาธารณะของประชาชน ผู้ให้บริการ แต่เมื่อคำสั่งของศาลปกครองออกมาเช่นนั้น เขาก็ยินดีน้อมรับด้วยความเต็มใจ และพร้อมปฏิบัติตาม
พ.อ.นที เปิดใจอีกว่า แม้เขาไม่สามารถผลักดันโครงการนี้ได้ จะรู้สึกเสียใจอยู่บ้างที่ทำให้คนไทยไม่ได้ใช้ 3จี เพราะทุกอย่างใกล้เข้ามาแล้ว การประมูลจะเกิดขึ้นในอีกวัน สองวัน แต่ก็ต้องจบลงทั้งที่ยังไม่ทันตั้งตัว เขาเป็นทหารทำหน้าที่รับใช้ประเทศชาติมาตลอด แล้วก็เป็นสุภาพบุรุษมากพอที่ไม่ออกมาแฉ หรือตอบโต้ใครอย่างไร เพราะเข้าใจดีว่า ทุกเดินต้องเล่นในบทบาทของตัวเองรักษาผลประโยชน์ของแต่ละองค์กร
โลกาภิวัฒน์เทคโนโลยี
เขา กล่าวว่า วันนี้ไม่มีใครสามารถขัดขวางการเติบโตของเทคโนโลยี ของกระแสโลกได้ ต้องยอมรับว่าไทยเป็นประเทศที่รับเทคโนโลยีมาจากประเทศผู้ผลิต ดังนั้น จึงไม่สามารถกำหนดแนวโน้ม เทรนด์ของอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งโดยเฉพาะระบบ 2จีเองที่ยังเหลือแค่ไทย กับพม่าเท่านั้นที่ยังไม่เปิดให้บริการ 3จีได้ แต่หากเปิดประมูลไลเซ่น 3จี และให้บริการได้ เชื่อว่าใน 4 ปีที่ติดตั้งวางโครงข่าย (Roll out) ตามหลักเกณฑ์ที่ระบุให้ผู้ให้บริการที่ได้รับไลเซ่นปฏิบัติตาม จะช่วยให้อัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเป็น 80%
นอกจากนี้ การเข้าถึงเทคโนโลยีของประเทศ เป็นดัชนีชี้วัดสากลที่สำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และเศรษฐกิจโดยภาพรวม แต่การที่ต้องชะลอประมูล 3จี ก็เท่ากับแต่ละวินาทีของประเทศที่เสียโอกาส
จากงานนิทรรศการ 3.9G Thailand Human D.N.A วันที่ 12 ก.ย.2553 ก่อนจะถึงกำหนดเปิดประมูล 3จีที่โรงแรมเอวาซอน วันที่ 20 ก.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ยังเดินทางไปเป็นประธานพิธีปิดงาน พร้อมกับระบุเองว่า การเปิดให้บริการ 3จีจะช่วยส่งเสริมให้ปริมาณเงินในอุตสาหกรรมสะพัดได้มากกว่า 2.4 – 4 แสนล้านบาท ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งคำตอบแล้วว่า เทคโนโลยี 3จีส่งผลดีต่อประเทศได้อย่างไร
อย่างไรก็ดี การดำเนินการของทีโอที และ กสท ที่ฟ้องร้อง กทช. ให้เพิกถอนประกาศ 3จี ไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพราะการดำเนินการของ 2 องค์กรเป็นการกระทำที่ปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง ซึ่งต่างกับ กทช. ที่ดำเนินการเปิดประมูล 3จีเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของคนไทย และผลประโยชน์สาธารณะของชาติ
พ.อ.นที กล่าวว่า การต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงจากระบบเดิมโดยหน่วยงานของรัฐไปสู่การแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลก ไทยไม่ใช่ประเทศแรก การออกใบอนุญาตโดยองค์กรกำกับดูแล เป็นเจตนารมณ์ที่สำคัญของรัฐธรรมนูญในการยังประโยชน์แก่ประชาชนทุกคนจากการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม
ภูมิใจผลงานเด่น4เรื่อง
หลังจากได้มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง คณะกรรมการกทช.ใหม่ 4 คนสมัยนั้น ประกอบด้วย นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร, นายบัณฑูร สุภัควณิช, รศ.ดร.พนา ทองมีอาคม และตัวเขา (พ.อ.นที) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ. 2553 จนกระทั่งประกาศใช้พ.ร.บ.ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช.) วันที่ 20 ธ.ค.ทำให้สภาพของคณะกรรมการ กทช. ทุกคน กลายเป็นผู้ปฎิบัติหน้าที่แทนคณะกรรมการ กสทช. ก่อนจะแต่งตั้งได้เสร็จภายใน 180 วัน
เขา อธิบายว่า จากที่อยู่ในตำแหน่งมาเป็นระยะเวลา 10 เดือน เขามีเรื่องภูมิใจมากที่สุด 4 เรื่อง คือที่ร่วมกับคณะกรรมการ กทช. ทุกคนผลักดันเสร็จ เรื่องที่ 1 คือ การกำหนดค่าเชื่อมโยงโครงข่าย (อินเตอร์คอนเน็กชั่น ชาร์จ หรือไอซี) ระหว่างผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายที่มีอยู่ในอุตสาหกรรมอัตรานาทีละ 0.50 บาทต่อนาที จากเดิมที่ผู้ประกอบบางรายกำหนดค่าไอซีระหว่างกัน 1 บาท ซึ่งค่าไอซีกลางที่ กทช. กำหนดถือเป็นมาตรฐานใหม่ ที่จะเป็นกำหนดอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อให้ทุกรายคิดโปรโมชั่นสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
2. การประกาศอัตราขั้นสูงขั้นต่ำสำหรับผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยมติของคณะกรรมการ (บอร์ด) เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.2553 ได้ประกาศอัตราค่าบริการขั้นสูงของบริการไม่เกินนาทีละ 0.99 บาทรวมค่าไอซีแล้ว และค่าบริการขั้นต่ำที่ 0.51 บาทต่อนาที ซึ่งจะทำให้ทิศทางโปรโมชั่นปี 2554 จะต้องถูกกว่าที่เรียกเก็บจากประชาชน เพราะต้นทุนตายตัวก็เป็นตามที่ กทช. กำหนดจากค่าไอซี 0.50 บาท และกำหนดอัตราขั้นสูง จะทำให้ค่าบริการโทรศัพท์ต่อไปผู้ให้บริการต้องคิดไม่เกินนาที 1 บาทดังกล่าว
3. บริการคงสิทธิเลขหมาย (นัมเบอร์พอร์ตทิบิตี้) ที่ประกาศให้ผู้บริโภคสามารถเปลี่ยนเลขหมายได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนเครือข่าย โดยเปิดบริการนำร่องไปตั้งแต่วันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา กำหนดให้ผู้ประกอบการทั้ง 5 รายในตลาด เปิดรับลงทะเบียนลูกค้าที่ต้องการย้ายค่ายวันละ 100 เลขหมาย ซึ่งขณะนี้มียอดลูกค้ามาลงทะเบียนแล้วกว่า 10,000 ราย ส่วนเฟสที่ 2 จะขยายพื้นที่รับลงทะเบียนและย้ายเครือข่ายให้ลูกค้าไปทั่วประเทศ
และผลงานชิ้นสุดท้ายที่ภูมิใจคือ การกระตุ้นให้ประชาชนในประเทศเห็นถึงความสำคัญจากเทคโนโลยี 3จี เปิดรับการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย แม้การประมูล 3จีจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้
ดีแทคเห็นความตั้งใจ
นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานวางแผนกลยุทธ์ และกิจการองค์กร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่เลือกพ.อ.นที เป็นบุคคลโทรคมนาคมแห่งปี เพราะเรื่องการประมูล 3จีบนใบอนุญาต 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เป็นพันธกิจที่กทช. ชุดแรกตั้งแต่ที่ก่อตั้งเมื่อ 6 ปีก่อนประกาศเอาไว้ ว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่ต้องผลักดันให้สำเร็จโดยเร็ว แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครสามารถผลักดันให้แล้วเสร็จได้สักที จนมาถึง กทช. ชุดล่าสุดที่มีพ.อ.นที ร่วมอยู่ด้วยและเขาก็เป็นคนจุดประกาย 3จีขึ้นมาอีกครั้ง
“อยากให้ในอุตสาหกรรมนี้มีคนอย่างพ.อ.นที หลายๆ คน พูดได้เลยว่า ถ้าไม่มีเขา 3จีก็คงไม่เดินมาไกลถึงขณะนี้”
เขา กล่าวว่า ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมโทรคมนาคมไม่มีเรื่องตื่นเต้น หรือแม้แต่กระทั่งบริการใหม่ๆ ซึ่งผู้ให้บริการทุกเจ้า ซัพพลายเออร์ ผู้ผลิตคอนเทนต์ แอพพลิเคชั่น พูดได้ว่าในส่วนของผู้ให้บริการพร้อมแล้ว รอเพียงสัญญาณไฟเขียวจากภาครัฐ ให้ความสนับสนุนด้านกฎระเบียบ กฎหมายให้สามารถนำคลื่นความถี่ไปใช้งานได้ ซึ่งการประมูล3จี ไม่ใช่เพียงแต่ผู้บริโภคต้องการเท่านั้น แต่พวกเราก็ต้องการไม่แพ้กัน
“ทรู”แนะอย่าท้อต้องสานต่อ
นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการและประธานคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ระบุว่า พ.อ.นที มีคุณสมบัติที่ดีในการประสานงานเรื่องยากๆ เจรจากับคนอื่นๆ ได้ดี ทั้งการจัดทำแผนคลื่นความถี่ การจำกัดการใช้คลื่นความถี่ (สเปคตรัม แคป) หรือแม้แต่การเรียกคืนคลื่นความถี่ที่มีผู้ประกอบการบางรายใช้เกินจำนวน สำหรับการประมูล 3จีที่ต้องล้มลงไป เขาเชื่อว่า ไม่มีใครต้องการให้เกิด แต่การผลักดันครั้งนี้ ก็ถือเป็นว่าได้พลิกโฉมของวงการโทรคมนาคมได้มากขึ้น
“ผมอยากให้พ.อ.นทีไม่ท้อแท้ แม้ครั้งนี้จะทำไม่สำเร็จ แต่อยากให้เขาเป็นคนสานต่อภาระนี้ต่อไปจนกว่าจะมีการประมูล 3จีอีกครั้ง”
นอกจากนี้ นายศุภชัย ต้องการให้ทุกคนทุกฝ่ายมีส่วนร่วมทำให้เทคโนโลยีก้าวไปข้างหน้า โดยเห็นว่า บริการ 3จีจริงๆ แล้วไม่ได้อยู่ที่โทรศัพท์มือถือ แต่สิ่งที่สำคัญคือการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ในพื้นที่ห่างไกล ปัจจุบันนี้ ประเทศไทยมีครัวเรือนที่ใช้อินเทอร์เน็ตไม่ถึง 10% ของประชากรทั้งหมด อีกทั้งการที่ประชาชนเข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร มัลติมีเดีย ที่มีเพิ่มมากขึ้น จะมีส่วนสำคัญในการยกระดับการพัฒนาประเทศ
เอไอเอสให้การยอมรับ
นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) เอ่ยถึงพ.อ.นทีว่า เขาเป็นคนที่มีความพยายามสูงมาก ในที่นี้หมายถึงเรื่องความต้องการให้มี 3จีเกิดขึ้นในประเทศ ต้องมองย้อนดูว่า ประเทศไทยพูดถึง 3จีมานานขนาดไหนแล้ว เสียโอกาสทางธุรกิจ โอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีมามาก
ดังนั้น หากมีคนจุดพลุให้ทุกคนตระหนักถึงการเสียโอกาสของ 3จีที่ผ่านมา พ.อ.นที ทำได้ดี เขามีความมุ่งมั่น ต้องยอมรับในจิตใจของเขาที่ฝ่าฝันอุปสรรคมาได้ขนาดนี้
“จริงอยู่ที่การประมูลต้องล้มไป แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาพ.อ.นทีก็น่าจะรู้ดีว่ามันมีค่ามาก เพราะทุกคนเห็นถึงความพยายามและความมุ่งมั่นของเขาเต็มที่”
อย่างไรก็ดี การประมูลที่ต้องล้มลงไปจากคำสั่งของศาลปกครอง ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมแน่นอน เพราะทำให้ประเทศ และประชาชนเสียโอกาส ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมีประสิทธิภาพ ซึ่งก็ยากมากที่จะวัดออกมาเป็นมูลค่าว่าจะคิดเป็นเท่าไร ตอนนี้ความหวังมาอยู่ที่ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช) ที่มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2553
“จิรายุทธ”ดีใจด้วย
ขณะที่ คู่กรณีในชั้นศาล ระหว่างบมจ. กสท โทรคมนาคม ที่เป็นโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลให้ล้มการประมูล 3จีครั้งนี้ นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท กล่าวว่า การฟ้องครั้งนี้ เพื่อต้องการให้เกิดความชัดเจนเรื่องอำนาจของ กทช. ในการเปิดประมูล 3จี และการจัดสรรคลื่นความถี่ เพื่อประกอบกิจการออกใบอนุญาต (ไลเซ่น) 3จี ที่ กสท เห็นว่าขัดต่อกฎหมาย และขัดต่อรัฐธรรมนูญ
เขา ยืนยันว่า กสท ไม่มีเจตนาขัดขวางการพัฒนาระบบ 3จีในประเทศ แต่ต้องการให้เกิดความชัดเจน เพราะหากเดินหน้าประมูล 3จี ต่อไปโดยที่ กทช.ไม่มีอำนาจอย่างแท้จริงจะเกิดความเสียหายต่อ กสท
อย่างไรก็ตาม กับตำแหน่งบุคคลโทรคมนาคมแห่งปี ของ พ.อ.นที นั้น เขาให้ความเห็นว่า ยอมรับในความพยายาม และตั้งใจมุ่งมั่นที่ต้องการให้ประเทศก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีทัดเทียมสากล ก็คงไม่มีใครปฎิเสธได้ว่า ปีที่ผ่านมา พ.อ.นทีเป็นบุคคลที่เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง
“โดยส่วนตัวผมกับพ.อ.นที ไม่มีอะไรในใจต่อกัน การทำหน้าที่ของทุกคนย่อมมีบทบาทที่แตกต่างกันไป โดยจุดประสงค์ย่อมไม่มีใครเหมือนกัน ดังนั้น การที่ กสท ออกมาร้องต่อศาลปกครอง ที่ให้ระงับการประมูล 3จีก็ด้วยเหตุผลที่ กสท เห็นว่า การประมูลอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย”

“ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำสั่งยืนตามศาลปกครองกลาง การที่ขณะนี้ยังไม่มีการบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 3จี จึงไม่เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐ หรือแก่การบริการสาธารณะแต่อย่างใด แม้การดำเนินกิจการตามอำนาจหน้าที่ของ กทช. เพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่การดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์สาธารณะก็ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความชอบด้วยกฎหมายด้วย โดยให้ กทช. ระงับการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ เพื่อการประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1 GHz และการดำเนินการต่อไปตามประกาศดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น” นายพรชัย มนัสศิริเพ็ญ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด และตุลาการเจ้าของสำนวน ได้นั่งบัลลังก์อ่านคำสั่งเมื่อเวลา 9.00 น. วันที่ 23 ก.ย. 2553

แม้ไม่ได้เป็นนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จจากกิจการมูลค่านับหมื่นนับแสนล้านบาท หากชื่อของชายผู้นี้ “พ.อ.นที ศุกลรัตน์” จับจองพื้นที่สื่อทุกแขนง ทุกสำนักต่อเนื่องยาวนานหลายเดือน เป็นความหวังที่จะผลักดันเทคโนโลยีระบบ 3จีให้เกิดขึ้นในประเทศไทย คำว่า “3จี” ที่เข้าใกล้ความเป็นจริงมากกว่าครั้งไหนๆ

จากการเป็นหัวเรือใหญ่ที่ปลุกปั้น 3จี ผู้ทุบโต๊ะดีเดย์ประมูลครั้งประวัติศาสตร์วันที่ 20 ก.ย. เคาะราคาใบอนุญาต 15 เมกะเฮิรตซ์ อายุ 15 ปีที่ 12,800 ล้านบาท ถึงสุดท้ายแล้วโครงการดังกล่าวจะถูกดับฝันลงจากคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด หากชื่อของเขาต้องถูกบันทึกไว้ในฐานะ”บุคคลโทรคมนาคมแห่งปี”

มาได้ไกลเพราะทุกคนช่วย

เขา กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติมากครั้งหนึ่งในชีวิตการทำงานที่ได้รับตำแหน่งนี้ แต่การผลักดัน 3จีตัวเขาคนเดียวไม่สามารถทำให้ถึงขณะนี้ แต่ได้รับแรงสนับสนุนจากคณะกรรมการกทช.ทุกคนที่ไว้วางใจให้เป็นผู้รับผิดชอบงาน แม้วันนี้ยังไม่เกิดการประมูล 3จีแต่รัฐบาลก็อนุมัติให้บมจ.ทีโอที เริ่มให้บริการ 3จีแล้วจากงบประมาณ 19,980 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีมากขึ้น

“ผมเองไม่เคยคาดฝันว่าจะได้รับมอบหมายจาก กทช. อีก 6 ท่าน ให้เป็นผู้รับผิดชอบผลักดันการดำเนินการออกใบอนุญาต 3จี ซึ่ง กทช. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการ 3จี ที่เข้มแข็ง มีความตั้งใจเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และหวังว่า 3จี จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงสังคมของเรา 6 เดือนที่ผ่านมา เราตั้งใจทำงาน ฝ่าฟันอุปสรรค ไม่เคยเอนเอียงไปยังฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือมีสิ่งแอบแฝงในการกำหนดแนวทางการออกใบอนุญาต”

ทุกวันนี้บริการโทรคมนาคม ไม่ได้จำกัดแต่การให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เท่านั้น แต่สิ่งที่ กทช. ให้ความสำคัญ คือ การให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ที่จะช่วยยกระดับการพัฒนาของประเทศ และ กทช. ก็ได้ดำเนินการเปิดประมูล 3จีมาเป็นเวลา 4 ปีแล้ว ได้จัดทำประชาพิจารณ์ รับฟังความเห็นสาธารณะของประชาชน ผู้ให้บริการ แต่เมื่อคำสั่งของศาลปกครองออกมาเช่นนั้น เขาก็ยินดีน้อมรับด้วยความเต็มใจ และพร้อมปฏิบัติตาม

พ.อ.นที เปิดใจอีกว่า แม้เขาไม่สามารถผลักดันโครงการนี้ได้ จะรู้สึกเสียใจอยู่บ้างที่ทำให้คนไทยไม่ได้ใช้ 3จี เพราะทุกอย่างใกล้เข้ามาแล้ว การประมูลจะเกิดขึ้นในอีกวัน สองวัน แต่ก็ต้องจบลงทั้งที่ยังไม่ทันตั้งตัว เขาเป็นทหารทำหน้าที่รับใช้ประเทศชาติมาตลอด แล้วก็เป็นสุภาพบุรุษมากพอที่ไม่ออกมาแฉ หรือตอบโต้ใครอย่างไร เพราะเข้าใจดีว่า ทุกเดินต้องเล่นในบทบาทของตัวเองรักษาผลประโยชน์ของแต่ละองค์กร

โลกาภิวัฒน์เทคโนโลยี

เขา กล่าวว่า วันนี้ไม่มีใครสามารถขัดขวางการเติบโตของเทคโนโลยี ของกระแสโลกได้ ต้องยอมรับว่าไทยเป็นประเทศที่รับเทคโนโลยีมาจากประเทศผู้ผลิต ดังนั้น จึงไม่สามารถกำหนดแนวโน้ม เทรนด์ของอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งโดยเฉพาะระบบ 2จีเองที่ยังเหลือแค่ไทย กับพม่าเท่านั้นที่ยังไม่เปิดให้บริการ 3จีได้ แต่หากเปิดประมูลไลเซ่น 3จี และให้บริการได้ เชื่อว่าใน 4 ปีที่ติดตั้งวางโครงข่าย (Roll out) ตามหลักเกณฑ์ที่ระบุให้ผู้ให้บริการที่ได้รับไลเซ่นปฏิบัติตาม จะช่วยให้อัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเป็น 80%

นอกจากนี้ การเข้าถึงเทคโนโลยีของประเทศ เป็นดัชนีชี้วัดสากลที่สำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และเศรษฐกิจโดยภาพรวม แต่การที่ต้องชะลอประมูล 3จี ก็เท่ากับแต่ละวินาทีของประเทศที่เสียโอกาส

จากงานนิทรรศการ 3.9G Thailand Human D.N.A วันที่ 12 ก.ย.2553 ก่อนจะถึงกำหนดเปิดประมูล 3จีที่โรงแรมเอวาซอน วันที่ 20 ก.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ยังเดินทางไปเป็นประธานพิธีปิดงาน พร้อมกับระบุเองว่า การเปิดให้บริการ 3จีจะช่วยส่งเสริมให้ปริมาณเงินในอุตสาหกรรมสะพัดได้มากกว่า 2.4 – 4 แสนล้านบาท ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งคำตอบแล้วว่า เทคโนโลยี 3จีส่งผลดีต่อประเทศได้อย่างไร

อย่างไรก็ดี การดำเนินการของทีโอที และ กสท ที่ฟ้องร้อง กทช. ให้เพิกถอนประกาศ 3จี ไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพราะการดำเนินการของ 2 องค์กรเป็นการกระทำที่ปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง ซึ่งต่างกับ กทช. ที่ดำเนินการเปิดประมูล 3จีเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของคนไทย และผลประโยชน์สาธารณะของชาติ

พ.อ.นที กล่าวว่า การต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงจากระบบเดิมโดยหน่วยงานของรัฐไปสู่การแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลก ไทยไม่ใช่ประเทศแรก การออกใบอนุญาตโดยองค์กรกำกับดูแล เป็นเจตนารมณ์ที่สำคัญของรัฐธรรมนูญในการยังประโยชน์แก่ประชาชนทุกคนจากการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม

ภูมิใจผลงานเด่น4เรื่อง

หลังจากได้มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง คณะกรรมการกทช.ใหม่ 4 คนสมัยนั้น ประกอบด้วย นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร, นายบัณฑูร สุภัควณิช, รศ.ดร.พนา ทองมีอาคม และตัวเขา (พ.อ.นที) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ. 2553 จนกระทั่งประกาศใช้พ.ร.บ.ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช.) วันที่ 20 ธ.ค.ทำให้สภาพของคณะกรรมการ กทช. ทุกคน กลายเป็นผู้ปฎิบัติหน้าที่แทนคณะกรรมการ กสทช. ก่อนจะแต่งตั้งได้เสร็จภายใน 180 วัน

เขา อธิบายว่า จากที่อยู่ในตำแหน่งมาเป็นระยะเวลา 10 เดือน เขามีเรื่องภูมิใจมากที่สุด 4 เรื่อง คือที่ร่วมกับคณะกรรมการ กทช. ทุกคนผลักดันเสร็จ เรื่องที่ 1 คือ การกำหนดค่าเชื่อมโยงโครงข่าย (อินเตอร์คอนเน็กชั่น ชาร์จ หรือไอซี) ระหว่างผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายที่มีอยู่ในอุตสาหกรรมอัตรานาทีละ 0.50 บาทต่อนาที จากเดิมที่ผู้ประกอบบางรายกำหนดค่าไอซีระหว่างกัน 1 บาท ซึ่งค่าไอซีกลางที่ กทช. กำหนดถือเป็นมาตรฐานใหม่ ที่จะเป็นกำหนดอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อให้ทุกรายคิดโปรโมชั่นสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง

2. การประกาศอัตราขั้นสูงขั้นต่ำสำหรับผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยมติของคณะกรรมการ (บอร์ด) เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.2553 ได้ประกาศอัตราค่าบริการขั้นสูงของบริการไม่เกินนาทีละ 0.99 บาทรวมค่าไอซีแล้ว และค่าบริการขั้นต่ำที่ 0.51 บาทต่อนาที ซึ่งจะทำให้ทิศทางโปรโมชั่นปี 2554 จะต้องถูกกว่าที่เรียกเก็บจากประชาชน เพราะต้นทุนตายตัวก็เป็นตามที่ กทช. กำหนดจากค่าไอซี 0.50 บาท และกำหนดอัตราขั้นสูง จะทำให้ค่าบริการโทรศัพท์ต่อไปผู้ให้บริการต้องคิดไม่เกินนาที 1 บาทดังกล่าว

3. บริการคงสิทธิเลขหมาย (นัมเบอร์พอร์ตทิบิตี้) ที่ประกาศให้ผู้บริโภคสามารถเปลี่ยนเลขหมายได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนเครือข่าย โดยเปิดบริการนำร่องไปตั้งแต่วันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา กำหนดให้ผู้ประกอบการทั้ง 5 รายในตลาด เปิดรับลงทะเบียนลูกค้าที่ต้องการย้ายค่ายวันละ 100 เลขหมาย ซึ่งขณะนี้มียอดลูกค้ามาลงทะเบียนแล้วกว่า 10,000 ราย ส่วนเฟสที่ 2 จะขยายพื้นที่รับลงทะเบียนและย้ายเครือข่ายให้ลูกค้าไปทั่วประเทศ

และผลงานชิ้นสุดท้ายที่ภูมิใจคือ การกระตุ้นให้ประชาชนในประเทศเห็นถึงความสำคัญจากเทคโนโลยี 3จี เปิดรับการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย แม้การประมูล 3จีจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้

ดีแทคเห็นความตั้งใจ

นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานวางแผนกลยุทธ์ และกิจการองค์กร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่เลือกพ.อ.นที เป็นบุคคลโทรคมนาคมแห่งปี เพราะเรื่องการประมูล 3จีบนใบอนุญาต 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เป็นพันธกิจที่กทช. ชุดแรกตั้งแต่ที่ก่อตั้งเมื่อ 6 ปีก่อนประกาศเอาไว้ ว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่ต้องผลักดันให้สำเร็จโดยเร็ว แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครสามารถผลักดันให้แล้วเสร็จได้สักที จนมาถึง กทช. ชุดล่าสุดที่มีพ.อ.นที ร่วมอยู่ด้วยและเขาก็เป็นคนจุดประกาย 3จีขึ้นมาอีกครั้ง

“อยากให้ในอุตสาหกรรมนี้มีคนอย่างพ.อ.นที หลายๆ คน พูดได้เลยว่า ถ้าไม่มีเขา 3จีก็คงไม่เดินมาไกลถึงขณะนี้”

เขา กล่าวว่า ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมโทรคมนาคมไม่มีเรื่องตื่นเต้น หรือแม้แต่กระทั่งบริการใหม่ๆ ซึ่งผู้ให้บริการทุกเจ้า ซัพพลายเออร์ ผู้ผลิตคอนเทนต์ แอพพลิเคชั่น พูดได้ว่าในส่วนของผู้ให้บริการพร้อมแล้ว รอเพียงสัญญาณไฟเขียวจากภาครัฐ ให้ความสนับสนุนด้านกฎระเบียบ กฎหมายให้สามารถนำคลื่นความถี่ไปใช้งานได้ ซึ่งการประมูล3จี ไม่ใช่เพียงแต่ผู้บริโภคต้องการเท่านั้น แต่พวกเราก็ต้องการไม่แพ้กัน

“ทรู”แนะอย่าท้อต้องสานต่อ

นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการและประธานคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ระบุว่า พ.อ.นที มีคุณสมบัติที่ดีในการประสานงานเรื่องยากๆ เจรจากับคนอื่นๆ ได้ดี ทั้งการจัดทำแผนคลื่นความถี่ การจำกัดการใช้คลื่นความถี่ (สเปคตรัม แคป) หรือแม้แต่การเรียกคืนคลื่นความถี่ที่มีผู้ประกอบการบางรายใช้เกินจำนวน สำหรับการประมูล 3จีที่ต้องล้มลงไป เขาเชื่อว่า ไม่มีใครต้องการให้เกิด แต่การผลักดันครั้งนี้ ก็ถือเป็นว่าได้พลิกโฉมของวงการโทรคมนาคมได้มากขึ้น

“ผมอยากให้พ.อ.นทีไม่ท้อแท้ แม้ครั้งนี้จะทำไม่สำเร็จ แต่อยากให้เขาเป็นคนสานต่อภาระนี้ต่อไปจนกว่าจะมีการประมูล 3จีอีกครั้ง”

นอกจากนี้ นายศุภชัย ต้องการให้ทุกคนทุกฝ่ายมีส่วนร่วมทำให้เทคโนโลยีก้าวไปข้างหน้า โดยเห็นว่า บริการ 3จีจริงๆ แล้วไม่ได้อยู่ที่โทรศัพท์มือถือ แต่สิ่งที่สำคัญคือการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ในพื้นที่ห่างไกล ปัจจุบันนี้ ประเทศไทยมีครัวเรือนที่ใช้อินเทอร์เน็ตไม่ถึง 10% ของประชากรทั้งหมด อีกทั้งการที่ประชาชนเข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร มัลติมีเดีย ที่มีเพิ่มมากขึ้น จะมีส่วนสำคัญในการยกระดับการพัฒนาประเทศ

เอไอเอสให้การยอมรับ

นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) เอ่ยถึงพ.อ.นทีว่า เขาเป็นคนที่มีความพยายามสูงมาก ในที่นี้หมายถึงเรื่องความต้องการให้มี 3จีเกิดขึ้นในประเทศ ต้องมองย้อนดูว่า ประเทศไทยพูดถึง 3จีมานานขนาดไหนแล้ว เสียโอกาสทางธุรกิจ โอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีมามาก

ดังนั้น หากมีคนจุดพลุให้ทุกคนตระหนักถึงการเสียโอกาสของ 3จีที่ผ่านมา พ.อ.นที ทำได้ดี เขามีความมุ่งมั่น ต้องยอมรับในจิตใจของเขาที่ฝ่าฝันอุปสรรคมาได้ขนาดนี้

“จริงอยู่ที่การประมูลต้องล้มไป แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาพ.อ.นทีก็น่าจะรู้ดีว่ามันมีค่ามาก เพราะทุกคนเห็นถึงความพยายามและความมุ่งมั่นของเขาเต็มที่”

อย่างไรก็ดี การประมูลที่ต้องล้มลงไปจากคำสั่งของศาลปกครอง ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมแน่นอน เพราะทำให้ประเทศ และประชาชนเสียโอกาส ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมีประสิทธิภาพ ซึ่งก็ยากมากที่จะวัดออกมาเป็นมูลค่าว่าจะคิดเป็นเท่าไร ตอนนี้ความหวังมาอยู่ที่ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช) ที่มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2553

“จิรายุทธ”ดีใจด้วย

ขณะที่ คู่กรณีในชั้นศาล ระหว่างบมจ. กสท โทรคมนาคม ที่เป็นโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลให้ล้มการประมูล 3จีครั้งนี้ นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท กล่าวว่า การฟ้องครั้งนี้ เพื่อต้องการให้เกิดความชัดเจนเรื่องอำนาจของ กทช. ในการเปิดประมูล 3จี และการจัดสรรคลื่นความถี่ เพื่อประกอบกิจการออกใบอนุญาต (ไลเซ่น) 3จี ที่ กสท เห็นว่าขัดต่อกฎหมาย และขัดต่อรัฐธรรมนูญ

เขา ยืนยันว่า กสท ไม่มีเจตนาขัดขวางการพัฒนาระบบ 3จีในประเทศ แต่ต้องการให้เกิดความชัดเจน เพราะหากเดินหน้าประมูล 3จี ต่อไปโดยที่ กทช.ไม่มีอำนาจอย่างแท้จริงจะเกิดความเสียหายต่อ กสท

อย่างไรก็ตาม กับตำแหน่งบุคคลโทรคมนาคมแห่งปี ของ พ.อ.นที นั้น เขาให้ความเห็นว่า ยอมรับในความพยายาม และตั้งใจมุ่งมั่นที่ต้องการให้ประเทศก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีทัดเทียมสากล ก็คงไม่มีใครปฎิเสธได้ว่า ปีที่ผ่านมา พ.อ.นทีเป็นบุคคลที่เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง

“โดยส่วนตัวผมกับพ.อ.นที ไม่มีอะไรในใจต่อกัน การทำหน้าที่ของทุกคนย่อมมีบทบาทที่แตกต่างกันไป โดยจุดประสงค์ย่อมไม่มีใครเหมือนกัน ดังนั้น การที่ กสท ออกมาร้องต่อศาลปกครอง ที่ให้ระงับการประมูล 3จีก็ด้วยเหตุผลที่ กสท เห็นว่า การประมูลอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย”

ที่มา: bangkokbiznews

ที่มา http://www.startpage.in.th/view/164530