เปิดใจ “วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์” การเมืองเรื่องธุรกิจ และบิ๊กโปรเจ็กต์ 3G”

Home / Mobile & Tablet / เปิดใจ “วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์” การเมืองเรื่องธุรกิจ และบิ๊กโปรเจ็กต์ 3G”

การเมืองกับธุรกิจน่าจะเป็นคนละเรื่องเดียวกัน แต่คำกล่าวที่ว่า “ไม่มีมิตรแท้ หรือศัตรูถาวร” ได้ยิน บ่อยครั้งในทั้งสองวงการ โดยมีจุดร่วมเดียวกันคือเรื่องของผลประโยชน์ ไม่ว่าผลประโยชน์ที่ว่าจะหมายถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชน นักการเมือง หรือนักธุรกิจ… ถ้าตกลงกันได้ อะไรก็เป็นไปได้…

โดยเฉพาะในธุรกิจสื่อสารไทย จะด้วยเพราะมีจุดเริ่มต้นมาจากระบบสัมปทาน หรือแต่ละการลงทุนต่าง ๆ มักเป็นบิ๊กโปรเจ็กต์มูลค่ามหาศาล
ในยุคอดีตนายกฯ “ทักษิณ ชินวัตร” ถ้าไม่นับกลุ่มชินคอร์ป ก็คงมีแต่ “กลุ่มสามารถฯ” ที่ได้ชื่อว่าสนิทชิดเชื้อกับอดีตผู้นำ ด้วยก่อร่างสร้างธุรกิจขึ้นมาในยุคใกล้เคียงกันจึงมีความสนิทสนมคุ้นเคยกันดี ซึ่ง “วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์” บิ๊กสามารถฯ ไม่เคยปฏิเสธความจริงข้อนี้ โดยกล่าวเสมอว่า “ผมทำธุรกิจ เป็นพ่อค้า จะเป็นรัฐบาลไหน ผมก็ต้องเข้าไปเสนองานเหมือนกัน”
เมื่อลมเปลี่ยนทิศ การเมืองเปลี่ยนขั้ว “กลุ่มสามารถฯ” ยังคงตกเป็นเป้าสายตาเช่นเดิม แต่เป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม แม้จะมีความสนิทชิดเชื้อกับบางพรรคการเมือง หรือนักการเมืองบางคนในรัฐบาลชุดนี้ โดยสนามฟุตบอล “ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม” ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นการันตี
“ผมสนับสนุนหลายทีม ทีโอทีก็สนับสนุน ไม่ใช่แค่บุรีรัมย์ พีอีเอ” บิ๊กสามารถฯย้ำ
นั่นทำให้ชื่อกลุ่มสามารถฯเข้าไปมีเอี่ยวในโครงการ “รถเมล์4 พันคัน” ของกระทรวงคมนาคม กับเขาด้วย
กับโปรเจ็กต์ใหญ่ในแวดวงโทรคมนาคมอย่างโครงการติดตั้งโครงข่าย 3G ทั่วประเทศของ บมจ.ทีโอที มูลค่าเกือบ 2 หมื่นล้านบาท ไม่ใช่เรื่องแปลก หาก
“กลุ่มสามารถฯ” จะมีชื่อในฐานะตัวเต็ง แต่แปลกที่เสียงที่ดังกระหึ่มต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมากลับเป็นไปอีกมุม
“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสพูดคุยกับบิ๊กบอสกลุ่มสามารถฯ “วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์” มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
– พูดกันมากว่าพรรคการเมืองใหญ่ ไม่เอาเลย
ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไม ไม่รู้นะ เขาว่าเขาไม่ได้เกลียดผม เรื่องการเมืองก็อยู่ที่…ออกชั่น..(หัวเราะ)
– เพราะสนิทกับคุณเนวิน
เกี่ยวอะไรกับคุณเนวิน ตอนสมัย ดร.ทักษิณ หรือสมัยคุณสมัคร ก็พูดกันว่า วัฒน์ชัยรู้จักทางโน้นดี มาทางนี้ก็บอกอีกว่ารู้จัก เราเป็นพ่อค้า เป็นนักธุรกิจ จะรัฐบาลไหนก็ต้องเข้าไปเสนองานเหมือนกันทั้งนั้น
– จะจับกับใครเข้าประมูล 3G
จับกับล็อกซเล่ย์ 2 ราย (สามารถ เทเลคอมกับล็อกซเล่ย์) ซัพพลายเออร์มีโนเกีย-ซีเมนส์ มีหัวเหว่ย และกำลังคุยกับอีริคสัน คาดว่าจะสรุปได้ภายในสัปดาห์นี้ เพราะต้องไปผ่านโปรเซสของทางเมืองนอกด้วย
ถ้าดูจากระยะเวลาในการติดตั้ง โครงข่ายทั่วประเทศภายใน 1 ปี ไม่ใช่เรื่องง่าย จำเป็นต้องมีพันธมิตร ถ้าเสร็จไม่ทันมีค่าปรับ มีวอร์แรนตีอะไรต่าง ๆ เงื่อนไขเรื่องการใช้สถานีฐานร่วม หรือโคไซต์หลายที่ เรายังไม่รู้เลยว่ามีอะไรบ้าง ต้องแบ่งกันไปสำรวจ
แบ่งงานกันทำ ด้วยระยะเวลาอันสั้นแค่นี้ทำคนเดียวคงไม่ทัน
– ระดับสามารถฯยังทำไม่ทัน
ไม่ง่ายนะ ไซต์ใหม่มีแค่ 20-30% เท่านั้น ขณะที่ในไซต์เก่าเราก็ยังไม่รู้เลยว่าขาดอะไรบ้าง แอร์ใช้ได้ไหม ซึ่งคงต้องโคไซต์กับโอเปอเรเตอร์ของทีโอที
– โคไซต์หมายถึง
ไปใช้ไซต์หรือสถานีฐานของคนอื่น ต้องเข้าไปดูว่าได้ใช้อะไรบ้าง ซึ่งเรายังไม่มีรายละเอียด ในทีโออาร์มีหลายอย่างต้องเคลียร์
– สร้างใหม่กับโคไซต์อันไหนยากกว่า
โคไซต์ถ้าสถานที่พร้อมเร็วกว่าสร้างใหม่แน่นอน แต่ถ้าไม่พร้อมต้องรื้อของเก่าออกก็ยาก ถ้าดูองค์ประกอบรวม ระยะเวลาที่ต้องอิมพลีเมนต์ คุณภาพสินค้า และราคา ราคานี้ (1.9 หมื่นล้าน) ที่ให้มา ไม่หมูนะ หืดขึ้นคอเป็นแถว เรื่องโคไซต์โอกาสเจ๊งเยอะ มีความไม่แน่นอนสูง ต้องมีการประมาณการ ต้องทำอะไรเยอะ
– ผู้ผลิตอุปกรณ์รายใหญ่มาอยู่ในกลุ่มเดียวกันหมด
ก็ยังมีแซดทีอี มีอัลคาเทลอีกนะ
– การแข่งขันน่าจะแข่งราคาดุเดือดไหม
ไม่ดุเดือด อย่างที่บอก มูลค่าโครงการที่ให้มานี่เป็นราคาที่มีการปรับลดลงมาเรื่อย ๆ ลงมามากแล้ว ปกติราคาอุปกรณ์จะเป็นครึ่งหนึ่งของโครงการทั้งหมด อีกครึ่งหนึ่งคืองานการติดตั้งข่ายสายตอนนอก (เอาต์ไซต์แพลน) พวกติดตั้งเสาอากาศ ทาวเวอร์ ติดไฟเบอร์ออปติก เป็นต้น ถ้าจำนวน 5 พันสถานีฐานทำใหม่เลย ไม่มีทางทำราคานี้ได้อย่างแน่นอน ถ้าทำใหม่แพงกว่านี้อยู่แล้ว ทำให้ต้องมีการโคไซต์ ซึ่งมีความไม่แน่นอน ผู้ที่จะเข้าประมูลต้องไปสำรวจไปคำนวณ ยังมีความไม่แน่นอนอยู่เยอะ
– ผู้ผลิต 3 รายแบ่งยังไง
แบ่งเป็นภาค ๆ อาทิตย์นี้น่าจะจบ เพราะทุกคนต้องไปทำเปเปอร์
– มาร่วมกันหมดเหมือนฮั้วไหม
ฮั้วยังไง ก็ยังมีอีก 2 เจ้าที่เชื่อว่าคงเข้าประมูลด้วย และด้วยเงื่อนไขทีโออาร์ ถ้าไม่มารวมกันทำไม่ได้ง่าย ๆ ใน 1 ปี ถ้าเป็นเหมือนเมื่อก่อนให้เวลาสร้าง 24 เดือน โดยทยอยเปิดมีเวลายังทำกันได้ และค่าปรับไม่ใช่ว่าน้อย
– กับล็อกซเล่ย์แบ่งงานกันยังไง
แบ่งตามพื้นที่ บางส่วนเราก็ต้องทำ ทำไซต์บางไซต์ ทำทรานส์มิสชั่นอะไรด้วย
– ถ้าอีริคสันไม่ร่วมด้วยล่ะ
เขาก็ต้องไปจับกับบริษัทคนไทย ซึ่งก็ยังมีอีกหลายเจ้า ก็เป็นไปได้
– ถ้าที่สุดแล้วแพ้ราคา
ถ้าแพ้ก็ต้องรับได้ แต่เราต้องไม่แพ้ เราสู้ทุกราคา แต่ถ้าสุดท้ายแล้วก็ไม่รู้ เราเชื่อว่าด้วยคุณภาพอุปกรณ์ ด้วยประสบการณ์ความสามารถ หรือราคา เราสู้ได้แน่ ถ้าแพ้ก็ช่วยไม่ได้
– กฎหมาย กสทช.มีผลแล้ว
ก็ดี จะได้ภาพรวมของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมชัดเจนขึ้น เพราะหลายอย่างมีความคลุมเครือ
– มองภาพรวมปีหน้าอย่างไร
น่าจะดีขึ้น คงไม่มีอะไรแย่ไปกว่าปีนี้ (หัวเราะ) หมายถึงว่าที่ทำมา ปีนี้วงการสื่อสารมีอะไรตื่นเต้นบ้าง ไม่มีเลย มือถือ 3G ก็ไม่ได้ประมูล สำหรับเราปีหน้าจะเป็นอีกปีที่จะมีการเปลี่ยนแปลง มีโครงสร้างธุรกิจใหม่ แต่ก่อนถึงปีหน้าจะมีดีลใหญ่ ออกมา บอกได้แค่ว่าจะมีจอยต์เวนเจอร์อีกหลายอัน โปรเจ็กต์แรกระดับพันล้าน

การเมืองกับธุรกิจน่าจะเป็นคนละเรื่องเดียวกัน แต่คำกล่าวที่ว่า “ไม่มีมิตรแท้ หรือศัตรูถาวร” ได้ยิน บ่อยครั้งในทั้งสองวงการ โดยมีจุดร่วมเดียวกันคือเรื่องของผลประโยชน์ ไม่ว่าผลประโยชน์ที่ว่าจะหมายถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชน นักการเมือง หรือนักธุรกิจ… ถ้าตกลงกันได้ อะไรก็เป็นไปได้…

โดยเฉพาะในธุรกิจสื่อสารไทย จะด้วยเพราะมีจุดเริ่มต้นมาจากระบบสัมปทาน หรือแต่ละการลงทุนต่าง ๆ มักเป็นบิ๊กโปรเจ็กต์มูลค่ามหาศาล

ในยุคอดีตนายกฯ “ทักษิณ ชินวัตร” ถ้าไม่นับกลุ่มชินคอร์ป ก็คงมีแต่ “กลุ่มสามารถฯ” ที่ได้ชื่อว่าสนิทชิดเชื้อกับอดีตผู้นำ ด้วยก่อร่างสร้างธุรกิจขึ้นมาในยุคใกล้เคียงกันจึงมีความสนิทสนมคุ้นเคยกันดี ซึ่ง “วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์” บิ๊กสามารถฯ ไม่เคยปฏิเสธความจริงข้อนี้ โดยกล่าวเสมอว่า “ผมทำธุรกิจ เป็นพ่อค้า จะเป็นรัฐบาลไหน ผมก็ต้องเข้าไปเสนองานเหมือนกัน”

เมื่อลมเปลี่ยนทิศ การเมืองเปลี่ยนขั้ว “กลุ่มสามารถฯ” ยังคงตกเป็นเป้าสายตาเช่นเดิม แต่เป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม แม้จะมีความสนิทชิดเชื้อกับบางพรรคการเมือง หรือนักการเมืองบางคนในรัฐบาลชุดนี้ โดยสนามฟุตบอล “ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม” ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นการันตี

“ผมสนับสนุนหลายทีม ทีโอทีก็สนับสนุน ไม่ใช่แค่บุรีรัมย์ พีอีเอ” บิ๊กสามารถฯย้ำ

นั่นทำให้ชื่อกลุ่มสามารถฯเข้าไปมีเอี่ยวในโครงการ “รถเมล์4 พันคัน” ของกระทรวงคมนาคม กับเขาด้วย

กับโปรเจ็กต์ใหญ่ในแวดวงโทรคมนาคมอย่างโครงการติดตั้งโครงข่าย 3G ทั่วประเทศของ บมจ.ทีโอที มูลค่าเกือบ 2 หมื่นล้านบาท ไม่ใช่เรื่องแปลก หาก

“กลุ่มสามารถฯ” จะมีชื่อในฐานะตัวเต็ง แต่แปลกที่เสียงที่ดังกระหึ่มต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมากลับเป็นไปอีกมุม

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสพูดคุยกับบิ๊กบอสกลุ่มสามารถฯ “วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์” มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

– พูดกันมากว่าพรรคการเมืองใหญ่ ไม่เอาเลย

ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไม ไม่รู้นะ เขาว่าเขาไม่ได้เกลียดผม เรื่องการเมืองก็อยู่ที่…ออกชั่น..(หัวเราะ)

– เพราะสนิทกับคุณเนวิน

เกี่ยวอะไรกับคุณเนวิน ตอนสมัย ดร.ทักษิณ หรือสมัยคุณสมัคร ก็พูดกันว่า วัฒน์ชัยรู้จักทางโน้นดี มาทางนี้ก็บอกอีกว่ารู้จัก เราเป็นพ่อค้า เป็นนักธุรกิจ จะรัฐบาลไหนก็ต้องเข้าไปเสนองานเหมือนกันทั้งนั้น

– จะจับกับใครเข้าประมูล 3G

จับกับล็อกซเล่ย์ 2 ราย (สามารถ เทเลคอมกับล็อกซเล่ย์) ซัพพลายเออร์มีโนเกีย-ซีเมนส์ มีหัวเหว่ย และกำลังคุยกับอีริคสัน คาดว่าจะสรุปได้ภายในสัปดาห์นี้ เพราะต้องไปผ่านโปรเซสของทางเมืองนอกด้วย

ถ้าดูจากระยะเวลาในการติดตั้ง โครงข่ายทั่วประเทศภายใน 1 ปี ไม่ใช่เรื่องง่าย จำเป็นต้องมีพันธมิตร ถ้าเสร็จไม่ทันมีค่าปรับ มีวอร์แรนตีอะไรต่าง ๆ เงื่อนไขเรื่องการใช้สถานีฐานร่วม หรือโคไซต์หลายที่ เรายังไม่รู้เลยว่ามีอะไรบ้าง ต้องแบ่งกันไปสำรวจ

แบ่งงานกันทำ ด้วยระยะเวลาอันสั้นแค่นี้ทำคนเดียวคงไม่ทัน

– ระดับสามารถฯยังทำไม่ทัน

ไม่ง่ายนะ ไซต์ใหม่มีแค่ 20-30% เท่านั้น ขณะที่ในไซต์เก่าเราก็ยังไม่รู้เลยว่าขาดอะไรบ้าง แอร์ใช้ได้ไหม ซึ่งคงต้องโคไซต์กับโอเปอเรเตอร์ของทีโอที

– โคไซต์หมายถึง

ไปใช้ไซต์หรือสถานีฐานของคนอื่น ต้องเข้าไปดูว่าได้ใช้อะไรบ้าง ซึ่งเรายังไม่มีรายละเอียด ในทีโออาร์มีหลายอย่างต้องเคลียร์

– สร้างใหม่กับโคไซต์อันไหนยากกว่า

โคไซต์ถ้าสถานที่พร้อมเร็วกว่าสร้างใหม่แน่นอน แต่ถ้าไม่พร้อมต้องรื้อของเก่าออกก็ยาก ถ้าดูองค์ประกอบรวม ระยะเวลาที่ต้องอิมพลีเมนต์ คุณภาพสินค้า และราคา ราคานี้ (1.9 หมื่นล้าน) ที่ให้มา ไม่หมูนะ หืดขึ้นคอเป็นแถว เรื่องโคไซต์โอกาสเจ๊งเยอะ มีความไม่แน่นอนสูง ต้องมีการประมาณการ ต้องทำอะไรเยอะ

– ผู้ผลิตอุปกรณ์รายใหญ่มาอยู่ในกลุ่มเดียวกันหมด

ก็ยังมีแซดทีอี มีอัลคาเทลอีกนะ

– การแข่งขันน่าจะแข่งราคาดุเดือดไหม

ไม่ดุเดือด อย่างที่บอก มูลค่าโครงการที่ให้มานี่เป็นราคาที่มีการปรับลดลงมาเรื่อย ๆ ลงมามากแล้ว ปกติราคาอุปกรณ์จะเป็นครึ่งหนึ่งของโครงการทั้งหมด อีกครึ่งหนึ่งคืองานการติดตั้งข่ายสายตอนนอก (เอาต์ไซต์แพลน) พวกติดตั้งเสาอากาศ ทาวเวอร์ ติดไฟเบอร์ออปติก เป็นต้น ถ้าจำนวน 5 พันสถานีฐานทำใหม่เลย ไม่มีทางทำราคานี้ได้อย่างแน่นอน ถ้าทำใหม่แพงกว่านี้อยู่แล้ว ทำให้ต้องมีการโคไซต์ ซึ่งมีความไม่แน่นอน ผู้ที่จะเข้าประมูลต้องไปสำรวจไปคำนวณ ยังมีความไม่แน่นอนอยู่เยอะ

– ผู้ผลิต 3 รายแบ่งยังไง

แบ่งเป็นภาค ๆ อาทิตย์นี้น่าจะจบ เพราะทุกคนต้องไปทำเปเปอร์

– มาร่วมกันหมดเหมือนฮั้วไหม

ฮั้วยังไง ก็ยังมีอีก 2 เจ้าที่เชื่อว่าคงเข้าประมูลด้วย และด้วยเงื่อนไขทีโออาร์ ถ้าไม่มารวมกันทำไม่ได้ง่าย ๆ ใน 1 ปี ถ้าเป็นเหมือนเมื่อก่อนให้เวลาสร้าง 24 เดือน โดยทยอยเปิดมีเวลายังทำกันได้ และค่าปรับไม่ใช่ว่าน้อย

– กับล็อกซเล่ย์แบ่งงานกันยังไง

แบ่งตามพื้นที่ บางส่วนเราก็ต้องทำ ทำไซต์บางไซต์ ทำทรานส์มิสชั่นอะไรด้วย

– ถ้าอีริคสันไม่ร่วมด้วยล่ะ

เขาก็ต้องไปจับกับบริษัทคนไทย ซึ่งก็ยังมีอีกหลายเจ้า ก็เป็นไปได้

– ถ้าที่สุดแล้วแพ้ราคา

ถ้าแพ้ก็ต้องรับได้ แต่เราต้องไม่แพ้ เราสู้ทุกราคา แต่ถ้าสุดท้ายแล้วก็ไม่รู้ เราเชื่อว่าด้วยคุณภาพอุปกรณ์ ด้วยประสบการณ์ความสามารถ หรือราคา เราสู้ได้แน่ ถ้าแพ้ก็ช่วยไม่ได้

– กฎหมาย กสทช.มีผลแล้ว

ก็ดี จะได้ภาพรวมของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมชัดเจนขึ้น เพราะหลายอย่างมีความคลุมเครือ

– มองภาพรวมปีหน้าอย่างไร

น่าจะดีขึ้น คงไม่มีอะไรแย่ไปกว่าปีนี้ (หัวเราะ) หมายถึงว่าที่ทำมา ปีนี้วงการสื่อสารมีอะไรตื่นเต้นบ้าง ไม่มีเลย มือถือ 3G ก็ไม่ได้ประมูล สำหรับเราปีหน้าจะเป็นอีกปีที่จะมีการเปลี่ยนแปลง มีโครงสร้างธุรกิจใหม่ แต่ก่อนถึงปีหน้าจะมีดีลใหญ่ ออกมา บอกได้แค่ว่าจะมีจอยต์เวนเจอร์อีกหลายอัน โปรเจ็กต์แรกระดับพันล้าน

ที่มา: prachachat

ที่มา http://www.startpage.in.th/view/161934