เอกชน10รายใหญ่โดดร่วมซื้อซอง3จีทีโอที

Home / Mobile & Tablet / เอกชน10รายใหญ่โดดร่วมซื้อซอง3จีทีโอที
ทีโอทีปิดขายซอง 3จีวันสุดท้ายวานนี้ มีเอกชนโทรคม 10 รายโดดซื้อซองประกวดราคา หัวเว่ย ฟอร์ท ยูคอม จัสมิน ร่วมวง ดีเดย์ยื่นซองประมูล 10 ม.ค.54
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเปิดขายซองประมูลโครงการติดตั้งโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี ของบมจ.ทีโอที ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติงบ 19,980 ล้านบาท ซึ่งเปิดขายซองตั้งแต่วันที่14 ธ.ค. ถึงวานนี้ (27 ธ.ค.) มีบริษัทเอกชนมาซื้อซองเทคนิคมูลค่า 5 แสนบาท เพื่อเข้าร่วมประกวดราคาโครงการจัดสร้างโครงข่ายโทรศัพท์ด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (อี-ออคชั่น) ทั้งหมด 10 ราย ได้แก่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น, บริษัท แซดทีอี (ประเทศไทย) จำกัด, บมจ.ล็อกซเล่ย์, บริษัท อิริคสัน ประเทศไทย จำกัด, บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์เมชั่น เทคโนโลยี, บริษัท อัลคาเทล – ลูเซ่น (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด, บมจ.ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น, บริษัท ยูคอม และบริษัท จัสมิน อินเตอร์เน็ต จำกัด
ทั้งนี้ โครงการจัดสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จีทีโอที บนคลื่นความถี่ 1900 เมกะเฮิรตซ์ มีขั้นตอนดังนี้ เมื่อผู้ที่ประสงค์จะเข้าร่วมประกวดราคาซื้อเอกสารเทคนิค ราคาซองละ 5 แสนบาทแล้ว จากนั้นทีโอทีกำหนดวันยื่นซองวันที่ 10 ม.ค.2554 เพียงวันเดียวตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. และจะเริ่มกระบวนเคาะราคาอี-ออคชั่นวันที่ 28 ม.ค.2554 คาดว่า จะได้ผู้ที่ชนะประกวดราคา และสามารถลงนามว่าจ้าง 15-18 ก.พ.เป็นต้นไป โดยโครงการขยายโครงข่าย 3จีแบ่งเป็นการประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้าง 17,440 ล้านบาท อัพเกรดโครงข่ายเดิมของบริษัท เอซีที โมบาย จากระบบ 2จีเป็น 3จีราว 2,000 ล้านบาท และงบสำรอง 540 ล้านบาท
รายละเอียดของทีโออาร์สำคัญๆ ของผู้ที่มีสิทธิ์เข้าประกวดราคา แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ 1.บริษัทที่จดทะเบียนในไทยสามารถเข้ายื่นซองได้เลยเป็นบริษัทเดียว หรือ ร่วมกับกิจการร่วมค้าคอนเซ้าส์เตียมกับบริษัทต่างชาติ แต่ตั้งมีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาทขึ้นไป 2. หากเป็นบริษัทต่างชาติประสงค์เข้ายื่นซองประกวดราคา ไม่สามารถเข้ายื่นซองลำพังได้ ต้องมีพันธมิตรหรือกิจการร่วมค้าบริษัทไทยอย่างน้อย 1 บริษัท โดยบริษัทได้ต้องมีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาทขึ้นไปด้วย ซึ่งจะต้องมีเอกสารแสดงผลงานที่เคยดำเนินการมูลค่า 500 ล้านบาทขึ้นไป และในวันที่ยื่นซองประมูลต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันมูลค่า 572 ล้านบาท หรือ 3% ของมูลค่าโครงการ 17,440 ล้านบาท
การประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้างในครั้งนี้ ประกอบด้วย ระบบโครงข่ายหลัก (คอร์ เน็ตเวิร์ก) จำนวน 1 ระบบสถานีฐาน (ยูทีอาร์เอเอ็น) จำนวน 4,772 แห่ง ระบบสื่อสัญญาณ (ทรานสปอร์ต เน็ตเวิร์ก) ระบบบริการจัดการโครงข่าย (โอเอสเอส) จำนวน 1 ระบบ ระบบบริการเสริมพื้นฐาน ระบบสนับสนุนการให้บริการ รวมทั้ง การติดตั้งอุปกรณ์และการจัดเตรียมสถานที่ และอุปกรณ์สนับสนุนและบำรุงรักษาโครงข่าย
ส่วนการจัดหาแหล่งเงินกู้จากสถาบันทางการเงิน ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างทำหนังสือเชิญชวน (ไอเอ็ม) กับสถาบันทางการเงินในประเทส ซึ่งคาดว่าจะภายในเดือนก.พ.2554 แล้วเสร็จใกล้เคียงกับความคืบหน้าในการหาพันธมิตรขายต่อบริการ (เอ็มวีเอ็นโอ) รายใหม่ได้ ซึ่งกรอบการให้บริการนั้น เฟส 1 และ เฟส 2 จะเปิดให้บริการได้ 180 วัน คือ กทม.ทุกพื้นที่และรวม ปริมณฑล และ 13 จังหวัดเศรษฐกิจ เฟสสุดท้าย จะขยายไปยังจังหวัดอีก 59 จังหวัด ภายใน 360 วัน
ด้านนายมรกต เธียรมนตรี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการตลาด และพัฒนาผลิตภัณฑ์ บมจ.ทีโอที กล่าวว่า ขณะนี้โครงการถนนไร้สาย หรืออินเทอร์เน็ตไร้สาย (ไทยเน็ต) ของทีโอทีตามนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติ ได้เปิดให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านไว-ไฟ ด้วยความเร็ว 2 เมกะบิตต่อวินาที ค่าบริการเดือนละ 199 บาทใน 6 จังหวัดแล้ว ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พิษณุโลก นครศรีธรรมราช ตรัง และ เพชรบูรณ์ โดยตั้งเป้าสิ้นปี 2554 จะเปิดให้บริการอินเตอร์เน็ตในโครงการถนนไร้สายได้ครอบคลุม 10 จังหวัด โดยติดตั้งจุดให้บริการไว-ไฟจังหวัดละ 80-90 จุด ใช้เงินลงทุนในการติดตั้งจุดไว-ไฟ จุดละ 4 หมื่นบาท
สำหรับพื้นที่ที่จะทำโครงการถนนไร้สายจะต้องเป็นพื้นที่ในชุมชนห่างไกล มีโรงเรียนและไฟฟ้าเข้าถึง เนื่องจากโครงการดังกล่าวทำขึ้นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของคนในสังคม คาดจะมีการซื้อบัตรอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สาย โครงการถนนไร้สายประมาณ 1 พันใบต่อเดือน
ทั้งนี้ การใช้บริการบัตรอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สาย โครงการถนนไร้สาย จะเข้าใช้งานได้ในเฉพาะพื้นที่ที่มีสัญลักษณ์โครงการถนนไร้สายเท่านั้น โดยโครงการนี้ไม่ทำในพื้นที่กรุงเทพฯ เนื่องจากเป็นพื้นที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในระดับ 3-4 เมกะบิต/วินาทีได้ง่าย และประชาชนมีความสามารถในการใช้จ่ายสูง ปัจจุบันทีโอทีมีรายได้จากบริการไว-ไฟปีละ 20 ล้านบาท

ทีโอทีปิดขายซอง 3จีวันสุดท้ายวานนี้ มีเอกชนโทรคม 10 รายโดดซื้อซองประกวดราคา หัวเว่ย ฟอร์ท ยูคอม จัสมิน ร่วมวง ดีเดย์ยื่นซองประมูล 10 ม.ค.54

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเปิดขายซองประมูลโครงการติดตั้งโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี ของบมจ.ทีโอที ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติงบ 19,980 ล้านบาท ซึ่งเปิดขายซองตั้งแต่วันที่14 ธ.ค. ถึงวานนี้ (27 ธ.ค.) มีบริษัทเอกชนมาซื้อซองเทคนิคมูลค่า 5 แสนบาท เพื่อเข้าร่วมประกวดราคาโครงการจัดสร้างโครงข่ายโทรศัพท์ด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (อี-ออคชั่น) ทั้งหมด 10 ราย ได้แก่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น, บริษัท แซดทีอี (ประเทศไทย) จำกัด, บมจ.ล็อกซเล่ย์, บริษัท อิริคสัน ประเทศไทย จำกัด, บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์เมชั่น เทคโนโลยี, บริษัท อัลคาเทล – ลูเซ่น (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด, บมจ.ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น, บริษัท ยูคอม และบริษัท จัสมิน อินเตอร์เน็ต จำกัด

ทั้งนี้ โครงการจัดสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จีทีโอที บนคลื่นความถี่ 1900 เมกะเฮิรตซ์ มีขั้นตอนดังนี้ เมื่อผู้ที่ประสงค์จะเข้าร่วมประกวดราคาซื้อเอกสารเทคนิค ราคาซองละ 5 แสนบาทแล้ว จากนั้นทีโอทีกำหนดวันยื่นซองวันที่ 10 ม.ค.2554 เพียงวันเดียวตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. และจะเริ่มกระบวนเคาะราคาอี-ออคชั่นวันที่ 28 ม.ค.2554 คาดว่า จะได้ผู้ที่ชนะประกวดราคา และสามารถลงนามว่าจ้าง 15-18 ก.พ.เป็นต้นไป โดยโครงการขยายโครงข่าย 3จีแบ่งเป็นการประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้าง 17,440 ล้านบาท อัพเกรดโครงข่ายเดิมของบริษัท เอซีที โมบาย จากระบบ 2จีเป็น 3จีราว 2,000 ล้านบาท และงบสำรอง 540 ล้านบาท

รายละเอียดของทีโออาร์สำคัญๆ ของผู้ที่มีสิทธิ์เข้าประกวดราคา แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ 1.บริษัทที่จดทะเบียนในไทยสามารถเข้ายื่นซองได้เลยเป็นบริษัทเดียว หรือ ร่วมกับกิจการร่วมค้าคอนเซ้าส์เตียมกับบริษัทต่างชาติ แต่ตั้งมีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาทขึ้นไป 2. หากเป็นบริษัทต่างชาติประสงค์เข้ายื่นซองประกวดราคา ไม่สามารถเข้ายื่นซองลำพังได้ ต้องมีพันธมิตรหรือกิจการร่วมค้าบริษัทไทยอย่างน้อย 1 บริษัท โดยบริษัทได้ต้องมีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาทขึ้นไปด้วย ซึ่งจะต้องมีเอกสารแสดงผลงานที่เคยดำเนินการมูลค่า 500 ล้านบาทขึ้นไป และในวันที่ยื่นซองประมูลต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันมูลค่า 572 ล้านบาท หรือ 3% ของมูลค่าโครงการ 17,440 ล้านบาท

การประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้างในครั้งนี้ ประกอบด้วย ระบบโครงข่ายหลัก (คอร์ เน็ตเวิร์ก) จำนวน 1 ระบบสถานีฐาน (ยูทีอาร์เอเอ็น) จำนวน 4,772 แห่ง ระบบสื่อสัญญาณ (ทรานสปอร์ต เน็ตเวิร์ก) ระบบบริการจัดการโครงข่าย (โอเอสเอส) จำนวน 1 ระบบ ระบบบริการเสริมพื้นฐาน ระบบสนับสนุนการให้บริการ รวมทั้ง การติดตั้งอุปกรณ์และการจัดเตรียมสถานที่ และอุปกรณ์สนับสนุนและบำรุงรักษาโครงข่าย

ส่วนการจัดหาแหล่งเงินกู้จากสถาบันทางการเงิน ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างทำหนังสือเชิญชวน (ไอเอ็ม) กับสถาบันทางการเงินในประเทส ซึ่งคาดว่าจะภายในเดือนก.พ.2554 แล้วเสร็จใกล้เคียงกับความคืบหน้าในการหาพันธมิตรขายต่อบริการ (เอ็มวีเอ็นโอ) รายใหม่ได้ ซึ่งกรอบการให้บริการนั้น เฟส 1 และ เฟส 2 จะเปิดให้บริการได้ 180 วัน คือ กทม.ทุกพื้นที่และรวม ปริมณฑล และ 13 จังหวัดเศรษฐกิจ เฟสสุดท้าย จะขยายไปยังจังหวัดอีก 59 จังหวัด ภายใน 360 วัน

ด้านนายมรกต เธียรมนตรี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการตลาด และพัฒนาผลิตภัณฑ์ บมจ.ทีโอที กล่าวว่า ขณะนี้โครงการถนนไร้สาย หรืออินเทอร์เน็ตไร้สาย (ไทยเน็ต) ของทีโอทีตามนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติ ได้เปิดให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านไว-ไฟ ด้วยความเร็ว 2 เมกะบิตต่อวินาที ค่าบริการเดือนละ 199 บาทใน 6 จังหวัดแล้ว ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พิษณุโลก นครศรีธรรมราช ตรัง และ เพชรบูรณ์ โดยตั้งเป้าสิ้นปี 2554 จะเปิดให้บริการอินเตอร์เน็ตในโครงการถนนไร้สายได้ครอบคลุม 10 จังหวัด โดยติดตั้งจุดให้บริการไว-ไฟจังหวัดละ 80-90 จุด ใช้เงินลงทุนในการติดตั้งจุดไว-ไฟ จุดละ 4 หมื่นบาท

สำหรับพื้นที่ที่จะทำโครงการถนนไร้สายจะต้องเป็นพื้นที่ในชุมชนห่างไกล มีโรงเรียนและไฟฟ้าเข้าถึง เนื่องจากโครงการดังกล่าวทำขึ้นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของคนในสังคม คาดจะมีการซื้อบัตรอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สาย โครงการถนนไร้สายประมาณ 1 พันใบต่อเดือน

ทั้งนี้ การใช้บริการบัตรอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สาย โครงการถนนไร้สาย จะเข้าใช้งานได้ในเฉพาะพื้นที่ที่มีสัญลักษณ์โครงการถนนไร้สายเท่านั้น โดยโครงการนี้ไม่ทำในพื้นที่กรุงเทพฯ เนื่องจากเป็นพื้นที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในระดับ 3-4 เมกะบิต/วินาทีได้ง่าย และประชาชนมีความสามารถในการใช้จ่ายสูง ปัจจุบันทีโอทีมีรายได้จากบริการไว-ไฟปีละ 20 ล้านบาท

ที่มา: bangkokbiznews

ที่มา http://www.startpage.in.th/view/162793