ดีแทคร้องนายกฯ ประจานกสท 2 มาตรฐาน

Home / Mobile & Tablet / ดีแทคร้องนายกฯ ประจานกสท 2 มาตรฐาน
ดีแทคยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับนายกรัฐมนตรี กรณี กสท เตะถ่วงไม่ยอมให้ทดลองให้บริการ HSPA แบบไม่เชิงพาณิชย์ อีก 1,220 สถานีฐาน ในวันที่ 22 พ.ย.นี้ ทั้งที่ยื่นผลประโยชน์ให้เพียบ ขณะที่ทรูมูฟทำมา 2 ปีไม่มีอะไรเสนอให้ หลังผู้บริหารสูงสุดเทเลนอร์เข้าพบนายกฯ หารือปัญหาไปเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 19 พ.ย. ในขณะที่ นายกฯ ได้แค่พูดว่า “เสียใจ” ดีแทคย้ำหากกระบวนการทุกอย่างไม่เป็นผล ต้องล้มกระดาน HSPA ด้วยการขอคลื่น 850 MHz ที่ให้ กสท คืน ก่อนส่งให้ กทช.บริหารจัดการต่อไป
นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มกลยุทธ์และกิจการองค์กร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่าในวันที่ 22 พ.ย.ที่จะถึงนี้ดีแทคจะยื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ถึงกรณีที่บริษัท กสท โทรคมนาคม ไม่ยอมให้ทดลองให้บริการ HSPA แบบไม่เชิงพาณิชย์โดยอ้างเหตุผลต่างๆ นานา และดึงเวลามากว่า 2 ปี ทั้งที่ยื่นข้อเสนอที่ กสท ได้ประโยชน์มากมาย
‘เขาอ้างโน่นอ้างนี้ถ่วงเวลามาเรื่อย ซึ่งมองแล้วเหมือนเราโดนหลอก’
สำหรับสาระสำคัญของหนังสือที่ดีแทคยื่นครั้งนี้ เป็นเรื่องขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับการขอติดตั้งสถานีฐานเพื่อทดลองให้บริการ HSPA แบบไม่เชิงพาณิชย์เพิ่มเติมอีกไม่เกิน 1,220 สถานีฐานแต่บอร์ดกสท โทรคมนาคม ไม่พิจารณาและมีการทำให้เรื่องดังกล่าวล่าช้ามาตลอด ในขณะที่ทรูมูฟทดลองให้บริการแล้ว 2 ปี เกือบ 1 พันสถานีฐาน ส่วนดีแทคได้แค่ 36 สถานีฐานทั้งที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) อนุมัติให้ทำได้ 1,220 สถานีฐานรวมถึงเงื่อนไขที่ดีแทคเสนอให้กับ กสท มากมาย รวมถึงการไม่ฟ้องเรื่องค่าเชื่อมโครงข่าย (ไอซี) มูลค่า 2 พันล้านบาทด้วย ขณะที่ทรูมูฟไม่ได้ยื่นเงื่อนไขอะไร ซึ่งการยื่นหนังสือดังกล่าวเพื่อให้นายกฯพิจารณาว่ามีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ทำไมต้องเป็น 2 มาตรฐาน
*** ข้อเสนอดีแทคที่กสทได้ประโยชน์เพียบ
ทั้งนี้เสนอที่เป็นประโยชน์กับกสทดังกล่าวประกอบด้วย 1.ดีแทคตกลงโอนกรรมสิทธิ์ในเครื่องและอุปกรณ์ที่นำมาทดลองให้บริการ HSPA ให้กับกสททันทีตามสัญญาสัมปทาน ภายหลังจากที่ดีแทคได้รับอนุมัติให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 839-849 MHz คู่กับ 884-894 MHz ในการให้บริการ HSPA เชิงพาณิชย์ภายใต้สัญญาสัมปทาน 2.ดีแทคสละสิทธิ์ที่จะไม่เรียกร้องค่าเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม (IC) จำนวนกว่า 2 พันล้านบาทจากกสท
3.หากผลการพิจารณาของคณะกรรมการประสานงานตามมาตรา 22 มีมติไม่เห็นชอบการให้บริการ HSPA เชิงพาณิชย์ ดีแทคจะสละสิทธิ์การเรียกร้องค่าเสียหายใดๆทั้งสิ้นจากกสท 4.ดีแทคตกลงส่งรายงานคุณภาพการให้บริการทั้งด้านบริการข้อมูล (Data) และบริการเสียง (Voice) ให้กสทเป็นประจำทุกเดือน 5.ดีแทคตกลงจัดส่งข้อมูลรายละเอียดทางเทคนิคให้กสทพิจารณาตรวจสอบก่อนดำเนินการยื่นคำขอรับใบอนุญาตให้ตั้งสถานีและใช้เครื่องวิทยุคมนาคมจากกทช. และ 6.ดีแทคจะประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้บริการทราบว่ากสท มีส่วนร่วมในการทดลองให้บริการ HSPA ในลักษณะ co-branding
***ผู้บริหารสูงสุดเทเลนอร์พบนายกฯ
ทั้งนี้เมื่อเช้าวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา ในวาระครบรอบ 10 ปีของกลุ่มเทเลนอร์ที่มาลงทุนในดีแทค นายจอน เฟรดริค บัคซอส ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของดีแทค พร้อมด้วยนายซิคเว่ เบรกเก้ รองประธานบริหาร เทเลนอร์ กรุ๊ป และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์ เอเชีย ได้เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อหารือใน 2 เรื่องหลักคือ 1.กรณีที่ไทยไม่เปิดประมูลไลเซนส์ 3G และ2.การแปรสัญญาสัมปทาน
จากการหารือดังกล่าวนายกฯ สัญญาว่าจะมีจุดโฟกัสในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม อย่างการนำความถี่ย่าน 850 MHz ไปพัฒนาให้เป็น HSPA ก็เข้าใจดี และแสดงความเสียใจกับปัญหาที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมนี้ ขณะเดียวกันนายกฯยังได้อธิบายถึงความซับซ้อนของผู้ได้ประโยชน์ ผู้เสียประโยชน์ต่างๆ ซึ่งมีมาหลายปีแล้ว ซึ่งต่างจากประเทศอื่นๆ
บัคซอสกล่าวว่า กลุ่มเทเลนอร์เข้าใจถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้น แต่ก็เป็นไปได้ที่จะก้าวไปข้างหน้า ซึ่งเทเลนอร์และดีแทคพร้อมที่จะลงทุนและนำเทคโนโลยีการเชื่อมโยง (คอนเนกทิวิตี้) ใหม่ๆ เข้าให้บริการในไทย ซึ่งคณะทำงานต้องเร่งให้ 3G เข้าสู่กระบวนการเปิดประมูลใบอนุญาต (ไลเซนส์) โดยเร็ว ซึ่งบริษัทมีศักยภาพที่สามารถให้บริการใหม่ๆ กับผู้บริโภค ขณะที่ลูกค้าก็พร้อมที่จะใช้อยู่แล้ว ซึ่งจะเห็นได้จากสังคมออนไลน์ที่ขยายวงกว้างขึ้น และมีการเข้าถึงโดยผ่านโทรศัพท์มือถือมากขึ้น
‘HSPA ไม่เกิดเราก็ไม่ค่อยพอใจ เพราะเราพร้อมที่จะดำเนินการ เนื่องจากตลาดมีอยู่แล้ว’
ด้านซิคเว่กล่าวว่า หลายครั้งมีปัญหาเรื่องของ HSPA กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท ก็บอกว่าจะมีการนำเข้าที่ประชุมบอร์ดกสท และก่อนที่จะประชุมกับนายกฯก็ได้มีการหารือนอกรอบกันซึ่งนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ก็อยู่ด้วย
‘ทำไมเราไม่ได้รับการปฏิบัติเหมือนทรูมูฟ ทั้งที่ HSPA เป็นแค่การดำเนินการในระยะสั้น เพราะระยะยาวคือ การมีไลเซนส์ 3G’
*** กสทยังยื้อล้มกระดาน 850 MHz
จากแนวทางที่ดีแทคและเทเลนอร์เดินหน้าเพื่อขอทดลองให้บริการ HSPA แบบไม่เชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง หากไม่มีอะไรเป็นผลทางเลือกสุดท้ายคือล้มกระดานโดยการขอคืนความถี่ 850 MHz ที่ให้ กสท ไปแล้วและกสท นำไปให้ทรูมูฟทดสอบบริการคืนกลับมา และส่งคืนคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เพื่อบริหารจัดการต่อไป เพราะการแบ่งความถี่ 850 Mhz ไปให้ทรูมูฟ เป็นเพราะดีแทคต้องการให้บริการ HSPA ในเชิงพาณิชย์
‘ทางเลือกสุดท้ายหากทุกอย่างไม่เป็นผลก็คือเอาคลื่นคืนไปให้หมด ก็เท่ากับเป็นการฆ่าแบบตายหมู่ ไม่ต้องมีใครทำเพราะต้องคืนคลื่นให้ กทช.ไป แต่ที่เราให้คลื่นกสทไปเพราะดีแทคอยากให้บริการ 850 MHz เชิงพาณิชย์’ นายธนากล่าว
ขณะที่กลุ่มเทเลนอร์และดีแทคเดินแผนขอทดลอง HSPA ก็มีการปรับตัวและทำงานแบบคู่ขนาน โดยการพัฒนาศักยภาพจากแพลตฟอร์ม 2G ให้มีประสิทธิภาพในการให้บริการดีขึ้น ซึ่งผู้ให้บริการทุกรายก็ดำเนินการในลักษณะเดียวกัน เช่น การพัฒนาเทคโนโลยี EDGE แต่ความเร็วก็ยังถือว่าช้า เพราะลูกค้าต้องการความเร็วแบบบรอดแบนด์ โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางมาทำธุรกิจในไทย หรือนักท่องเที่ยวต่างก็ต้องการเชื่อมต่อการสื่อสารข้อมูลกลับประเทศได้
ด้านบัคซอส กล่าวถึงการลงทุนของดีแทคในไทยว่า การลงทุนเรื่องของโครงข่ายมีแน่ ส่วนการตอบสนองตลาดจะมีโมเมนตัมใหม่ๆ แต่เม็ดเงินการลงทุนคงต่ำกว่าที่ผ่านมา เนื่องจากไม่มีไลเซนส์ 3G แต่ผู้บริหารของกลุ่มเทเลนอร์ยังเชื่อว่าในปี 2554 การประมูล 3G น่าจะเกิดขึ้น
บัคซอสมองว่า การมี 3G จะทำให้ยอดผู้ใช้อินเทอร์เน็ตโตขึ้นอีก 10% เพิ่มGDPได้อีก 1% และถ้าไม่มีบริการดังกล่าวประเทศอื่นจะก้าวหน้าไปมากกว่าไทย
‘เราเป็นผู้เล่นระยะยาวที่จะก้าวไปข้างหน้า ผู้บริโภคก็จะได้รับเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงเครื่องลูกข่ายใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นไอโฟน แบล็กเบอร์รี หรือบีบี’

ดีแทคยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับนายกรัฐมนตรี กรณี กสท เตะถ่วงไม่ยอมให้ทดลองให้บริการ HSPA แบบไม่เชิงพาณิชย์ อีก 1,220 สถานีฐาน ในวันที่ 22 พ.ย.นี้ ทั้งที่ยื่นผลประโยชน์ให้เพียบ ขณะที่ทรูมูฟทำมา 2 ปีไม่มีอะไรเสนอให้ หลังผู้บริหารสูงสุดเทเลนอร์เข้าพบนายกฯ หารือปัญหาไปเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 19 พ.ย. ในขณะที่ นายกฯ ได้แค่พูดว่า “เสียใจ” ดีแทคย้ำหากกระบวนการทุกอย่างไม่เป็นผล ต้องล้มกระดาน HSPA ด้วยการขอคลื่น 850 MHz ที่ให้ กสท คืน ก่อนส่งให้ กทช.บริหารจัดการต่อไป

นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มกลยุทธ์และกิจการองค์กร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่าในวันที่ 22 พ.ย.ที่จะถึงนี้ดีแทคจะยื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ถึงกรณีที่บริษัท กสท โทรคมนาคม ไม่ยอมให้ทดลองให้บริการ HSPA แบบไม่เชิงพาณิชย์โดยอ้างเหตุผลต่างๆ นานา และดึงเวลามากว่า 2 ปี ทั้งที่ยื่นข้อเสนอที่ กสท ได้ประโยชน์มากมาย

‘เขาอ้างโน่นอ้างนี้ถ่วงเวลามาเรื่อย ซึ่งมองแล้วเหมือนเราโดนหลอก’

สำหรับสาระสำคัญของหนังสือที่ดีแทคยื่นครั้งนี้ เป็นเรื่องขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับการขอติดตั้งสถานีฐานเพื่อทดลองให้บริการ HSPA แบบไม่เชิงพาณิชย์เพิ่มเติมอีกไม่เกิน 1,220 สถานีฐานแต่บอร์ดกสท โทรคมนาคม ไม่พิจารณาและมีการทำให้เรื่องดังกล่าวล่าช้ามาตลอด ในขณะที่ทรูมูฟทดลองให้บริการแล้ว 2 ปี เกือบ 1 พันสถานีฐาน ส่วนดีแทคได้แค่ 36 สถานีฐานทั้งที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) อนุมัติให้ทำได้ 1,220 สถานีฐานรวมถึงเงื่อนไขที่ดีแทคเสนอให้กับ กสท มากมาย รวมถึงการไม่ฟ้องเรื่องค่าเชื่อมโครงข่าย (ไอซี) มูลค่า 2 พันล้านบาทด้วย ขณะที่ทรูมูฟไม่ได้ยื่นเงื่อนไขอะไร ซึ่งการยื่นหนังสือดังกล่าวเพื่อให้นายกฯพิจารณาว่ามีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ทำไมต้องเป็น 2 มาตรฐาน

*** ข้อเสนอดีแทคที่กสทได้ประโยชน์เพียบ

ทั้งนี้เสนอที่เป็นประโยชน์กับกสทดังกล่าวประกอบด้วย 1.ดีแทคตกลงโอนกรรมสิทธิ์ในเครื่องและอุปกรณ์ที่นำมาทดลองให้บริการ HSPA ให้กับกสททันทีตามสัญญาสัมปทาน ภายหลังจากที่ดีแทคได้รับอนุมัติให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 839-849 MHz คู่กับ 884-894 MHz ในการให้บริการ HSPA เชิงพาณิชย์ภายใต้สัญญาสัมปทาน 2.ดีแทคสละสิทธิ์ที่จะไม่เรียกร้องค่าเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม (IC) จำนวนกว่า 2 พันล้านบาทจากกสท

3. หากผลการพิจารณาของคณะกรรมการประสานงานตามมาตรา 22 มีมติไม่เห็นชอบการให้บริการ HSPA เชิงพาณิชย์ ดีแทคจะสละสิทธิ์การเรียกร้องค่าเสียหายใดๆทั้งสิ้นจากกสท 4.ดีแทคตกลงส่งรายงานคุณภาพการให้บริการทั้งด้านบริการข้อมูล (Data) และบริการเสียง (Voice) ให้กสทเป็นประจำทุกเดือน 5.ดีแทคตกลงจัดส่งข้อมูลรายละเอียดทางเทคนิคให้กสทพิจารณาตรวจสอบก่อนดำเนินการยื่นคำขอรับใบอนุญาตให้ตั้งสถานีและใช้เครื่องวิทยุคมนาคมจากกทช. และ 6.ดีแทคจะประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้บริการทราบว่ากสท มีส่วนร่วมในการทดลองให้บริการ HSPA ในลักษณะ co-branding

***ผู้บริหารสูงสุดเทเลนอร์พบนายกฯ

ทั้งนี้เมื่อเช้าวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา ในวาระครบรอบ 10 ปีของกลุ่มเทเลนอร์ที่มาลงทุนในดีแทค นายจอน เฟรดริค บัคซอส ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของดีแทค พร้อมด้วยนายซิคเว่ เบรกเก้ รองประธานบริหาร เทเลนอร์ กรุ๊ป และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์ เอเชีย ได้เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อหารือใน 2 เรื่องหลักคือ 1.กรณีที่ไทยไม่เปิดประมูลไลเซนส์ 3G และ2.การแปรสัญญาสัมปทาน

จากการหารือดังกล่าวนายกฯ สัญญาว่าจะมีจุดโฟกัสในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม อย่างการนำความถี่ย่าน 850 MHz ไปพัฒนาให้เป็น HSPA ก็เข้าใจดี และแสดงความเสียใจกับปัญหาที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมนี้ ขณะเดียวกันนายกฯยังได้อธิบายถึงความซับซ้อนของผู้ได้ประโยชน์ ผู้เสียประโยชน์ต่างๆ ซึ่งมีมาหลายปีแล้ว ซึ่งต่างจากประเทศอื่นๆ

บัคซอสกล่าวว่า กลุ่มเทเลนอร์เข้าใจถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้น แต่ก็เป็นไปได้ที่จะก้าวไปข้างหน้า ซึ่งเทเลนอร์และดีแทคพร้อมที่จะลงทุนและนำเทคโนโลยีการเชื่อมโยง (คอนเนกทิวิตี้) ใหม่ๆ เข้าให้บริการในไทย ซึ่งคณะทำงานต้องเร่งให้ 3G เข้าสู่กระบวนการเปิดประมูลใบอนุญาต (ไลเซนส์) โดยเร็ว ซึ่งบริษัทมีศักยภาพที่สามารถให้บริการใหม่ๆ กับผู้บริโภค ขณะที่ลูกค้าก็พร้อมที่จะใช้อยู่แล้ว ซึ่งจะเห็นได้จากสังคมออนไลน์ที่ขยายวงกว้างขึ้น และมีการเข้าถึงโดยผ่านโทรศัพท์มือถือมากขึ้น

‘HSPA ไม่เกิดเราก็ไม่ค่อยพอใจ เพราะเราพร้อมที่จะดำเนินการ เนื่องจากตลาดมีอยู่แล้ว’

ด้านซิคเว่กล่าวว่า หลายครั้งมีปัญหาเรื่องของ HSPA กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท ก็บอกว่าจะมีการนำเข้าที่ประชุมบอร์ดกสท และก่อนที่จะประชุมกับนายกฯก็ได้มีการหารือนอกรอบกันซึ่งนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ก็อยู่ด้วย

‘ทำไมเราไม่ได้รับการปฏิบัติเหมือนทรูมูฟ ทั้งที่ HSPA เป็นแค่การดำเนินการในระยะสั้น เพราะระยะยาวคือ การมีไลเซนส์ 3G’

*** กสทยังยื้อล้มกระดาน 850 MHz

จากแนวทางที่ดีแทคและเทเลนอร์เดินหน้าเพื่อขอทดลองให้บริการ HSPA แบบไม่เชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง หากไม่มีอะไรเป็นผลทางเลือกสุดท้ายคือล้มกระดานโดยการขอคืนความถี่ 850 MHz ที่ให้ กสท ไปแล้วและกสท นำไปให้ทรูมูฟทดสอบบริการคืนกลับมา และส่งคืนคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เพื่อบริหารจัดการต่อไป เพราะการแบ่งความถี่ 850 Mhz ไปให้ทรูมูฟ เป็นเพราะดีแทคต้องการให้บริการ HSPA ในเชิงพาณิชย์

‘ทางเลือกสุดท้ายหากทุกอย่างไม่เป็นผลก็คือเอาคลื่นคืนไปให้หมด ก็เท่ากับเป็นการฆ่าแบบตายหมู่ ไม่ต้องมีใครทำเพราะต้องคืนคลื่นให้ กทช.ไป แต่ที่เราให้คลื่นกสทไปเพราะดีแทคอยากให้บริการ 850 MHz เชิงพาณิชย์’ นายธนากล่าว

ขณะที่กลุ่มเทเลนอร์และดีแทคเดินแผนขอทดลอง HSPA ก็มีการปรับตัวและทำงานแบบคู่ขนาน โดยการพัฒนาศักยภาพจากแพลตฟอร์ม 2G ให้มีประสิทธิภาพในการให้บริการดีขึ้น ซึ่งผู้ให้บริการทุกรายก็ดำเนินการในลักษณะเดียวกัน เช่น การพัฒนาเทคโนโลยี EDGE แต่ความเร็วก็ยังถือว่าช้า เพราะลูกค้าต้องการความเร็วแบบบรอดแบนด์ โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางมาทำธุรกิจในไทย หรือนักท่องเที่ยวต่างก็ต้องการเชื่อมต่อการสื่อสารข้อมูลกลับประเทศได้

ด้านบัคซอส กล่าวถึงการลงทุนของดีแทคในไทยว่า การลงทุนเรื่องของโครงข่ายมีแน่ ส่วนการตอบสนองตลาดจะมีโมเมนตัมใหม่ๆ แต่เม็ดเงินการลงทุนคงต่ำกว่าที่ผ่านมา เนื่องจากไม่มีไลเซนส์ 3G แต่ผู้บริหารของกลุ่มเทเลนอร์ยังเชื่อว่าในปี 2554 การประมูล 3G น่าจะเกิดขึ้น

บัคซอสมองว่า การมี 3G จะทำให้ยอดผู้ใช้อินเทอร์เน็ตโตขึ้นอีก 10% เพิ่มGDPได้อีก 1% และถ้าไม่มีบริการดังกล่าวประเทศอื่นจะก้าวหน้าไปมากกว่าไทย

‘เราเป็นผู้เล่นระยะยาวที่จะก้าวไปข้างหน้า ผู้บริโภคก็จะได้รับเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงเครื่องลูกข่ายใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นไอโฟน แบล็กเบอร์รี หรือบีบี’

ที่มา:  manager

ที่มา http://www.startpage.in.th/view/150938