ปีทองของ โมบายแอปพลิเคชั่น

Home / Mobile & Tablet / ปีทองของ โมบายแอปพลิเคชั่น

ปี 2010 ที่ผ่านไปถือกันว่าเป็นปีทองของโมบายแอปพลิเคชั่นอย่างแท้จริง การ์ดเนอร์ประเมินว่ายอดขายแอปพลิเคชั่นทั่วโลกของเมื่อปีกลายนั้นสูงถึง 6,700 ล้านเหรียญสหรัฐ เกมอย่าง Angry Bird ที่ออกมาไม่นานทำยอดถล่มทลาย ขายไปได้ถึง 12 ล้านก๊อปปี้
โมบายแอปพลิเคชั่นได้รับแรงกระตุ้นที่สำคัญมาจากการก้าวเข้าสู่กระแสหลักของสมาร์ทโฟน ซึ่งเฉพาะไตรมาส 3 ของปีที่ผ่านมายอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลกจากตัวเลขของการ์ดเนอร์ คือ 81 ล้านเครื่อง รวมถึงการแจ้งเกิดแท็บเลตบนระบบปฏิบัติการหลัก ๆ 2 ตัว คือ iOS และแอนดรอยด์
ปีหน้าจากการประเมินของการ์ดเนอร์ ยอดขายไอแพดจะอยู่ที่เกือบ ๆ 55 ล้านเครื่อง
ขณะที่แอนดรอยด์จะยังคงเป็นตัวกระตุ้นตลาดแอปพลิเคชั่นต่อไป เพราะจะมีโทรศัพท์แอนดรอยด์ราคาถูก ๆ ออกมาในปีหน้า ที่การ์ดเนอร์ประมาณไว้ว่าราคาจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 บาทเท่านั้น
นักพัฒนาแอปพลิเคชั่นแห่กันหันมาหาโมบายแอปพลิเคชั่นกันเป็นทิวแถว มีบริษัทหน้าใหม่เกิดขึ้นมาเพื่อจับตลาดนี้มากมาย เพราะโอกาสยังคงเปิดและตลาดโตเร็วเพราะระบบที่สะดวกในการดาวน์โหลดและชำระเงิน บวกกับราคาแอปพลิเคชั่นที่ไม่สูงเกินไปนัก ทำให้ตัดสินใจง่าย
ปัจจุบันมีแอปพลิเคชั่นสำหรับมือถือและแท็บเลตอยู่มากมายหลายแสนตัวให้เลือกใช้ ทั้งที่ฟรี ราคาถูก ๆ ที่เริ่มจาก 30 บาทไปจนถึงที่ราคา 200-300 บาท แอปพลิเคชั่นส่วนมากจะเป็นแอปพลิเคชั่นสำหรับการใช้งานส่วนตัว ไม่ว่าเพื่อความบันเทิง เพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงาน หรือเพื่อการจัดการสิ่งต่าง ๆ รอบตัว
แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ทางด้านโมบายแอปพลิเคชั่นก็คือ การพัฒนาแอปพลิเคชั่นสำหรับการใช้ในองค์กร แนวโน้มนี้ในสหรัฐอเมริกา
จะเห็นได้ชัดที่สุดเมื่อองค์กรธุรกิจจะหันมาใช้แท็บเลตหรือสร้างแอปพลิเคชั่นรองรับการใช้งานบนแท็บเลตแทนเดสก์ทอป
เช่น SAP-AG กิจการพัฒนาซอฟต์แวร์ธุรกิจในเครือของเอทีแอนด์ที กำลังพัฒนาแอปพลิเคชั่นเพื่อช่วยให้พนักงานติดตามยอดขาย ติดตามตรวจสอบระบบ หรือเช็กเอาต์ลูกค้าแทนการใช้เดสก์ทอป เป็นต้น
การหันมาใช้แท็บเลตของบริษัทธุรกิจนี้เองที่จะเป็นตัวกระตุ้นแอปพลิเคชั่นสำหรับองค์กรธุรกิจขึ้น จากการประเมินของ ChangeWave ไตรมาสแรกของปีนี้ การใช้แท็บเลตในภาคธุรกิจจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว โดยมีไอแพดเป็นผู้ครองตลาดเกือบเบ็ดเสร็จ

ปี 2010 ที่ผ่านไปถือกันว่าเป็นปีทองของโมบายแอปพลิเคชั่นอย่างแท้จริง การ์ดเนอร์ประเมินว่ายอดขายแอปพลิเคชั่นทั่วโลกของเมื่อปีกลายนั้นสูงถึง 6,700 ล้านเหรียญสหรัฐ เกมอย่าง Angry Bird ที่ออกมาไม่นานทำยอดถล่มทลาย ขายไปได้ถึง 12 ล้านก๊อปปี้

โมบายแอปพลิเคชั่นได้รับแรงกระตุ้นที่สำคัญมาจากการก้าวเข้าสู่กระแสหลักของสมาร์ทโฟน ซึ่งเฉพาะไตรมาส 3 ของปีที่ผ่านมายอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลกจากตัวเลขของการ์ดเนอร์ คือ 81 ล้านเครื่อง รวมถึงการแจ้งเกิดแท็บเลตบนระบบปฏิบัติการหลัก ๆ 2 ตัว คือ iOS และแอนดรอยด์

ปีหน้าจากการประเมินของการ์ดเนอร์ ยอดขายไอแพดจะอยู่ที่เกือบ ๆ 55 ล้านเครื่อง

ขณะที่แอนดรอยด์จะยังคงเป็นตัวกระตุ้นตลาดแอปพลิเคชั่นต่อไป เพราะจะมีโทรศัพท์แอนดรอยด์ราคาถูก ๆ ออกมาในปีหน้า ที่การ์ดเนอร์ประมาณไว้ว่าราคาจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 บาทเท่านั้น

นักพัฒนาแอปพลิเคชั่นแห่กันหันมาหาโมบายแอปพลิเคชั่นกันเป็นทิวแถว มีบริษัทหน้าใหม่เกิดขึ้นมาเพื่อจับตลาดนี้มากมาย เพราะโอกาสยังคงเปิดและตลาดโตเร็วเพราะระบบที่สะดวกในการดาวน์โหลดและชำระเงิน บวกกับราคาแอปพลิเคชั่นที่ไม่สูงเกินไปนัก ทำให้ตัดสินใจง่าย

ปัจจุบันมีแอปพลิเคชั่นสำหรับมือถือและแท็บเลตอยู่มากมายหลายแสนตัวให้เลือกใช้ ทั้งที่ฟรี ราคาถูก ๆ ที่เริ่มจาก 30 บาทไปจนถึงที่ราคา 200-300 บาท แอปพลิเคชั่นส่วนมากจะเป็นแอปพลิเคชั่นสำหรับการใช้งานส่วนตัว ไม่ว่าเพื่อความบันเทิง เพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงาน หรือเพื่อการจัดการสิ่งต่าง ๆ รอบตัว

แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ทางด้านโมบายแอปพลิเคชั่นก็คือ การพัฒนาแอปพลิเคชั่นสำหรับการใช้ในองค์กร แนวโน้มนี้ในสหรัฐอเมริกา

จะเห็นได้ชัดที่สุดเมื่อองค์กรธุรกิจจะหันมาใช้แท็บเลตหรือสร้างแอปพลิเคชั่นรองรับการใช้งานบนแท็บเลตแทนเดสก์ทอป

เช่น SAP-AG กิจการพัฒนาซอฟต์แวร์ธุรกิจในเครือของเอทีแอนด์ที กำลังพัฒนาแอปพลิเคชั่นเพื่อช่วยให้พนักงานติดตามยอดขาย ติดตามตรวจสอบระบบ หรือเช็กเอาต์ลูกค้าแทนการใช้เดสก์ทอป เป็นต้น

การหันมาใช้แท็บเลตของบริษัทธุรกิจนี้เองที่จะเป็นตัวกระตุ้นแอปพลิเคชั่นสำหรับองค์กรธุรกิจขึ้น จากการประเมินของ ChangeWave ไตรมาสแรกของปีนี้ การใช้แท็บเลตในภาคธุรกิจจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว โดยมีไอแพดเป็นผู้ครองตลาดเกือบเบ็ดเสร็จ

ที่มา: prachachat

ที่มา http://www.startpage.in.th/view/164519