บริการ “มัลติมีเดีย-ดาต้า” แรงฉุดไม่อยู่ ดันค่ายมือถืออัพระบบหาช่องเปิด 3G

Home / Mobile & Tablet / บริการ “มัลติมีเดีย-ดาต้า” แรงฉุดไม่อยู่ ดันค่ายมือถืออัพระบบหาช่องเปิด 3G
ไม่น่าเชื่อว่า บริการเสริมผ่านโทรศัพท์มือถือที่ทำรายได้ติดอันดับต้น ๆ ของค่ายมือถือมือวางอันดับ 2 “ดีแทค” คือ เกม โดยมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 14% ใน 27% ของคอนเทนต์ประเภทมัลติมีเดีย ซึ่งจะรวมถึงการดาวน์โหลดสารพัดกราฟิกและวิดีโอคลิปต่าง ๆ ด้วย
ประเภทคอนเทนต์ยอดนิยมอันดับ 2 คือ เพลง มีสัดส่วนรายได้ 19% รองลงมาเป็นคอนเทนต์ประเภทข่าวและไลฟ์สไตล์ มีสัดส่วนรายได้อย่างละ 15% เท่ากัน โดยรวมแล้วมีลุ้นว่า ถึงสิ้นปีนี้รายได้จากบริการเสริมผ่านโทรศัพท์มือถือจะมีโอกาสทะลุ 1 หมื่นล้านได้ไหม หลังผ่านมา 9 เดือนแรกของปีกวาดรายได้ทะลุ 6 พันล้าน ไปแล้วเรียบร้อย
“ปกรณ์ พรรณเชษฐ์” ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) เปิดเผยว่า ตลาดคอนเทนต์ในปี 2553 มีอัตรา เติบโตมากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 25% โดยคอนเทนต์ที่ได้รับความสนใจสูงสุดคือ คอนเทนต์ประเภทมัลติมีเดียกราฟิกและวิดีโอมีการเติบโตสูงถึง 40% ถัดมาเป็นประเภทไลฟ์สไตล์โต 35% เกมโต 25% จากปีที่แล้วโตถึง 100% ขณะที่คอนเทนต์ประเภทข่าวเติบโต 16% ที่โตเพียงเล็กน้อยคือ เพลง อยู่ที่ 5% เพราะค่ายเพลงต่าง ๆ หันมานำเสนอ แพ็กเกจเหมาจ่ายรายเดือน
“ปีนี้คิดว่าคอนเทนต์จะไม่โตเท่าไร แต่ปรากฏว่าดีเกินคาด จากต้นปีดีแทคมีรายได้ประมาณเดือนละ 90 ล้าน ตอนนี้เพิ่มเป็น 110 ล้านบาท เพราะมีมือถือรุ่นใหม่ ๆ ที่เล่นวิดีโอได้มากขึ้น เช่นเดียวกับการใช้ดาต้าผ่านมือถือที่ง่ายขึ้นด้วยทำให้ภาพรวมของการใช้คอนเทนต์ผ่านมือถือเติบโต คาดว่าปีหน้าก็จะยังเติบโตต่อเนื่องจากความหลากหลายของคอนเทนต์รูปแบบใหม่ และการผลักดันของโอเปอเรเตอร์ในการออกแบบแพ็กเกจการใช้ดาต้าให้ง่ายและสะดวกขึ้น”
จากฐานลูกค้า 20.9 ล้านราย ณ เดือน ต.ค. 2553 มี 7 ล้านรายที่ใช้บริการเสริมโทรศัพท์มือถือ เพิ่มขึ้นจาก 6 ล้านราย ในปีที่ผ่านมา
“ปกรณ์” ให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า ตลาดบริการเสริมเติบโต 25% แต่การใช้ดาต้าเติบโตก้าวกระโดดถึง 100% ทั้งในแง่ปริมาณการใช้และเวลา โดยจำนวนชั่วโมงโดยเฉลี่ยต่อเดือนของลูกค้าปัจจุบันเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา จาก 2 ชั่วโมงครึ่ง เป็น 6-7 ชั่วโมงเลยทีเดียว
สำหรับดาต้าแพ็กเกจที่ลูกค้าดีแทคเลือกใช้มากที่สุดคือ แพ็กเกจ 99 บาท/เดือน ใช้อินเทอร์เน็ตได้ 20 ชั่วโมง (ค่าบริการส่วนเกินนาทีละ 10 ส.ต. จากปกตินาทีละ 1 บาท) ส่วนแพ็กเกจใช้ได้ ไม่จำกัด (unlimited) มีไม่เยอะประมาณ 10% และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้าที่ใช้สมาร์ทโฟน แบล็คเบอร์รี่เป็นหลัก
“การใช้ดาต้าเติบโตมาก เนื่องจากเรา มีแพ็กเกจใหม่ ๆ ที่ปรับลดราคาลงเยอะ จากต้นปีราคาเฉลี่ยต่อเมกะไบต์อยู่ที่ 100 บาท ตอนนี้เหลือแค่ 10 บาทเท่านั้น ทำให้ปริมาณการใช้งานเพิ่มขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว เช่นเดียวกับยอดขายแอร์การ์ดมีการเติบโตเกิน 100% จากเคยขายเดือนละ 3,000 เพิ่มเป็น 8,000-9,000 รายต่อเดือน โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัดขายดีมาก ๆ โดยแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตซิมที่ลูกค้านิยมใช้มี 2 แพ็กเกจ คือ 149 บาท เล่นได้ 50 ชั่วโมง และ 399 บาท เล่นได้ 140 ชั่วโมง”
การเติบโตของยอดขายแอร์การ์ดอินเทอร์เน็ตซิม และปริมาณการใช้งานดาต้าที่เพิ่มขึ้นมามากแสดงให้เห็นถึงความต้องการในการใช้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงที่ยังมีช่องว่างเหลืออยู่อีกมาก ซึ่งค่ายมือถือทั้งหลายมองว่าจะเป็นแหล่งรายได้สำคัญในอนาคต แต่จะเป็นไปได้ ขึ้นอยู่กับการมาถึงของเทคโนโลยี 3G ในระบบใบอนุญาต (ไลเซนส์) เพราะบริการ 2G เดิมมีข้อจำกัด ทั้งความถี่ (โดยเฉพาะ 3G บนคลื่น 900 MHz กรณีเอไอเอส) และ 3G บนคลื่น 850 MHz ของดีแทค และ ทรูมูฟ กับการอยู่ภายใต้ระบบสัมปทาน ที่ใกล้จะหมดอายุลงทุกที เป็นต้น
ค่ายมือถือทั้งหลายจึงให้ความสำคัญ กับการประมูลใบอนุญาต (ไลเซนส์) 3G จนเมื่อเป็นที่แน่นอนแล้วว่า คงไม่เกิดขึ้น ในเร็ววัน ทุกค่ายจึงต้องหันกลับมาใช้ความพยายามขยับขยายบริการ 3G ในหลากหลายรูปแบบ เช่น “เอไอเอส” กรณีขอ โรมมิ่งดาต้า หรือเป็นตัวแทนทางการตลาดในลักษณะ MVNO กับเครือข่าย 3G ของทีโอที หรือกับดีแทคและทรูมูฟซึ่งอยู่ระหว่างรอ บมจ.กสท โทรคมนาคมอนุมัติขยายพื้นที่ทดลองบริการ 3G คลื่นเดิม รวมถึงเปิดบริการในเชิงพาณิชย์ได้
กรณีการอัพเกรดคลื่นเดิม 850 MHz เป็น 3G เทียบระหว่าง “ทรูมูฟ” กับ “ดีแทค” รายแรกได้เปรียบกว่า เพราะมีพื้นที่บริการครอบคลุมกว่ามาก ปัจจุบันมีกว่า 600 สถานีฐาน ขณะที่ดีแทคมีเปิดบริการแค่ 36 สถานีเท่านั้น แม้ยังไม่สร้างรายได้ เพราะเป็นการเปิดให้ทดลองใช้ฟรี แต่ในสายตาของผู้บริโภคโดยเฉพาะคนเมือง “ทรูมูฟ” กลายเป็นผู้นำเรื่อง 3G เมื่อเทียบกับดีแทค
“ปกรณ์” ยอมรับว่า ในตลาดคนเมืองเริ่มเห็นผลกระทบจากการมีพื้นที่บริการ 3G ในวงจำกัดมาก แต่โดยรวมแล้ว “ดีแทค” ยังคงได้เปรียบกว่าตรงพื้นที่การให้บริการโดยรวมมีความครอบคลุมทั่วประเทศ

ไม่น่าเชื่อว่า บริการเสริมผ่านโทรศัพท์มือถือที่ทำรายได้ติดอันดับต้น ๆ ของค่ายมือถือมือวางอันดับ 2 “ดีแทค” คือ เกม โดยมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 14% ใน 27% ของคอนเทนต์ประเภทมัลติมีเดีย ซึ่งจะรวมถึงการดาวน์โหลดสารพัดกราฟิกและวิดีโอคลิปต่าง ๆ ด้วย

ประเภทคอนเทนต์ยอดนิยมอันดับ 2 คือ เพลง มีสัดส่วนรายได้ 19% รองลงมาเป็นคอนเทนต์ประเภทข่าวและไลฟ์สไตล์ มีสัดส่วนรายได้อย่างละ 15% เท่ากัน โดยรวมแล้วมีลุ้นว่า ถึงสิ้นปีนี้รายได้จากบริการเสริมผ่านโทรศัพท์มือถือจะมีโอกาสทะลุ 1 หมื่นล้านได้ไหม หลังผ่านมา 9 เดือนแรกของปีกวาดรายได้ทะลุ 6 พันล้าน ไปแล้วเรียบร้อย

“ปกรณ์ พรรณเชษฐ์” ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) เปิดเผยว่า ตลาดคอนเทนต์ในปี 2553 มีอัตรา เติบโตมากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 25% โดยคอนเทนต์ที่ได้รับความสนใจสูงสุดคือ คอนเทนต์ประเภทมัลติมีเดียกราฟิกและวิดีโอมีการเติบโตสูงถึง 40% ถัดมาเป็นประเภทไลฟ์สไตล์โต 35% เกมโต 25% จากปีที่แล้วโตถึง 100% ขณะที่คอนเทนต์ประเภทข่าวเติบโต 16% ที่โตเพียงเล็กน้อยคือ เพลง อยู่ที่ 5% เพราะค่ายเพลงต่าง ๆ หันมานำเสนอ แพ็กเกจเหมาจ่ายรายเดือน

“ปีนี้คิดว่าคอนเทนต์จะไม่โตเท่าไร แต่ปรากฏว่าดีเกินคาด จากต้นปีดีแทคมีรายได้ประมาณเดือนละ 90 ล้าน ตอนนี้เพิ่มเป็น 110 ล้านบาท เพราะมีมือถือรุ่นใหม่ ๆ ที่เล่นวิดีโอได้มากขึ้น เช่นเดียวกับการใช้ดาต้าผ่านมือถือที่ง่ายขึ้นด้วยทำให้ภาพรวมของการใช้คอนเทนต์ผ่านมือถือเติบโต คาดว่าปีหน้าก็จะยังเติบโตต่อเนื่องจากความหลากหลายของคอนเทนต์รูปแบบใหม่ และการผลักดันของโอเปอเรเตอร์ในการออกแบบแพ็กเกจการใช้ดาต้าให้ง่ายและสะดวกขึ้น”

จากฐานลูกค้า 20.9 ล้านราย ณ เดือน ต.ค. 2553 มี 7 ล้านรายที่ใช้บริการเสริมโทรศัพท์มือถือ เพิ่มขึ้นจาก 6 ล้านราย ในปีที่ผ่านมา

“ปกรณ์” ให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า ตลาดบริการเสริมเติบโต 25% แต่การใช้ดาต้าเติบโตก้าวกระโดดถึง 100% ทั้งในแง่ปริมาณการใช้และเวลา โดยจำนวนชั่วโมงโดยเฉลี่ยต่อเดือนของลูกค้าปัจจุบันเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา จาก 2 ชั่วโมงครึ่ง เป็น 6-7 ชั่วโมงเลยทีเดียว

สำหรับดาต้าแพ็กเกจที่ลูกค้าดีแทคเลือกใช้มากที่สุดคือ แพ็กเกจ 99 บาท/เดือน ใช้อินเทอร์เน็ตได้ 20 ชั่วโมง (ค่าบริการส่วนเกินนาทีละ 10 ส.ต. จากปกตินาทีละ 1 บาท) ส่วนแพ็กเกจใช้ได้ ไม่จำกัด (unlimited) มีไม่เยอะประมาณ 10% และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้าที่ใช้สมาร์ทโฟน แบล็คเบอร์รี่เป็นหลัก

“การใช้ดาต้าเติบโตมาก เนื่องจากเรา มีแพ็กเกจใหม่ ๆ ที่ปรับลดราคาลงเยอะ จากต้นปีราคาเฉลี่ยต่อเมกะไบต์อยู่ที่ 100 บาท ตอนนี้เหลือแค่ 10 บาทเท่านั้น ทำให้ปริมาณการใช้งานเพิ่มขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว เช่นเดียวกับยอดขายแอร์การ์ดมีการเติบโตเกิน 100% จากเคยขายเดือนละ 3,000 เพิ่มเป็น 8,000-9,000 รายต่อเดือน โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัดขายดีมาก ๆ โดยแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตซิมที่ลูกค้านิยมใช้มี 2 แพ็กเกจ คือ 149 บาท เล่นได้ 50 ชั่วโมง และ 399 บาท เล่นได้ 140 ชั่วโมง”

การเติบโตของยอดขายแอร์การ์ดอินเทอร์เน็ตซิม และปริมาณการใช้งานดาต้าที่เพิ่มขึ้นมามากแสดงให้เห็นถึงความต้องการในการใช้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงที่ยังมีช่องว่างเหลืออยู่อีกมาก ซึ่งค่ายมือถือทั้งหลายมองว่าจะเป็นแหล่งรายได้สำคัญในอนาคต แต่จะเป็นไปได้ ขึ้นอยู่กับการมาถึงของเทคโนโลยี 3G ในระบบใบอนุญาต (ไลเซนส์) เพราะบริการ 2G เดิมมีข้อจำกัด ทั้งความถี่ (โดยเฉพาะ 3G บนคลื่น 900 MHz กรณีเอไอเอส) และ 3G บนคลื่น 850 MHz ของดีแทค และ ทรูมูฟ กับการอยู่ภายใต้ระบบสัมปทาน ที่ใกล้จะหมดอายุลงทุกที เป็นต้น

ค่ายมือถือทั้งหลายจึงให้ความสำคัญ กับการประมูลใบอนุญาต (ไลเซนส์) 3G จนเมื่อเป็นที่แน่นอนแล้วว่า คงไม่เกิดขึ้น ในเร็ววัน ทุกค่ายจึงต้องหันกลับมาใช้ความพยายามขยับขยายบริการ 3G ในหลากหลายรูปแบบ เช่น “เอไอเอส” กรณีขอ โรมมิ่งดาต้า หรือเป็นตัวแทนทางการตลาดในลักษณะ MVNO กับเครือข่าย 3G ของทีโอที หรือกับดีแทคและทรูมูฟซึ่งอยู่ระหว่างรอ บมจ.กสท โทรคมนาคมอนุมัติขยายพื้นที่ทดลองบริการ 3G คลื่นเดิม รวมถึงเปิดบริการในเชิงพาณิชย์ได้

กรณีการอัพเกรดคลื่นเดิม 850 MHz เป็น 3G เทียบระหว่าง “ทรูมูฟ” กับ “ดีแทค” รายแรกได้เปรียบกว่า เพราะมีพื้นที่บริการครอบคลุมกว่ามาก ปัจจุบันมีกว่า 600 สถานีฐาน ขณะที่ดีแทคมีเปิดบริการแค่ 36 สถานีเท่านั้น แม้ยังไม่สร้างรายได้ เพราะเป็นการเปิดให้ทดลองใช้ฟรี แต่ในสายตาของผู้บริโภคโดยเฉพาะคนเมือง “ทรูมูฟ” กลายเป็นผู้นำเรื่อง 3G เมื่อเทียบกับดีแทค

“ปกรณ์” ยอมรับว่า ในตลาดคนเมืองเริ่มเห็นผลกระทบจากการมีพื้นที่บริการ 3G ในวงจำกัดมาก แต่โดยรวมแล้ว “ดีแทค” ยังคงได้เปรียบกว่าตรงพื้นที่การให้บริการโดยรวมมีความครอบคลุมทั่วประเทศ

ที่มา: prachachat

ที่มา http://www.startpage.in.th/view/156944