“ไอแพด”ที่สุดของแท็บเลต 5 ปรากฏการณ์เขย่าโลก คาดกวาดยอดขายทะลัก13ล้านเครื่อง

Home / Mobile & Tablet / “ไอแพด”ที่สุดของแท็บเลต 5 ปรากฏการณ์เขย่าโลก คาดกวาดยอดขายทะลัก13ล้านเครื่อง
ย้อนรอย 1 ปีก่อน”แท็บเลต”เผยโฉมสู่สายตาชาวโลก ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีต่างฟันธงว่าจะเจ๊งไม่เป็นท่า รวมถึง “ไอแพด”ของสตีฟ จ๊อบด้วย แต่ตรงกันข้าม ไอแพดประสบความสำเร็จอย่างงดงามหลังเปิดตัว บริษัทวิจัยการตลาดชั้นนำคาดการณ์ว่าปี2553แอปเปิลจะขายไอแพดได้มากถึง 13.3ล้านเครื่อง ตามไปดูว่าไอแพดมีดีอย่างไร
ไม่เกิน 1 ปีก่อนหน้านี้ ก่อนที่แท็บเลตพะยี่ห้อ “แอปเปิล” จะปรากฏโฉมสู่สายตาชาวโลก ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีทั้งหลายต่างออกมาตั้งคำถามในทำนองเดียวกันว่า “เจ้าไอแท็บเลต” (นิกเนมที่เรียกกันในขณะนี้) ของแอปเปิลจะมีใครซื้อไปใช้หรือไม่
ไม่มีใครเชื่อว่าแท็บเลตของ “สตีฟ จ็อบ” แห่งแอปเปิลจะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับที่ “ไอโฟน” ทำได้มาแล้ว
“อินโฟเวิลด์” เว็บไซต์ไอทีดังถึงกับเขียนบทความเพื่ออธิบายว่า “เหตุใดจึงมีข่าวลือว่าไอแท็บเลตของแอปเปิลจะเจ๊งไม่เป็นท่า” เช่นเดียวกับอีกเว็บดัง “เว็นเจอร์บีท” ที่ออกมาทำนายแบบฟันธงถึงเทรนด์ของผลิตภัณฑ์ด้านไอทีในปี 2010 ว่า “สินค้าประเภทแท็บเลตจะต้องประสบความล้มเหลว”
เราคงรู้กันแล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับแท็บเลตของแอปเปิล นาม “ไอแพด” เป็นเช่นไร
“ไอแพด” ประสบความสำเร็จอย่างงดงามหลังเปิดตัวทำตลาด โดยบริษัทวิจัยการตลาดทางอินเทอร์เน็ต “อีมาร์เก็ตเตอร์” ถึงคาดการณ์ว่าแอปเปิลจะขายไอแพดได้มากถึง 13.3 ล้านเครื่องภายในสิ้นปี ยังมีผลสำรวจอีกชิ้นชี้ให้เห็นด้วยว่า ไอแพดได้กลายเป็นของขวัญที่ผู้บริโภคต้องการมากที่สุดในช่วงเทศกาลวันหยุดสิ้นปี
มากไปกว่านั้น “ไอแพด” ยังได้สร้างผลกระทบในวงกว้างมากกว่าการพลิกโฉมอุปกรณ์ไอที
“ไอแพด” ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงต่อโลกใบนี้ในแบบที่เราคาดไม่ถึง ดังนี้
1.ผลักดันให้แอปเปิลกลายเป็นบริษัทไอทีอันดับหนึ่งของโลก
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไอแพดมีส่วนช่วยดันให้แอปเปิลพุ่งทะยานจนเป็นที่ 1 เหนือบริษัทไอทีเจ้าอื่นได้ เพราะในเดือนพฤษภาคมเพียง 1 เดือนหลัง “ไอแพด” วางตลาดทำให้แอปเปิลกลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีใหญ่สุดในโลกแทบจะในทันที จากเดิมที่ใคร ๆ เคยมองว่าแอปเปิลคงต้องอยู่ใต้เงาของ “ไมโครซอฟท์ไปตลอดกาล”
ความคิดนี้ต้องเปลี่ยนไปเมื่อแอปเปิลสามารถล้มแชมป์ยักษ์ใหญ่ไอทีลงได้สำเร็จ
2.สร้างเซ็กเมนต์สินค้าใหม่ให้ตลาด
ไอแพดได้จุดประกายความสนใจให้ตลาดคอมพิวเตอร์แท็บเลตพีซีอีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่ตลาดนี้เหมือนจะแน่นิ่งไปแล้ว โดยไม่ช้าไม่นานหลังแอปเปิลเปิดตัวไอแพด คู่แข่งรายอื่นก็ปรากฏตัวขึ้นตามมาแทบจะในทันที ไม่ว่าจะเป็นค่ายเกาหลี “ซัมซุง” ด้วย “กาแล็คซี่แท็บ” แต่ถึงกระนั้นนักการตลาดทั้งหลายยังมีความมั่นใจว่าแอปเปิลจะยังครองความเป็นผู้นำในตลาดแท็บเลตไปอีกนาน
3.ฟื้นชีพตลาดสิ่งพิมพ์
เราคงไม่สามารถฟันธงลงไปได้ว่า “ไอแพด” คือผู้ช่วยชีวิตตัวจริงของสื่อสิ่งพิมพ์ทั้งหลาย แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือมันได้จุดกระแสความนิยมของการอ่านนิตยสารและหนังสือพิมพ์ที่ซบเซาให้เฟื่องฟูขึ้นอีกครั้ง โดยบรรดาแอปพลิเคชั่นแปลก ๆ ทั้งหลายได้หยิบยื่นประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของสื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งคือการ “สัมผัสได้จริง” มาสู่อุปกรณ์ดิจิทัลตัวนี้
นอกจากนี้ แอปพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยมอย่าง “ฟลิปบอร์ด” ยังได้ผสมผสาน “โซเชียลเน็ตเวิร์ก” ของเว็บไซต์เข้ากับการสร้างประสบการณ์เสมือนให้รู้สึกว่ากำลังถือหนังสือพิมพ์จริง ๆ ด้วย
ที่สำคัญอุปกรณ์อย่าง “ไอแพด” ยังทำให้บรรดาผู้ผลิตสื่อสามารถเรียกเก็บค่าหนังสือของตนได้อีกครั้ง แต่นี่เป็นแค่การเริ่มต้นยังต้องจับตาดูกันต่อไปว่าแนวโน้มการเก็บเงินค่าอีบุ๊กจะยังมีต่อไปหรือไม่ เมื่อจำนวนเนื้อหาที่มีในไอแพดเริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
4.ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนรูปแบบหน้าเว็บไซต์
นี่อาจไม่ใช่ผลกระทบที่แอปเปิลต้องการให้เกิดขึ้น แต่ “ไอแพด” ได้เปลี่ยนรูปแบบการดีไซน์ของหน้าเว็บไซต์ไปแล้วจริง ๆ ผลของเรื่องนี้มาจากการที่บริษัทเว็บไซต์ต่าง ๆ พบความจริงที่ว่า แอปพลิเคชั่นบนไอแพดใช้งานมีประสิทธิภาพกว่าเว็บไซต์ต้นตำรับของตนเองเสียอีก ทำให้บรรดาเว็บต้นตำรับหันมาปรับเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์ของตนเองให้คล้ายแอปพลิเคชั่นที่เกิดทีหลัง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือการที่เว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์กชื่อดังอย่างทวิตเตอร์ปรับการดีไซน์หน้าเว็บไซต์ใหม่ ซึ่งมีลักษณะหน้าตาคล้ายกับแอปพลิเคชั่นทวิตเตอร์ที่ตนเองเป็นผู้พัฒนาขึ้นมามาก
5.แอพสโตร์บูม
ไอแพดได้สร้างรูปแบบการเข้าถึงแอปพลิเคชั่นและเนื้อหาต่าง ๆ บนอุปกรณ์พกพา ผ่านโมเดลแอพสโตร์ที่มีลักษณะเด่นแบบหาตัวจับยาก หลายคนอาจไม่ทราบว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของไอแพดไม่ใช่การเป็นอุปกรณ์ที่ทำตัวเป็นศูนย์กลางในการเข้าถึงเว็บไซต์ แต่เป็นศูนย์กลางในการเข้าถึงแอปพลิเคชั่นต่างหาก แม้แอปพลิเคชั่นส่วนใหญ่จะถูกพัฒนาออกมาให้เหมาะกับหน้าจอขนาดเล็ก ๆ และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบช้า ๆ ของไอโฟน แต่มันคงไม่มีอะไรเสียหายหากแอพฯเหล่านั้นจะย้ายมาอยู่บนอุปกรณ์ที่หน้าจอใหญ่ขึ้นและมีการเชื่อมต่อเร็วขึ้นผ่านเครือข่ายไว-ไฟใช่หรือไม่ ?
ถึงอย่างนั้นมันจะไม่เป็นการดีกว่าเหรอ ถ้าผู้บริโภคเข้าถึงเนื้อหาในเว็บไซต์ได้ฟรี ๆ แทนที่จะต้องมาจ่ายค่าเนื้อหาเดียวกันนี้ผ่านแอปพลิเคชั่น แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่กลับมองว่าแอปพลิเคชั่นคือศูนย์กลางของประสบการณ์การใช้งานอุปกรณ์พกพาไปซะแล้ว

 

ย้อนรอย 1 ปีก่อน”แท็บเลต”เผยโฉมสู่สายตาชาวโลก ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีต่างฟันธงว่าจะเจ๊งไม่เป็นท่า รวมถึง “ไอแพด”ของสตีฟ จ๊อบด้วย แต่ตรงกันข้าม ไอแพดประสบความสำเร็จอย่างงดงามหลังเปิดตัว บริษัทวิจัยการตลาดชั้นนำคาดการณ์ว่าปี2553แอปเปิลจะขายไอแพดได้มากถึง 13.3ล้านเครื่อง ตามไปดูว่าไอแพดมีดีอย่างไร

ไม่เกิน 1 ปีก่อนหน้านี้ ก่อนที่แท็บเลตพะยี่ห้อ “แอปเปิล” จะปรากฏโฉมสู่สายตาชาวโลก ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีทั้งหลายต่างออกมาตั้งคำถามในทำนองเดียวกันว่า “เจ้าไอแท็บเลต” (นิกเนมที่เรียกกันในขณะนี้) ของแอปเปิลจะมีใครซื้อไปใช้หรือไม่

ไม่มีใครเชื่อว่าแท็บเลตของ “สตีฟ จ็อบ” แห่งแอปเปิลจะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับที่ “ไอโฟน” ทำได้มาแล้ว

 

“ไอแพด”ที่สุดของแท็บเลต 5 ปรากฏการณ์เขย่าโลก คาดกวาดยอดขายทะลัก13ล้านเครื่อง รูปที่ 1

 

“อินโฟเวิลด์” เว็บไซต์ไอทีดังถึงกับเขียนบทความเพื่ออธิบายว่า “เหตุใดจึงมีข่าวลือว่าไอแท็บเลตของแอปเปิลจะเจ๊งไม่เป็นท่า” เช่นเดียวกับอีกเว็บดัง “เว็นเจอร์บีท” ที่ออกมาทำนายแบบฟันธงถึงเทรนด์ของผลิตภัณฑ์ด้านไอทีในปี 2010 ว่า “สินค้าประเภทแท็บเลตจะต้องประสบความล้มเหลว”

เราคงรู้กันแล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับแท็บเลตของแอปเปิล นาม “ไอแพด” เป็นเช่นไร

“ไอแพด” ประสบความสำเร็จอย่างงดงามหลังเปิดตัวทำตลาด โดยบริษัทวิจัยการตลาดทางอินเทอร์เน็ต “อีมาร์เก็ตเตอร์” ถึงคาดการณ์ว่าแอปเปิลจะขายไอแพดได้มากถึง 13.3 ล้านเครื่องภายในสิ้นปี ยังมีผลสำรวจอีกชิ้นชี้ให้เห็นด้วยว่า ไอแพดได้กลายเป็นของขวัญที่ผู้บริโภคต้องการมากที่สุดในช่วงเทศกาลวันหยุดสิ้นปี

มากไปกว่านั้น “ไอแพด” ยังได้สร้างผลกระทบในวงกว้างมากกว่าการพลิกโฉมอุปกรณ์ไอที

“ไอแพด” ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงต่อโลกใบนี้ในแบบที่เราคาดไม่ถึง ดังนี้

 

1.ผลักดันให้แอปเปิลกลายเป็นบริษัทไอทีอันดับหนึ่งของโลก

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไอแพดมีส่วนช่วยดันให้แอปเปิลพุ่งทะยานจนเป็นที่ 1 เหนือบริษัทไอทีเจ้าอื่นได้ เพราะในเดือนพฤษภาคมเพียง 1 เดือนหลัง “ไอแพด” วางตลาดทำให้แอปเปิลกลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีใหญ่สุดในโลกแทบจะในทันที จากเดิมที่ใคร ๆ เคยมองว่าแอปเปิลคงต้องอยู่ใต้เงาของ “ไมโครซอฟท์ไปตลอดกาล”

ความคิดนี้ต้องเปลี่ยนไปเมื่อแอปเปิลสามารถล้มแชมป์ยักษ์ใหญ่ไอทีลงได้สำเร็จ

2.สร้างเซ็กเมนต์สินค้าใหม่ให้ตลาด

ไอแพดได้จุดประกายความสนใจให้ตลาดคอมพิวเตอร์แท็บเลตพีซีอีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่ตลาดนี้เหมือนจะแน่นิ่งไปแล้ว โดยไม่ช้าไม่นานหลังแอปเปิลเปิดตัวไอแพด คู่แข่งรายอื่นก็ปรากฏตัวขึ้นตามมาแทบจะในทันที ไม่ว่าจะเป็นค่ายเกาหลี “ซัมซุง” ด้วย “กาแล็คซี่แท็บ” แต่ถึงกระนั้นนักการตลาดทั้งหลายยังมีความมั่นใจว่าแอปเปิลจะยังครองความเป็นผู้นำในตลาดแท็บเลตไปอีกนาน

3.ฟื้นชีพตลาดสิ่งพิมพ์

เราคงไม่สามารถฟันธงลงไปได้ว่า “ไอแพด” คือผู้ช่วยชีวิตตัวจริงของสื่อสิ่งพิมพ์ทั้งหลาย แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือมันได้จุดกระแสความนิยมของการอ่านนิตยสารและหนังสือพิมพ์ที่ซบเซาให้เฟื่องฟูขึ้นอีกครั้ง โดยบรรดาแอปพลิเคชั่นแปลก ๆ ทั้งหลายได้หยิบยื่นประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของสื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งคือการ “สัมผัสได้จริง” มาสู่อุปกรณ์ดิจิทัลตัวนี้

นอกจากนี้ แอปพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยมอย่าง “ฟลิปบอร์ด” ยังได้ผสมผสาน “โซเชียลเน็ตเวิร์ก” ของเว็บไซต์เข้ากับการสร้างประสบการณ์เสมือนให้รู้สึกว่ากำลังถือหนังสือพิมพ์จริง ๆ ด้วย

ที่สำคัญอุปกรณ์อย่าง “ไอแพด” ยังทำให้บรรดาผู้ผลิตสื่อสามารถเรียกเก็บค่าหนังสือของตนได้อีกครั้ง แต่นี่เป็นแค่การเริ่มต้นยังต้องจับตาดูกันต่อไปว่าแนวโน้มการเก็บเงินค่าอีบุ๊กจะยังมีต่อไปหรือไม่ เมื่อจำนวนเนื้อหาที่มีในไอแพดเริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

4.ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนรูปแบบหน้าเว็บไซต์

นี่อาจไม่ใช่ผลกระทบที่แอปเปิลต้องการให้เกิดขึ้น แต่ “ไอแพด” ได้เปลี่ยนรูปแบบการดีไซน์ของหน้าเว็บไซต์ไปแล้วจริง ๆ ผลของเรื่องนี้มาจากการที่บริษัทเว็บไซต์ต่าง ๆ พบความจริงที่ว่า แอปพลิเคชั่นบนไอแพดใช้งานมีประสิทธิภาพกว่าเว็บไซต์ต้นตำรับของตนเองเสียอีก ทำให้บรรดาเว็บต้นตำรับหันมาปรับเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์ของตนเองให้คล้ายแอปพลิเคชั่นที่เกิดทีหลัง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือการที่เว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์กชื่อดังอย่างทวิตเตอร์ปรับการดีไซน์หน้าเว็บไซต์ใหม่ ซึ่งมีลักษณะหน้าตาคล้ายกับแอปพลิเคชั่นทวิตเตอร์ที่ตนเองเป็นผู้พัฒนาขึ้นมามาก

5.แอพสโตร์บูม

ไอแพดได้สร้างรูปแบบการเข้าถึงแอปพลิเคชั่นและเนื้อหาต่าง ๆ บนอุปกรณ์พกพา ผ่านโมเดลแอพสโตร์ที่มีลักษณะเด่นแบบหาตัวจับยาก หลายคนอาจไม่ทราบว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของไอแพดไม่ใช่การเป็นอุปกรณ์ที่ทำตัวเป็นศูนย์กลางในการเข้าถึงเว็บไซต์ แต่เป็นศูนย์กลางในการเข้าถึงแอปพลิเคชั่นต่างหาก แม้แอปพลิเคชั่นส่วนใหญ่จะถูกพัฒนาออกมาให้เหมาะกับหน้าจอขนาดเล็ก ๆ และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบช้า ๆ ของไอโฟน แต่มันคงไม่มีอะไรเสียหายหากแอพฯเหล่านั้นจะย้ายมาอยู่บนอุปกรณ์ที่หน้าจอใหญ่ขึ้นและมีการเชื่อมต่อเร็วขึ้นผ่านเครือข่ายไว-ไฟใช่หรือไม่ ?

ถึงอย่างนั้นมันจะไม่เป็นการดีกว่าเหรอ ถ้าผู้บริโภคเข้าถึงเนื้อหาในเว็บไซต์ได้ฟรี ๆ แทนที่จะต้องมาจ่ายค่าเนื้อหาเดียวกันนี้ผ่านแอปพลิเคชั่น แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่กลับมองว่าแอปพลิเคชั่นคือศูนย์กลางของประสบการณ์การใช้งานอุปกรณ์พกพาไปซะแล้ว

ที่มา: prachachat

ที่มา http://www.startpage.in.th/view/164512